อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 1 เมษายน 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 1 เมษายน 2563

"เติมยิ้มให้ชีวิต" พื้นที่บางกะเจ้า สำเร็จได้ดีด้วยวิธี "ประสานพลัง"

เริ่มต้นด้วยความไม่มั่นใจ วิตกกังวลว่าจะสำเร็จไหม? ...เป็นคำกล่าวของ ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา ในฐานะประธานคณะกรรมการกำกับการดำเนินงาน พัฒนา “พื้นที่คุ้งบางกะเจ้า” สู่ความยั่งยืน ภายใต้ โครงการ OUR KHUNG BANGKACHAO ในโอกาสแถลงผลงานครบ 1 ปี อาทิตย์ที่ 23 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา 10.30 น.

ปีแรกนั้น ผมสารภาพว่า... เริ่มต้นด้วยความไม่มั่นใจ วิตกกังวลว่าจะสำเร็จไหม? แต่พอถึงวันนี้ผมไม่มีความรู้สึกนั้นอีกต่อไปแล้ว ...เป็นคำกล่าวของ ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา ในฐานะประธานคณะกรรมการกำกับการดำเนินงาน พัฒนาพื้นที่คุ้งบางกะเจ้าสู่ความยั่งยืน ภายใต้ โครงการ OUR KHUNG BANGKACHAO ในโอกาสแถลงผลงานครบ 1 ปีการขับเคลื่อนงานพัฒนาคุ้งบางกะเจ้า ซึ่งจัดขึ้นที่สวนเฉลิมพระเกียรติฯ 80 พรรษา ต.ทรงคนอง อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ ที่มีหน่วยงานราชการ ภาคประชาชน รวมถึงภาคเอกชน องค์กรชั้นนำอย่าง บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ร่วมใจกันขับเคลื่อนเรื่องนี้ ซึ่งวันนี้ “ทีมวิถีชีวิต” มีเรื่องราวมานำเสนอ...

e e e e
        
ในช่วงต้นของงานวันนั้นได้มีพิธีส่งมอบ สวนเฉลิมพระเกียรติฯ 80 พรรษา ต.ทรงคนอง อ.พระประแดง โดยมี ชาญศิลป์ ตรีนุชกร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ ปตท. เป็นผู้ส่งมอบให้กับ จีระศักดิ์ ชูความดี รองอธิบดีกรมป่าไม้ ซึ่งสวนแห่งนี้เป็นโครงการที่ทาง ปตท. กรมป่าไม้ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้ร่วมมือกันพัฒนาและฟื้นฟูพื้นที่สีเขียวบริเวณนี้ ภายใต้แนวยุทธศาสตร์การพัฒนาของ มูลนิธิชัยพัฒนา ซึ่งได้ดำเนินการแล้วเสร็จและได้ส่งมอบคืนให้กรมป่าไม้เพื่อดูแลให้เป็นแหล่งเรียนรู้ทางธรรมชาติและสถานที่พักผ่อนในพื้นที่คุ้งบางกะเจ้าต่อไป และกับกิจกรรมในวันงานนั้นก็ยังมีการเสวนา “1 ปี แห่งการขับเคลื่อนงาน และก้าวต่อไปของโครงการ OUR KHUNG BANGKACHAO” เพื่อบอกเล่าผลการดำเนินงานในรอบปี 2562 ที่ผ่านมา พร้อมยังเผยถึง แผนพัฒนาคุ้งบางกะเจ้า ปี 2563 ว่าจะมีทิศทางในเรื่องนี้ต่อไปเช่นไร??...



