อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 13 สิงหาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 13 สิงหาคม 2563

เปิดด่านซิมูเลเตอร์ "ประชาอุทิศ" แก้รถติดทางด่วน

สัปดาห์นี้พาไปเปิดวาร์ปด่านเก็บค่าผ่านทางพิเศษต้นแบบของการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) ที่ทุ่มงบ21 ล้านบาท ทำด่านจำลองหรือซิมูเลเตอร์ บนทางด่วนพื้นที่จริงให้ผู้ใช้ทางได้ทดลองเพื่อเก็บข้อมูลนำมาพัฒนาแก้ไขปัญหาการจราจรติดขัดหน้าด่าน อังคารที่ 3 มีนาคม 2563 เวลา 08.00 น.


ด้วยปริมาณการจราจรบนทางด่วนในทุกโครงข่ายกว่า 1.2 ล้านคันต่อวัน ทำให้เกิดปัญหารถติดสะสมหน้าด่านเก็บเงิน รวมทั้งบริเวณทางขึ้นลงทางด่วนจนบางครั้งติดพันกันทั้งโครงข่าย โดยเฉพาะในชม.เร่งด่วน ผู้ใช้ทางต่างเอือมระอาว่าต้องควักกระเป๋าจ่ายผ่านทางแต่ต้องมาติดหนึบลอยฟ้าแม้จะบ่นกันระนาวแต่ผู้ใช้ทางด่วนก็ไม่ได้ลดน้อยลง เนื่องจากปฎิเสธไม่ได้ว่า แม้จะติดขัดแต่ก็สามารถซื้อเวลาด้วยการเดินทางที่รวดเร็วกว่าพื้นราบ

กทพ.จึงคัดเลือกด่านประชาอุทิศ ขาเข้ามุ่งหน้าอาจณรงค์บนทางพิเศษฉลองรัช (รามอินทรา-อาณรงค์) เป็นด่านเก็บค่าผ่านทางพิเศษต้นแบบปี 63-64 โดยกำหนดช่องเก็บค่าผ่านทางหลายรูปแบบถึง 5 ช่อง ได้แก่ ช่องเงินสดและบัตรอีเอ็มวี (Euro/ Master Card และ Visa) 2ช่อง ,ช่องอัตโนมัติ(อีซี่พาส) แบบยกไม้กั้น1ช่อง(กล้องจับมีสมรรถนะในการเก็บข้อมูลสูง),ช่องอีซี่พาสแบบไม่มีไม้กั้น 1ช่อง(ช่องอีซีพาสแบบเดิม แต่ไม่ใช้ไม้กั้น) และช่องริมสุด ซึ่งมีพื้นที่เหลือและเดิมไม่มีช่องเก็บค่าผ่านทางจะเปิดเป็นช่องฟรีโฟลว์(ลื่นไไหล) อีก1ช่อง

ด่านต้นแบบจะแตกต่างจากด่านในปัจจุบันที่มีแค่ช่องเงินสดและช่องอีซี่พาสโดยร่างเอกสารประกวดราคา(ทีโออาร์)ว่าจ้างเอกชนวงเงิน21ล้านบาทมาดำเนินการ ซึ่งแต่ละช่องจะติดตั้งกล้องวงจรปิดเพื่อบริหารจัดการและประมวลผลการดำเนินงานแบบดิจิทัล



นายดำเกิง ปานขำ รองผู้ว่าการกทพ. และรักษาการผู้ว่าการ กทพ.บอกว่า จะเริ่มเปิดบริการด่านต้นแบบได้ในอีก 2 เดือนข้างหน้า หรือประมาณเดือนพ.ค.ใช้เวลา4เดือนประเมินผลและปรับปรุงให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดก่อนขยายผลการ ทดลองไปด่านเก็บค่าผ่านทางแห่งอื่นๆต่อไป เชื่อว่าจะได้ข้อมูลครบทุกมิติ เพื่อแก้ไขปัญหาการจราจรติดขัดสะสมบริเวณหน้าด่าน และเพิ่มทางเลือกให้ประชาชนใช้บริการที่หลากหลายได้อย่างสะดวก จากนั้นจะนำมาประเมินผลในภาพรวมเพื่อพิจารณาปรับเปลี่ยนรูปแบบการจัดเก็บค่าผ่านทางบนทางด่วนทั้งระบบให้มีประสิทธิภาพสูงสุดในการระบายรถหน้าด่าน

