อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 1 มิถุนายน 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 1 มิถุนายน 2563

กองทัพกับการทำ IO ดับเครื่องชน "อวตาร-เฟคนิวส์"

มาทำความรู้จักคำว่า “IO” กับ “อวตาร” และ “เฟคนิวส์” แตกต่างกันอย่างไร ดูเหมือนว่า กองทัพจะไม่เก่งในเรื่องของประชาสัมพันธ์ถึงถูกฝ่ายตรงข้ามหยิบมาเป็นประเด็นโจมตีตลอด เสาร์ที่ 29 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา 07.00 น.


@@@......สวัสดีท่านผู้อ่าน “เดลินิวส์ออนไลน์” มาพบกันทุกวันเสาร์กับคอลัมน์ “รหัสมอร์สส่องกองทัพ” ตรงวันเสาร์ที่ 29 ก.พ.2563 สถานการณ์การเมืองในเวลานี้ คงไม่มีอะไรที่รุนแรงและน่ากังวลมากเท่ากับการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ที่ดูจะแพร่ระบาดไปทั่วโลก



@@@......ล่าสุด “บิ๊กณัฐ” พล.อ.ณัฐ อินทรเจริญ ปลัดกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงการป้องกันโรคโควิด-19 ว่า กระทรวงกลาโหมดูแลในภาพรวม เพื่อสนับสนุนการป้องกันโรคระบาดโดยมีการเตรียมพร้อมกำลังพล อุปกรณ์ทางการแพทย์บุคลากรทางการแพทย์ ยุทโธปกรณ์อย่างเต็มที่ นอกจากนี้ได้มีการยกระดับตั้งเป็นศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาโรคระบาด เพื่อดูแลป้องกันโรคโควิด -19 โดยตรง ซึ่งมีการติดต่อกับแพทย์ในพื้นที่มณฑลทหารบก เป็นการเชื่อมโยงทางระบบวิดีโอทางไกลในการติดตามข้อมูลผู้ป่วย ติดตามสถานการณ์ปัจจุบัน



@@@......นอกจากนี้ในพื้นที่กระทรวงกลาโหมยังให้ความรู้กับกำลังพล และการป้องกันอย่างเฉียบขาด การคัดกรองทุกทางเข้าออกในหน่วย รวมทั้งแจกหน้ากากอนามัย รวมไปถึงการทำความสะอาดบริเวณด้านในและรอบนอก ทางระบายน้ำ เพราะคิดว่าความสะอาดจะทำให้เชื้อโรค แพร่กระจายได้ยาก รวมทั้งยังเข้าไปยังบ้านพักกำลังพลเพื่อให้ความรู้และป้องกันในเรื่องการล้างมือ การใช้แอลกอฮอล์ กับครอบครัวกำลังพลที่มีทั้งบุพการี สามีภรรยาและลูก ซึ่งทุกอย่างจะใช้กฎเหล็กในการปฏิบัติงาน



@@@......ส่วนกรณีที่กำลังพลต้องเดินทางไปราชการต่างประเทศนั้น ต้องชะลอไว้ก่อน ยกเว้นการประชุมที่จะเกิดขึ้นกระทบหลายประเทศอาทิ การประชุมรมว.กลาโหมอาเซียนที่ผ่านมา ทางเจ้าภาพได้มีมาตรการในการป้องกันอย่างดีมีการตั้งจุดคัดกรองอย่างดี ส่วนกำลังพลที่จะเดินทางไปยังต่างประเทศเป็นการส่วนตัวได้ขอให้งดไปก่อน ซึ่งเป็นการขอความร่วมมือ และกำลังพลเข้าใจว่าไม่น่าจะเดินทางไปในช่วงนี้ อย่างไรก็ตามการห้ามถึงขั้นออกคำสั่งก็ต้องมีการระมัดระวัง เพราะเป็นสิทธิส่วนบุคคล กระทรวงกลาโหมจะใช้ความร่วมมือไปก่อนและทุกคนก็ให้ความร่วมมืออย่างดี



