อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 6 เมษายน 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 6 เมษายน 2563

รุ่นน้องตัวกลมดิ๊กพาไปกินบ้านกลมกิ๊ก

สัปดาห์นี้ “น้าเมฆ” จะพาสายกิน ไปลิ้มลองทานอาหารอร่อย ๆ ที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองกรุงเทพฯ ใครกำลังมองหาร้านอาหารไทย ร้านนี้น่าจะตอบโจทย์ได้ดี จันทร์ที่ 2 มีนาคม 2563 เวลา 10.00 น.


ผมมีรุ่นน้องอยู่คนหนึ่งเป็นสายกินเหมือนกับผม รุ่นน้องคนนี้มีหุ่นกลมดิ๊กชวนผมไปกินร้าน “บ้านกลมกิ๊ก” เธอบอกว่าพาแม่ไปกินบ่อยเป็นสิบ ๆ ครั้ง ผมไม่เคยไปร้านนี้มาก่อนต้องให้เธอช่วยนำทาง

บ้านกลมกิ๊กอยู่ซอยร่วมฤดี 1 ครับ ถ้านั่งรถไฟฟ้า ลงสถานีเพลินจิต เดินเพลิน ๆ ราว 6 นาที หรือถ้าขับรถไป มีที่จอดรถอยู่หน้าร้านครับ เห็นป้ายร้านกลม ๆ นั่นใช่เลย ทางเข้าเดินลึกเข้าไป เห็นต้นไม้สองข้างทาง พอเราได้โต๊ะนั่ง ผมหยิบเมนูที่คล้าย ๆ นิตยสาร แต่รุ่นน้องไม่ต้องดูเมนู สั่งของกินเล่นมาให้ชิมก่อนได้เลย เช่น ข้าวตังหน้าตั้ง  ที่เข้มข้นได้รสชาติมากครับ 

ส้มตำข้าวโพด ข้าวโพดเป็นข้าวโพดข้าวเหนียว กัดแล้วหนึบ ๆ กรึบ ๆ ดีครับ ยำเนื้อเซอร์ลอยน์ สำหรับคนชอบกินเนื้อ เนื้ออาจจะไม่ได้นุ่มเท่าเนื้ออิมพอร์ตจากเมืองนอก แต่ผมชิมแล้วถือว่าใช้ได้เลยครับ เป็นเนื้อไทย ยำกับมะเขือเปาะ หอมแดง ตะไคร้ซอย แซ่บดี จะกินกับข้าวหรือกินเป็นกับแกล้มก็ได้ครับ ถ้าเผ็ดไป มีน้ำมะพร้าวสด ๆ เย็นฉ่ำ ประทับตราชื้อร้านมาด้วย เก๋เชียวครับ



ผมขออนุญาตเข้าสู่เมนูอาหารเลยแล้วกันนะครับ เลือกจานเด็ดมาแนะนำ ได้แก่ แกงคั่วกลมกิ๊ก สะตอผัดกุ้ง หมูตุ๋นกะเพรา ขาดไม่ได้คือ ซิกเนเจอร์ของร้านครับ “ไข่เจียวคุณสุชา” 

แกงคั่วกลมกิ๊ก ผมชอบมาก รุ่นน้องก็ชอบ ถึงขั้นซื้อกลับบ้านไปฝากแม่ เป็นแกงคั่วที่ใส่ยอดมะพร้าวอ่อน กุ้งตัวโต ชะอม สะตอ (แนวผักกลิ่นแรงทั้งนั้นแต่ให้ตายเถอะ เมนูนี้เด็ดจริงครับ) น้ำแกงเข้มข้น ไม่เผ็ดเกินไปครับ 

สะตอผัดกุ้ง อาหารไทยทางใต้ สังเกตว่าร้านนี้ให้กุ้งตัวโตมาก สะตอมัน ๆ นำมาจากใต้รสชาติถึงครับ ผมชอบจานนี้มาก



หมูตุ๋นกะเพรา หมูตุ๋นนุ่มมากผัดกับกะเพราและพริกไทยอ่อนรสชาติแซ่บแบบพอดิบพอดี ตักกินคลุกกับข้าวสวยอร่อยมาก 