เริ่มที่ ดวงพร เที่ยงวัฒนธรรม ประธานคณะทำงานด้านการพัฒนาพื้นที่สีเขียว ที่บอกเล่าว่าในส่วนของการขับเคลื่อนงานพัฒนาพื้นที่สีเขียว คุ้งบางกะเจ้านั้น มี ปตท. เป็นประธานคณะทำงานด้านนี้ โดยได้รับความร่วมมือจากคณะทำงานภาครัฐและเอกชน รวมถึงองค์กรต่าง ๆ ที่เข้ามาร่วมสนับสนุนการทำงาน ซึ่งใน 1 ปีที่ผ่านมาทางคณะทำงานด้านนี้ได้เพิ่มพื้นที่สีเขียวคุ้งบางกะเจ้าบนพื้นที่ราชพัสดุในระยะแรกไปแล้ว 107 แปลงจำนวน 400 ไร่ โดยมีการปลูกไม้ป่า ไม้ผล ไม้เศรษฐกิจระยะสั้น ไปกว่า 13,000 ต้น ซึ่งในอีก 15 ปีข้างหน้า ต้นไม้เหล่านี้จะช่วยดักจับฝุ่นและมลพิษทางอากาศได้มากกว่า 19,000 กิโลกรัมต่อปี และยังจะช่วยดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ได้ถึงกว่า 23,000 ตันคาร์บอนต่อปี นี่ยังไม่นับรวมการที่ต้นไม้เหล่านี้จะช่วยปล่อยออกซิเจนให้เพียงพอต่อความต้องการมนุษย์ได้มากถึง 27,000 คนต่อปี
        
เป้าหมายต่อไปในปี 2563 ตั้งใจจะเพิ่มพื้นที่สีเขียวในแปลงราชพัสดุอีก 300 ไร่ และในพื้นที่เกษตรส่วนบุคคลอีก 300 ไร่ รวม 600 ไร่ เพื่อเพิ่มต้นไม้ให้คุ้งบางกะเจ้ามากขึ้น นอกจากนี้ ในส่วนที่ทำสำเร็จแล้ว ก็ไม่ทิ้ง แต่ยังมีคณะทำงานคอยติดตามบำรุงรักษาพื้นที่ 400 ไร่ที่ดำเนินการไปแล้วอย่างต่อเนื่อง โดยภายใน 5 ปีจะต้องรักษาและพัฒนาให้คุ้งบางกะเจ้ามีพื้นที่สีเขียวให้ได้ครบ 6,000 ไร่ เพื่อให้เป็นต้นแบบการจัดการพื้นที่สีเขียวในเขตเมือง ควบคู่กับการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนตลอดไปดวงพร ประธานคณะทำงานด้านการพัฒนาพื้นที่สีเขียว ระบุ
        
ขณะที่การพัฒนาส่งเสริมอาชีพนั้น เรื่องนี้ สุพัตรา จิราธิวัฒน์ ในฐานะประธานคณะทำงานด้านการส่งเสริมอาชีพ เล่าบนเวทีว่า สำหรับด้านนี้ทางบริษัทกลุ่มเซ็นทรัลรับหน้าที่ในภารกิจดังกล่าว โดยมีเป้าหมายในการดำเนินงาน คือ เพื่อมุ่งส่งเสริมการกระจายรายได้ให้กับชุมชน รวมถึงต่อยอดการท่องเที่ยว และพัฒนาคุณภาพสินค้าพื้นถิ่น ภายใต้ อัตลักษณ์ของคนคุ้งบางกะเจ้า โดยจะดำเนินการควบคู่ไปกับการพัฒนาพื้นที่สีเขียวอย่างยั่งยืน  ซึ่งตลอดระยะเวลา 1 ปีที่ผ่านมาได้มีการพัฒนาโครงการตลาดเกษตรสีเขียวคุ้งบางกะเจ้า รวมไปถึงยังได้คัดเลือกผลิตภัณฑ์ชุมชนที่ได้รับการพัฒนาต่อยอดให้ได้มีโอกาสออกไปอวดสายตาสู่สังคมภายนอก ผ่านการประชาสัมพันธ์และกิจกรรมสำคัญต่าง ๆได้แก่ งานเปิด วิถีชุมชนคนคุ้งบางกะเจ้า และงาน Taste of Our Khung BangKachao เป็นต้น เพื่อให้คนภายนอกได้รู้จัก ของดี ของพื้นที่นี้เพิ่มขึ้น


        
อย่างงานประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 34 ที่ผ่านมา ก็นำของดีของชุมชนในพื้นที่ไปออกร้านและสาธิต ซึ่งได้รับความสนใจอย่างล้นหลามจากผู้มาเข้าร่วมงาน นอกเหนือจากการนำของดีชุมชนไปออกงานในกิจกรรมต่าง ๆ ซึ่งทำให้เกิดการกระจายรายได้ในพื้นที่รวมแล้วมากกว่า 1.5 ล้านบาท  สุพัตรา ประธานคณะทำงานด้านนี้กล่าวพร้อมรอยยิ้ม
        