@@@......ด้านกองทัพบก โดยกรมแพทย์ทหารบก ได้ออกประกาศแนวทางในการปฏิบัติ สำหรับการเดินทางในช่วงที่มีการระบาดของ COVID-19 โดยกำหนดให้กำลังพลกองทัพบก ควรงดหรือหลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังประเทศหรือผ่านประเทศที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อ ให้ติดตามสถานการณ์แพร่ระบาดอย่างต่อเนื่อง และให้เข้าสู่กระบวนการคัดกรองอย่างเคร่งครัด เมื่อมีความจำเป็นต้องไปยังประเทศที่มีความเสี่ยง ทั้งนี้ หลังจากที่กลับมาต้องเฝ้าระวังสังเกตอาการ และควรจำกัดบริเวณของตนเองในช่วง 14 วัน ตามมาตรการด้านการแพทย์



@@@......นอกจากนี้ในช่วงนี้มีกำลังทหารจากมิตรประเทศได้เดินทางเข้ามาร่วมการฝึกกับกองทัพบกในประเทศไทยรวม 2 การฝึก ได้แก่ การฝึกผสมหนุมานการ์เดียน2020 ในพื้นที่กองทัพภาคที่ 2 และการฝึกร่วมผสมคอบร้าโกล์ด 2020 ในพื้นที่กองทัพภาคที่ 3 โดยกองทัพบกได้จัดให้มีการคัดกรองโรคโควิด -19 ตั้งแต่เริ่มเดินทางเข้าสู่ประเทศไทย และในระหว่างการฝึกจะมีการเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง โดยมีโรงพยาบาลอานันทมหิดล, โรงพยาบาลค่ายสมเด็จนเรศวร และโรงพยาบาลค่ายสุรนารี ให้การดูแลและเฝ้าระวังกำลังพลทั้งไทยและต่างประเทศ

@@@......อย่างไรก็ตามในประเด็นการแพร่ระบาดของโรคร้ายแรงดังกล่าวนี้ หากมีการประกาศให้ไทยเข้าสู่ระดับ 3 กองทัพก็พร้อมจะบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการสนับสนุนพื้นที่เขตทหาร การใช้กำลังร่วมกับตำรวจเพื่อปิดพื้นที่ การระดมแพทย์พยาบาล บุคลากรทางการแพทย์ทหาร และกำลังพล และยุทโธปกรณ์ เพื่อการส่งกำลัง และอื่น ๆ เพื่อให้มาตรการการรับมือสถานการณ์เป็นไปได้อย่างต่อเนื่อง จนกว่าภูมิต้านทานของคนไทยจะค่อย ๆ เพิ่มขึ้นจนเข้าสู่ภาวะปกติในที่สุดต่อไป



@@@......ผ่านไปเรียบร้อย สำหรับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ได้กล่าวปิดท้ายการประชุมสภาผู้แทนราษฎรว่า ขอบคุณประชาชนที่ร่วมฟังการอภิปราย ผมถือว่าทุกคนเป็นคนไทยด้วยกัน เราควรร่วมกันรับรู้ข้อเท็จจริง เข้าใจการทำงานของรัฐบาล สภาฯ ส.ส.ที่ได้เลือกตั้งเข้ามา ขอบคุณที่ได้ให้โอกาสฝ่ายรัฐบาลได้ชี้แจงข้อเท็จจริง ประชาชนจะได้รับฟังข้อมูลของทุกฝ่าย พร้อมตัดสินใจจะเชื่อหรือไม่เชื่อ และผมมีความเห็นว่าเราควรปฏิรูปไปด้วยกันในทุกมิติ ทั้งฝ่ายบริหาร นิติบัญญัติ และตุลาการ

