อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 1 มิถุนายน 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 1 มิถุนายน 2563

มาตรการรับมือ COVID-19 ฉบับเมืองจีน

สัปดาห์นี้พูดถึงโรคระบาด COVID-19 ที่กำลังแพร่ระบาดไปทั่วโลก ซึ่งมาตรการรับมือ COVID-19 ฉบับเมืองจีน เป็นอย่างไรมาดูกัน อาทิตย์ที่ 1 มีนาคม 2563 เวลา 10.00 น.


เอาอยู่หรือไม่ ไม่ทราบ แต่ที่ทราบคือ มาตรการในการสู้กับ COVID – 19 ได้ค่อนข้างดี หลังจากถูกโรคนี้ระบาดในวงกว้างไปทั่วประเทศ ในที่สุดก็ดูเหมือนการควบคุมทำไปได้ค่อนข้างดี โดยสามารถจะลดการติดเชื้อได้อย่างชัดเจน เพราะนอกจากมาตรการที่ออกมาให้แต่ละชุมชน หมู่บ้าน ตึก อาคาร ออกมาควบคุมคนในแต่ละที่งดไม่ให้ออกไปทำกิจกรรมต่างๆ นอกบ้าน เพื่อลดการกระจายการติดเชื้อเพิ่ม และให้มีการบันทึกข้อมูลหากเกิดการระบาดจะได้ทราบว่ามาจากที่ใด และจะกระจายไปยังผู้ใดได้บ้าง ซึ่งหากมีคนที่ปกปิดข้อมูลหรือไม่ยอมทำตามการกักกัน จะมีบทลงโทษที่ชัดเจนสถานหนัก ทำให้ไม่เกิดพวกคนสายพันธุ์ป้ามหาภัย หรือลุงไร้จิตสำนึก จนทำให้เกิดความเสียหายในวงกว้าง


 
จนในขณะที่เริ่มมีการเปิดการทำงาน ซึ่งในแต่ละหน่วยงาน และรัฐก็ได้ออกมาตรการตั้งรับที่เป็นไปอย่างชัดเจน และดีเยี่ยม ออกเป็นรูปธรรมให้เห็นแผนตั้งรับอย่างชัดเจน เช่น หลังจากเปิดงานทุกคนจะต้องเข้ามาสแกน QR Code และกรอกให้รายละเอียดข้อมูลของตน ชื่อ ที่อยู่ เบอร์โทรติดต่อ หน่วยงาน รหัสพนักงาน เพื่อรับ e-certificate ที่อนุญาตให้สามารถเข้าไปทำงานในตึกนั้นได้ และกำหนดทางเข้าออกเพียงประตูเดียวเพื่อควบคุมการเข้าออก
 
ทุกเช้าเมื่อมาทำงานก็จะต้องรับการตรวจวัดอุณหภูมิด้วยเครื่องสแกน และให้เดินห่างกันในระยะ 1 เมตร หากไม่มีไข้หรือปัญหาสุขภาพก็สามารถเดินไปผ่านเครื่องเพื่อเข้าไปทำงานพร้อมกับรับหน้ากากอนามัยชิ้นใหม่ ชิ้นที่ใส่มาจากด้านนอกจะต้องถอดทิ้ง โดยในช่วงนี้จะพยายามให้ทุกคนเดินขึ้นลงบันได แต่หากจำเป็นต้องใช้ลิฟต์ก็มีข้อกำหนดในการใช้ลิฟต์ โดยภายในลิฟต์จะแบ่งเป็น 6 ช่องให้ยืนห่างกันในแต่ละช่อง ทั้งนี้ในลิฟต์จะมีกล่องทิชชูให้ใช้ในการกดลิฟต์ 


 
ในการรับประทานอาหารเที่ยงก็มีตารางลงไปซื้ออาหารของพนักงาน เพื่อจะได้จำกัดคนไม่ให้แออัด และยังงดการรับประทานอาหารในโรงอาหาร ซึ่งอาหารจะขายแบบจัดเป็นกล่องที่วางใส่ถุง โดยในกล่องอาหารจะมีสติกเกอร์ติดชื่อคนปรุงอาหาร ชื่ออาหาร เวลาที่ปรุงอาหาร เวลาที่ควรรับประทานอาหาร เพื่อไม่ให้อาหารนั้นเก็บนานเกินไป ซึ่งพนักงานจะนำอาหารนี้มารับประทานที่โต๊ะทำงานของตน
 
ทั้งนี้ในช่วงนี้จะงดการใช้แอร์ และเปิดหน้าต่าง เพื่อให้อากาศสามารถหมุนเวียนถ่ายเทได้ดี และยังงดใช้ห้องประชุม หากต้องการประชุมก็ให้จัดประชุมออนไลน์ รวมไปถึงหากพนักงานต้องการทำงานที่บ้านก็สามารถเลือกที่จะทำงานจากบ้านได้
 