สำหรับในมิติด้านการท่องเที่ยวนั้น เรื่องนี้ ทวีพงษ์ วิชัยดิษฐ ประธานคณะทำงานด้านการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน บอกว่า ภารกิจนี้มี องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (อพท.) เป็นคณะทำงานฯ ซึ่งปี 2562 ได้เข้าไปส่งเสริมการตลาดท่องเที่ยวคุณภาพ รวมถึงพัฒนากิจกรรมและเส้นทางท่องเที่ยวเชื่อมโยงระหว่างตำบล จำนวน 2 เส้นทาง กับเปิดตัว 6 เส้นทางท่องเที่ยวโดยชุมชนของแต่ละตำบลให้นักท่องเที่ยวเข้าไปเรียนรู้มุมมอง
ใหม่ ๆ ของคุ้งบางกะเจ้า ตลอดจนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพิ่มเติมให้กับพื้นที่ ขณะที่ กมลนัย ชัยเฉนียน ประธานคณะทำงานด้านการพัฒนาเยาวชน การศึกษา และวัฒนธรรมที่มีบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) รับผิดชอบภารกิจด้านนี้ ได้เล่าว่าปีที่ผ่านมาได้มุ่งเน้นเรื่องการพัฒนาเยาวชนให้มีทักษะชีวิต ทักษะอาชีพ นอกจากนั้นยังจัดทำโครงการ “ตะโกน โยน ยื่น” ป้องกันการจมน้ำของเด็ก ๆ ในบางกะเจ้า       
        
ด้าน ณัฐนันท์ ศิริรักษ์ ประธานคณะทำงานด้านการจัดการขยะ โดยมี พีทีที โกลบอล เคมิคอล เป็นผู้รับผิดชอบ ก็บอกว่า ปีที่ผ่านมาทางคณะทำงานได้พัฒนาจุดรวบรวมขยะขึ้นที่วัดจากแดง ซึ่งสามารถรวบรวมจัดเก็บขยะรีไซเคิลได้มากกว่า 54 ตัน และนอกจากนี้ยังได้พัฒนาผลิตภัณฑ์จากขยะรีไซเคิลขึ้นมาจากขยะที่รวบรวมได้ จำนวน 5 ผลิตภัณฑ์ ซึ่งสามารถสร้างรายได้เข้าชุมชนคิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 2,028,700 บาท ซึ่งปี 2563 มีเป้าหมายที่จะพัฒนาจุดรวบรวมและจัดการขยะอินทรีย์ กับขยะรีไซเคิล ให้ได้มากขึ้น รวมถึงจะจัดตั้ง Zero Waste Hub และจะต่อยอดโมเดลการจัดการขยะอินทรีย์จากโครงการ Waste Runner เพื่อพัฒนาเป็นศูนย์การเรียนรู้และถ่ายทอดองค์ความรู้การจัดการขยะต่อไป ขณะที่ในด้านการจัดการน้ำและการกัดเซาะริมตลิ่ง ที่ทาง มูลนิธิอุทกพัฒน์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ เป็นประธานฯ ดำเนินการนั้น ก็มีความสำคัญ โดยในปี 2562 ได้มีการติดตั้งสถานีโทรมาตรอัตโนมัติเพื่อติดตามสถานการณ์น้ำและคุณภาพน้ำ โดยมีเป้าหมายเพื่อการเพิ่มประสิทธิภาพระบบบริหารจัดการน้ำและพื้นที่เก็บกักน้ำในพื้นที่สวนศรีนครเขื่อนขันธ์ และเพื่อส่งเสริมศักยภาพให้กับการพัฒนาพื้นที่สวนเกษตรผสมผสานแบบร่องสวน ร่วมกับภูมิปัญญาท้องถิ่น ทั้งนี้ เพื่อให้เป็นไปตามหลักบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ตามแนวพระราชดำริการเกษตรอย่างยั่งยืน
        
...นี่เป็น ความคืบหน้าในการพัฒนาของโครงการดังกล่าวในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา ส่งผลให้พื้นที่นี้เกิดความเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นเรื่อย ๆ และไม่เพียงพื้นที่จะได้รับการพัฒนาเท่านั้น แต่กับ วิถีชีวิตคนบางกะเจ้าก็มีคุณภาพเพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน...
        
