อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 29 พฤษภาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 29 พฤษภาคม 2563

แม่ขาหักใจสู้ขี่จยย.พ่วงข้าง ขายก๋วยจั๊บหาเงินเลี้ยงลูก

สัปดาห์นี้เปิดชีวิต “ป้าชุบ” วัย 67 ปี แม่หัวใจแกร่ง แม้ถูกไฟช็อตขาหัก ตระเวนขี่มอเตอร์ไซค์ขายก๋วยจั๊บ หวังหาเงินเลี้ยงลูกชายถูกรถชนใส่กะโหลกเทียม อาทิตย์ที่ 1 มีนาคม 2563 เวลา 08.00 น.


“ป้าหมดน้ำตาแล้วหนู...ไม่รู้จะร้องไปทำไม สู้กับมันดีกว่า ป้าคิดว่าชีวิตคนเราเกิดมาต้องสู้ เราจะไปท้อทำไม”

นี่เป็นเพียงประโยคบอกเล่าสั้น ๆ ที่ฟังแล้วรู้สึกว่าชีวิตของหญิงคนนี้ คงจะผ่านอะไรมานักต่อนัก และไม่รู้ว่าจะเดินหลีกไปทางไหน ทางเลือกที่เหลือออยู่จึงหันหน้าสู้กับสิ่งที่เรียกว่า...มรสุมชีวิต และที่สำคัญปฏิเสธได้ยากว่า ชีวิตคนเราเกิดมาแล้วจะพบเจอแต่เพียงเรื่อง ๆ เดียวซ้ำ ๆ เพราะมีเหตุการณ์ต่าง ๆ มากมายที่เข้ามาในแต่ละช่วงอายุของชีวิต



แต่สิ่งที่ชะตาชีวิตกำหนดให้เราเผชิญ เราจะอดทนต่อสู้กับเรื่องราวเหล่านั้นได้แค่ไหน บ้างคนคิดว่าตัวเองลำบาก หมดหนทาง ยอมแพ้ และเลือกจบชีวิต แต่สำหรับหญิงวัย 67 ปีเจ้าของเรื่องวันนี้ เลือกที่จะดิ้นรนทุกหนทาง เพื่อสู้ให้รอดในวันต่อไป

สืบเนื่องจาก นายปรเมศร์ มีสมภพ เจ้าหน้าที่ธุรการ สำนักงานปลัดบัญชีทหารอากาศ และอาสาสมัครกู้ภัยที่มักจะลงพื้นที่ช่วยเหลือคนยากจนเสมอ ได้เดินทางไปพบ “ป้าชุบ” หรือ .ส.ชุบ ฉิมมะ พักอาศัยอยู่กับลูกชายวัย 28 ปี แม้จะอยู่ในตัวเมือง จ.ราชบุรี แต่กลับมีบ้านไม้สภาพเก่าผุพัง อีกทั้งไม่มีน้ำใช้ จึงต้องอาศัยคลองน้ำไหลผ่านเล็ก ๆ ข้างบ้าน ส่วนสามีเลิกรากันได้ 27 ปีแล้ว





แม้ว่าวันนี้ป้าชุบจะมีความเป็นอยู่อย่างยากลำบาก ซ้ำร่างกายที่แก่ชราลงทุกขณะ จึงไม่พ้นโรคประจำตัวมากมายที่เข้ามารุมเร้า...แต่ป้าชุบ ก็ยังคิดเสมอว่า...

“ชีวิตคนเราเกิดมาต้องสู้ เราจะไปท้อทำไม”

หากย้อนกลับไปในอดีต ตอนที่ป้าชุบอายุ 15 ปี มีเหตุให้ถูกไฟช็อต ขณะนั้นป้าชุบกระเด็นตกจากตึก ทำให้ขาขวาหัก หัวเข่าด้านซ้ายหลุด นิ้วเท้าด้านซ้ายหงิกงอ ทำให้ตั้งแต่นั้นมา กลายเป็นอุปสรรคของการเดิน เพราะไม่สามารถกลับไปเดินได้คล่องเหมือนคนปกติทั่วไป



ส่วนลูกชายคนเดียว ก็ประสบอุบัติเหตุถูกรถชนตั้งแต่อายุ 16 ปี ศีรษะกระแทกพื้นอย่างแรง เมื่อถึงโรงพยาบาลแพทย์ต้องรีบผ่าตัดสมองและรักษาชีวิตด้วยการใส่กะโหลกเทียม ทำให้ทุกวันนี้ลูกชายมีอาการทางสมอง รู้เรื่องบ้าง ไม่รู้บ้าง อารมณ์ไม่คงที่ เดี๋ยวดี เดี๋ยวร้าย แม้พูดจาพอรู้เรื่อง แต่จะให้ออกไปทำงานเหมือนคนปกตินั้นไม่สามารถทำได้

ดังนั้นทุกวันนี้จึงมีเพียงป้าชุบ ต้องดูแลลูกชายตลอดเวลา อาศัยรายได้จากการขายก๋วยจั๊บ โดยจะต้องขี่รถมอเตอร์ไซค์พ่วงข้างตระเวนขายตามสถานที่ต่าง ๆ ซึ่งรถคันนี้ก็เป็นรถที่คนใจบุญบริจาคให้ รวมไปถึงข้าวของเครื่องใช้ในครัวเรือน ผู้ใจบุญได้บริจาคช่วยเหลือเช่นกัน เพื่อให้ป้าชุบมีกำลังใจสู้ต่อไป



เมื่อสอบถามที่มาที่ไปของบ้านหลังนี้ กลับพบว่าบ้านไม้เก่าสภาพผุพังที่ป้าชุบพักอาศัยก็ไม่ใช่บ้านของตัวเอง แต่มีผู้ใจบุญให้พักอยู่อาศัย ทุกวันนี้ก็มีสภาพผุพังและทรุดโทรมตามกาลเวลา และที่สำคัญไม่มีน้ำใช้ ต้องอาศัยคลองน้ำไหลข้าง ๆ บ้านดำรงชีวิต

ป้าชุบ ยังพูดให้ฟังอีกว่า...

“ชีวิตป้าเจออะไรและผ่านอะไรมาเยอะ วันนี้ไม่รู้จะร้องไห้ไปทำไม ที่ผ่านมาป้าก็จดจำเป็นบทเรียนสอนใจตัวเองนะลูก ชีวิตคนเราเกิดมาต้องสู้ ทำทุกวันนี้ก็เพื่อลูก ถึงเขาจะเป็นยังไง เขาก็เป็นลูกของเรา เราจะไปท้อทำไม หนูว่าไหม...”



สิ่งที่หญิงผู้นี้รับรู้และเผชิญมาตลอดก็คือ แม้ทุกครั้งที่ความลำบากและอุปสรรคจะโถมเข้ามาในชีวิตมากเพียงใด แต่หัวใจเป็นสิ่งสำคัญ หัวใจที่แข็งแกร่งไม่ยอมแพ้และพร้อมสู้ หวังเพื่อทำวันนี้ให้ดีที่สุด เพราะชีวิตคนเรายังต้องพบเจอสิ่งต่าง ๆ มากมาย.
...............................................
คอลัมน์ : นิยายชีวิตอาทิตย์สไตล์
โดย “ทวีลาภ บวกทอง”
ขอบคุณภาพ : Poramet Misomphop (เมศ เจ้าชายน้อย)  

คลิกติดตามอ่านคอลัมน์นิยายได้ทั้งหมดที่นี่

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 278