ทุกภาคส่วนพยายามรณรงค์ให้คนมีจิตสำนึกเพื่อเพื่อนบ้าน เพื่อนร่วมงาน ดังนั้น ในการพักอาศัยอยู่ที่บ้านก็ต้องปฏิบัติตามระเบียบในตึก ห้ามออกไปข้างนอก ซึ่งมีข้อกำหนดการออกอย่างชัดเจนว่าจะสามารถไปเท่าที่จำเป็น และต้องแจ้งรายละเอียดอย่างชัดเจนว่าไปไหน เพื่อให้ง่ายและสะดวกในการควบคุมการติดโรค ดังนั้น จึงเป็นเรื่องที่ชัดเจนว่าคนในห้ามออก คนนอกห้ามเข้า 


 
ในขณะที่บ้านเรา ยังไม่มีมาตรการในการควบคุมคนต่างชาติไม่ให้เดินทางเข้ามายังประเทศไทย แต่ประเทศไทยเดินทางไปไหน ตอนนี้คงแทบไม่มีประเทศไหนต้อนรับ ซึ่งก็กลายเป็นว่าคนที่เดินทางหรือเคยเข้ามาในไทยก็จะไม่ได้รับอนุญาตในการเดินทางไปหลายประเทศปลายทางเช่นกัน 
 
ในช่วงนี้กลับพบว่ามีจำนวนคนจีนที่เดินทางมายังไทย และมาพักปะปนในคอนโดฯ โดยเป็นผู้เช่ารายวัน ซึ่งผิดกฎหมายการเข้าพักอาศัยคอนโดฯ แต่เราไม่มีบทลงโทษที่เป็นรูปธรรม เช่น แบล็คลิสต์เจ้าของห้อง เอเย่นต์ จับ ปรับ ลงโทษให้ชัดเจน เพื่อให้คนเหล่านี้หลาบจำ คนที่ไม่มีจิตสำนึกพวกนี้รวมถึงพวกเอเย่นต์ที่เอาแต่ได้ ไม่มีจิตสำนึก ลองคิดดูว่า หากคนเหล่านี้เอาเชื้อโรคมาติด เราจะสามารถตรวจสอบว่ามีที่มาที่ไปอย่างไร ทำไมภาครัฐไม่เข้ามาควบคุมดูแล ออกกฎหมายและบทลงโทษอย่างชัดเจน เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาแล้วจึงมาล้อมคอก 
 
ในขณะที่น่าจะออกประกาศว่า สำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติควรจะให้พักได้เฉพาะที่โรงแรมหรือสถานที่จัดให้สำหรับนักท่องเที่ยวที่ได้รับการจดทะเบียนถูกต้อง โดยต้องไม่ให้มาพักปะปนกับเขตคนอยู่อาศัย


 
สำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทยที่เดินทางไปยังประเทศกลุ่มเสี่ยง เมื่อเดินทางกลับมาก็ควรจะต้องให้กักบริเวณตนเองในบ้านที่ต้องแจ้งกับทางการว่าเป็นสถานที่ใด และคนในบ้านก็ไม่ควรจะออกไปทำงานหรือเรียนหนังสือ โดยเมื่อดูจากกรณีที่เกิดขึ้น กลายเป็นว่าคนเที่ยวมีความสุข แต่กลับต้องเดือดร้อนคนไปทั่ว ต้องปิดโรงเรียน ปิดหน่วยงาน ซึ่งก็ไม่รู้ว่าคนที่ถูกสั่งหยุดทั้งหลายได้ถือโอกาสออกไปเที่ยวกันต่อ หรือออกไปเรียนพิเศษตามศูนย์เรียนพิเศษหรือไม่ เพราะหากติดเชื้อก็คงได้กระจายในวงกว้างจนคุมกันไม่อยู่ 
 
คนที่ไม่มีจิตสำนึกสาธารณะก็มีมาก รัฐบาลจึงควรจะออกมาตรการรับออกมา ให้ประชาชนรู้สึกถึงความมั่นคงปลอดภัยในชีวิตบ้าง ไม่ใช่แค่พูดว่าเราทำได้เราเอาอยู่ ประชาชนต้องการการทำงานอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งรัฐบาลและหน่วยงานราชการทั้งหลาย อย่าเพียงแต่เอางบไปดูงานต่างประเทศ แต่ไม่เคยเอากลับมาใช้ทำงานจริงจังเลย ลองดูประเทศรอบข้างที่ทำตัวอย่างที่ดี แล้วนำมาปรับใช้บ้าง สิงคโปร์ผู้นำยังรู้จักที่จะไม่รับเงินเดือน เพื่อนำมาให้รางวัลกับคนที่ต้องทำงานเสี่ยงในช่วงนี้ เช่น บรรดาบุคลากรทางการแพทย์ หากทำได้คงได้รับความชื่นชมจากประชาชน
 
อย่าให้เกิดกรณีวัวหายจึงล้อมคอกเลยดีกว่า  รีบหามาตรการตั้งรับเสียแต่เนิ่นๆ จะได้ไม่สายเกินไป 
........................................
คอลัมน์ : ฝ่ากำแพงเมืองจีน
โดย “อ.ดร.ศิริเพ็ชร ทฤษณาวดี”
คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 
ขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจาก : Pixabay


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 84