@@@......“ยืนยันกับประชาชนและทุกคนว่า จะทำหน้าที่ต่อไปให้ดีที่สุด หากมีสิ่งใดที่สามารถทำได้เพิ่มเติมจากคำแนะนำของสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ซึ่งถือเป็นผู้แทนประชาชน ผมจะทำงานโดยไม่เลือกพื้นที่ ไม่เลือกข้างจะดูแลให้ทั่วถึงทุกภาค ทุกกลุ่ม ทุกจังหวัด ให้เป็นไปตามความต้องการของประชาชน เรียงตามลำดับความเร่งด่วนตลอดเวลา5ปี 7เดือนที่ผ่านมา จะต้องทำงานให้ต่อเนื่อง ซึ่งรัฐบาลจะต้องระวังในเรื่องความถูกต้องของกฎหมาย ความชอบธรรม ความเท่าเทียมจะคำนึงถึงคนทุกกลุ่มทุกฝ่าย เราไม่ใช่ศัตรูกัน สิ่งสำคัญที่สุดคือความสงบสุข ขอฝากไว้ในมือของทุกคน และทุกฝ่ายต้องเข้าใจกัน เห็นอกเห็นใจซึ่งกันและกัน มีความซื่อสัตย์ต่อกัน รักษาสิทธิ์เคารพกฎหมายตอบแทนบุญคุณแผ่นดิน เพื่อนำความสงบสุขของประเทศกลับคืนมา” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว



@@@......ปิดท้ายกันด้วยเรื่องของการปฏิบัติการข่าวสารของกองทัพ หรือ IO : Information Operation ซึ่งกองทัพถูกฝ่ายตรงข้ามโจมตีว่าเป็นพวก “อวตาร” ทั้งที่สองคำนี้แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง รวมทั้งในข้อเท็จจริงแล้วฝ่ายตรงข้ามที่มุ่งด้อยค่ากองทัพมีการใช้อวตารอย่างกว้างขวาง ในขณะที่กองทัพไม่ได้กระทำแแบบนั้น แต่กองทัพใช้ปฏิบัติการข่าวสารต่างหาก

@@@......อวตาร หมายถึง บัญชี Account ปลอม หรือแบ่งตัวออกมา คน ๆ หนึ่งมีหลายบัญชี หรือ Profile ปลอมหลายอัน เพื่อสร้าง Fake News หรือบิดเบือนข้อมูล ส่วน IO คือ Information Operations เป็นการสื่อประชาสัมพันธ์ข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ เป็นการกำหนดประเด็นสื่อสารยุทธศาสตร์ของหัวหน้าส่วนราชการ และให้ หน่วยเกี่ยวข้องใช้เป็นแนวทางในการสื่อสารเรื่องราวให้สาธารณะชน หรือกลุ่มเป้าหมายเข้าใจในสิ่งที่เป็นความจริงถูกต้อง มีเป้าหมายเพื่อสร้างทัศนคติที่ดีต่อหน่วยงานภาครัฐ และประเทศชาติ มุ่งหวังการร่วมแรงร่วมใจกันเผชิญกับปัญหาของชาติร่วมกัน มิใช่ต่างคนต่างทำหรือทะเลาะเบาะแว้งแตกแยกกัน

@@@......Fake News คือข่าวปลอม ถูกสร้างขึ้นเพื่อให้เกิดความสับสนหวาดระแวง กระตุ้นให้คนรู้เท่าไม่ถึงการณ์กระจายข่าวสารต่อเนื่องต่อไป โดยหวังผลเป้าหมายทางการเมือง และบางครั้งก็เกิดจากความคึกคะนอง ไร้ความรับผิดชอบต่อสังคม....Fake News ได้รับความนิยมใช้อย่างสูงในการด้อยค่าบุคคลที่เป็นศัตรู หรือฝ่ายตรงข้าม และปัจจุบันพบเห็นอย่างมากในความพยายามด้อยค่า นายกรัฐมนตรี หน่วยงานภาครัฐ ทหาร กองทัพ ศาล รวมทั้งความพยายามที่จะด้อยค่าสถาบัน.....บางครั้งมีการป้ายความผิด ป้ายความเลวร้าย ใส่ความฝ่ายตรงข้ามอย่างไร้ศีลธรรม ไร้เหตุผล การกระทำดังกล่าวถือว่าผิดกฏหมาย อย่างไรก็ตามผู้กระทำความผิดจะกำบังตนเองใน Cyber Space ด้วยการใช้ “อวตาร” นั่นเอง.

................................................
คอลัมน์ : รหัสมอร์สส่องกองทัพ
โดย "รหัสมอร์ส" 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    98%
  • ไม่เห็นด้วย
    2%

บอกต่อ : 179