เกี่ยวกับเรื่องนี้ สมาน เสถียรบุตร ปราชญ์ชุมชน และตัวแทนกลุ่มรักษ์คุ้งบางกะเจ้า บอกกับ “ทีมวิถีชีวิต” ว่า ระยะเวลาหลายปีมานี้ชื่อของคุ้งบางกะเจ้าเป็นที่รับรู้มากขึ้น ส่งผลให้มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้บรรยากาศของพื้นที่มีความคึกคัก และก่อให้เกิดรายได้สู่ชุมชนมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ในด้านการพัฒนาก็จำเป็นจะต้องทำควบคู่ไปกับการอนุรักษ์ด้วย ทั้งเรื่องการดูแลรักษาต้นไม้ให้คงความเป็นพื้นที่สีเขียวต่อไป รวมถึงการส่งเสริมการรักษา อัตลักษณ์ที่เป็นเอกลักษณ์ของวิถีชุมชน อาทิ พันธุ์ไม้ท้องถิ่น ซึ่งขณะนี้ชาวบ้านหลายคนมีการรื้อฟื้นไม้ผลท้องถิ่นให้กลับคืนมากันเพิ่มขึ้น อย่างเช่น ชมพู่ม่าเหมี่ยว มะม่วงน้ำดอกไม้ มะพร้าวน้ำหอม ส้มเทพรส เป็นต้น อย่างไรก็ดี การที่ชุมชนลุกขึ้นมาขับเคลื่อนเรื่องนี้นั้น ก็ถือเป็นเรื่องที่ดีอยู่แล้ว และยิ่งมีหน่วยงานภาครัฐกับภาคเอกชนมาช่วยกันขับเคลื่อนเพิ่มอีก นี่ก็ยิ่งดี เพราะยิ่งทำให้การขับเคลื่อนมีพลังมากยิ่งขึ้นนั่นเองยิ่งช่วยกันทำ ช่วยกันเดินแบบนี้ ก็ย่อมดีกว่าที่จะเดินเองคนเดียวปราชญ์ชุมชนคนเดิมย้ำ
        
สำหรับ 1 ปีที่ผ่านมา โครงการมีความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นเพราะการทำงานแบบสานพลัง ร่วมกันขับเคลื่อนงานพัฒนาทั้งจากภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน นอกจากนั้นยังมีคณะทำงานด้านอำนวยการและสื่อสาร ที่เชื่อมประสานทุกคณะ ทำให้เกิดการบูรณาการการทำงานระหว่างกันเป็นการระบุจาก ดร.สุเมธ เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา ที่สะท้อนถึงภาพรวมการขับเคลื่อนและความสำเร็จที่เกิดขึ้นของคณะทำงาน ในการพัฒนาพื้นที่คุ้งบางกะเจ้าสู่ความยั่งยืน ทั้งนี้ ทาง ดร.สุเมธ ยังได้กล่าวอีกว่า ทุกวันนี้ จากความเจริญทั้งทางสังคมและเศรษฐกิจที่ขาดการดูแลสิ่งแวดล้อม ทำให้เราเห็นผลกระทบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมรอบตัวมากขึ้นตามไปด้วย เช่น เกิดมลพิษทางอากาศ เกิดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เป็นต้น จึงถึงเวลาแล้วที่ทุกคนต้องให้ความสำคัญในการช่วยกันดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมอย่างเร่งด่วน ซึ่งในรอบปีที่ผ่านมา นอกจากคณะทำงานฯ ได้เพิ่มพื้นที่สีเขียวที่คุ้งบางกะเจ้าในระยะแรกตามเป้าหมายที่วางไว้แล้ว ก็ยังมีการสร้างความเจริญเติบโตเพื่อผลทางด้านเศรษฐกิจและสังคมแก่ชาวคุ้งบางกะเจ้าอีกด้วย รวมถึงได้มีการพัฒนากลุ่มเยาวชนให้เรียนรู้และเข้าใจงานด้านต่าง ๆ ของโครงการ ซึ่งผลการทำงานที่ผ่านมานี้นับเป็นก้าวแรกของการพัฒนาที่มีความคืบหน้าต่อเนื่อง
        