ส่วนไข่เจียวคุณสุชาเป็นไข่เจียวจานใหญ่ ใส่ไข่ไก่ 6 ฟองและใส่นมคาร์เนชั่น นำมาเจียวในหม้อทบไปมาจนหนา แค่ใครเห็นรูปไช่เจียวทรงนี้ จะทราบทันทีว่ามากินบ้านกลมกิ๊กครับ



ผมโชคดีมาก ได้คุยกับ คุณเปี๊ยก หรือ คุณจรัสพงศ์ จารุโชติพัฒน์ คำถามแรกนี่คือ เจ้าของไม่ใช่ซูโม่กิ๊ก (คุณเกียรติ กิจเจริญ) เหรอ 

คุณเปี๊ยกบอกว่าคุณกิ๊กเป็นลูกพี่ลูกน้องกัน (ลูกน้าของคุณเปี๊ยก) คุณกิ๊กและคุณเปี๊ยกสนิทกัน เด็ก ๆอยู่บ้านเดียวกัน เราจึงมาเป็นหุ้นส่วนกันทำร้านนี้ขึ้นมาเมื่อ 10 ปีก่อน (กำลังเข้าสู่ปีที่ 11 ปีนี้) โดยสูตรอาหารมาจากเชฟสุชาดา (แม่คุณกิ๊กนี่เอง) 

สืบเนื่องจากคุณกิ๊กทำรายการ “กลมกิ๊ก” ที่ชวนแม่และพี่น้องเป็นพิธีกรร่วม ช่วงที่คนชอบก็คือ ช่วงที่คุณแม่สอนลูกสาวทำอาหาร พอคนดูเห็นหน้าตาอาหารในทีวีแล้วอยากจะรับประทานอาหารแบบนี้บ้าง จะหากินได้ที่ไหน นั่นจึงเป็นไอเดียการเริ่มต้นทำร้าน เกิดขึ้นหลังจากทำรายการนี่เอง 

ตอนเปิดร้านทุกคนมีงานประจำกันหมด แต่ก่อนคุณเปี๊ยกทำงานอยู่โบนันซ่าที่เขาใหญ่โดยวันเสาร์และอาทิตย์ คุณเปี๊ยกก็มาดูแลร้านประจำ แรก ๆ ผลัดกับคุณกิ๊กมาดู แต่พอตอนนี้เกษียณแล้ว คุณเปี๊ยกก็มาดูร้านได้ทุกวัน ถือเป็นความสุขเล็ก ๆที่เราได้เห็นคนชอบกินอาหารไทย ที่ร้านจะทำให้บรรยากาศอบอุ่นเหมือนบ้านใส่จานใหญ่ ๆ จะได้เอามาแชร์กัน



ผมสังเกตว่าลูกค้าส่วนใหญ่เป็นชาวต่างชาติ 70 เปอร์เซ็นต์เลย
คุณเปี๊ยกบอกว่าเกินครึ่งอาจจะเป็นเพราะอยู่ใกล้โรงเรียนนานาชาติด้วยหรือเปล่าก็ไม่แน่ใจ อย่างไรก็ตาม คุณเปี๊ยกยืนยันจะไม่ปรับสูตรไปจากที่เชฟสุชาดาเคยทำไว้

สุดท้ายนี้ ผมต้องขอขอบคุณรุ่นน้องที่ชวนผมมากิน สมแล้วครับที่เธอไปแล้วไปอีก สายกินด้วยกัน การันตีความอร่อยให้ขนาดนี้ ใครกำลังหาร้านอาหารไทย อยู่กลางเมือง ร้าน “บ้านกลมกิ๊ก” ตอบโจทย์ได้ดีครับ ทั้งรสชาติอาหาร ทำเลที่ตั้ง บรรยากาศสบาย ๆ เหมือนอยู่บ้าน และการบริการจัดว่าดีมากครับ.

--------------

คอลัมน์ : ก้อนเมฆเล่าเรื่อง
โดย “น้าเมฆ”

https://facebook.com/cloudbookfanpage

 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    97%
  • ไม่เห็นด้วย
    3%

บอกต่อ : 183