ปี 2563 นี้ เราก็ยังคงเดินหน้าทำงานให้สำเร็จตามเป้าหมายที่วางไว้ภายใน 5 ปี คือตั้งแต่ปี 2562-2566 ทั้งนี้  เพื่อให้เกิดการเจริญเติบโตอย่างสมดุลและยั่งยืนในทุกมิติ (Green Growth) เพื่อให้คุ้งบางกะเจ้าคงความเป็นอัตลักษณ์เอาไว้ให้ได้ รวมถึงเพื่อให้เกิดการพัฒนาไปสู่การเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ที่สำคัญของประเทศไทย ที่คนคุ้งบางกะเจ้าต้องภาคภูมิใจ คนไทยและชาวโลกก็ต้องชื่นชมดร.สุเมธ เลขาธิการมูลนิชัยพัฒนา และประธานคณะกรรมการกำกับการดำเนินงานพัฒนาพื้นที่คุ้งบางกะเจ้าสู่ความยั่งยืน กล่าวย้ำเรื่องนี้
                       
e e e e
        
...นี่เป็น ความเปลี่ยนแปลงที่ดี ที่เกิดกับ คุ้งบางกะเจ้า อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ หลังมี กลุ่มคนใจดี เข้าสนับสนุน
ส่งเสริมให้พื้นที่ได้รับการพัฒนาอย่างยั่งยืนในมิติต่าง ๆ ทั้งนี้ เพื่อให้เป็น ต้นแบบการพัฒนาเมือง-พัฒนาคน...
        
ให้กับอีกหลาย ๆ พื้นที่ของไทย.


‘บางกะเจ้าของเรา’

พื้นที่คุ้งบางกะเจ้าเป็นพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ใกล้กรุงเทพฯ เป็นแหล่งผลิตออกซิเจนที่สำคัญของประเทศไทย แต่ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาพื้นที่นี้ก็กำลังประสบปัญหาจากการขยายตัวของการพัฒนาเมือง รวมถึงการเปลี่ยนแปลงทางสภาพแวดล้อม ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ โครงการ OUR KHUNG BANGKACHAO เกิดขึ้น โดยมีหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนเข้ามาร่วมกันทำงานแบบบูรณาการกับชุมชนในพื้นที่ ด้วยการ น้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ศาสตร์พระราชา แห่งในหลวงรัชกาลที่ 9 เป็นหลักในการดำเนินงาน เพื่อขับเคลื่อนให้เกิดการพัฒนาที่ยั่งยืน  โดยความสำคัญของพื้นที่นี้ ทาง ชาญศิลป์ ตรีนุชกร ผู้บริหารระดับสูง ปตท. เล่าว่า ปตท. เข้ามาทำงานร่วมกับชุมชนบางกะเจ้าตั้งแต่ช่วงแรก ๆ เพราะเห็นถึงความสำคัญของพื้นที่นี้...


        
ไม่เพียงสำคัญในฐานะปอดของคนกรุงเทพฯ และประเทศไทย แต่ผู้คนและชุมชนที่นี่ยังเต็มเปี่ยมไปด้วยวิถีที่มีคุณค่า ซึ่งควรได้รับการอนุรักษ์สืบสานให้คงอยู่ต่อไป ปตท. จึงได้เข้ามาร่วมทำงานในโครงการฯ โดยมีเป้าหมายเพื่ออนุรักษ์
และพัฒนาให้พื้นที่นี้เป็นพื้นที่สีเขียวที่สมบูรณ์...
        
ไปพร้อม ๆ กับพัฒนาชีวิตคนคุ้งบางกะเจ้าให้ดียิ่งขึ้น”.

.........................................................
ศิริโรจน์ ศิริแพทย์ : รายงาน


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 43