ระหว่าง การทดลอง ยังเก็บค่าผ่านทางตามปกติในละรูปแบบกรณีการฝ่าด่านไม่จ่ายค่าผ่านทางที่ด่านเก็บค่าผ่านทางพิเศษต้นแบบเนื่องจากได้ยกไม้กั้นออกนั้น จะมีระบบเก็บข้อมูลเพื่อติดตามเป็นรายกรณีโดยประสานขอความร่วมมือกับกรมการขนส่งทางบก(ขบ.) รวมทั้งสำนักงานตำรวจแห่งชาติในการตรวจสอบทะเบียนและเจ้าของรถเพื่อเรียกเก็บค่าผ่านทางต่อไป

ก่อนหน้านี้กทพ.ได้ทดลองยกเลิกระบบไม้กั้นบริเวณตู้เก็บเงินอีซี่พาสเพื่อให้รถผ่านได้รวดเร็วมากยิ่งขึ้น และลดปัญหาการจราจรแออัดบริเวณหน้าด่านเบื้องต้นรถยนต์วิ่งผ่านด่านได้รวดเร็วมากขึ้นประมาณ 14% แต่เป็นช่องทางให้รถยนต์จำนวนหนึ่งที่ไม่มีตัวอ่านบัตรอีซี่พาส รวมถึงรถยนต์ที่มีเงินในบัตรไม่พอวิ่งผ่านไปได้รวมทั้งหามาตรการสนับสนุนให้ประชาชนใช้อีซี่พาสมากขึ้นด้วยการลดค่าผ่านทาง 5-10%



โดยปัจจุบันมีตัวเลขผู้ใช้อีซี่พาส 42% แต่ยังใช้เงินสดประมาณ 58% รวมทั้งพัฒนาระบบจัดเก็บค่าผ่านทางในช่องเงินสดใหม่ ด้วยระบบอีเอ็มวีที่คล้ายบัตรเครดิต แค่ยื่นบัตรทัชสกรีนหรือแตะบัตรกับเครื่องอ่านก็สามารถผ่านด่านและหักเงินทันทีหรือหักทุกสิ้นเดือนก็ได้ซึ่งเป็นหนึ่งในช่องทางการชำระค่าผ่านทางในด่านต้นแบบนั่นเอง

นอกจากนี้ กทพ.ยังเร่งศึกษาโครงการแก้ไขปัญหาการจราจรบนทางด่วนในเขตกรุงเทพและปริมณฑลทั้งระบบ โดยตั้งคณะกรรมการขึ้นมากำหนดเงื่อนไขการดำเนินงานและจัดทำเอกสาร(ทีโออาร์ก่อนว่าจ้างหน่วยงานเข้ามาศึกษา คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 1 ปี หรือ 1 ปีครึ่งศึกษาแล้วเสร็จจากนั้นจะนำเสนอกระทรวงคมนาคมพิจารณาต่อไป

เบื้องต้นได้กำหนดทีโออาร์ให้ครอบคลุมการแก้ปัญหาจราจรในทุกจุดโดยเฉพาะ 3 จุดหลัก ได้แก่ บริเวณหน้าด่านเก็บค่าผ่านทาง ทางขึ้น และทางลงซึ่งแนวทางการแก้ปัญหาต้องเปิดกว้างไม่ใช่แค่ก่อสร้างโครงการทางพิเศษชั้นที่ 2 (Double Deck) ขึ้นเท่านั้น เนื่องจากข้อจำกัดในการใช้พื้นที่ในกรุงเทพฯ อาจมีแนวทางอื่น เช่น การก่อสร้างทางด่วนเส้นใหม่เพิ่มขึ้น

รวมถึงต้องพิจารณาปรับระบบจัดเก็บค่าผ่านทางใหม่โดยใช้แนวทางเดียวกับต่างประเทศอย่างญี่ปุ่น หรือเกาหลีที่จัดเก็บอัตราค่าผ่านทางตามระยะทางโดยรับบัตรตรงจุดทางขึ้นและไปเก็บเงินตรงจุดทางลง น่าจะช่วยแก้ปัญหาจราจรติดขัดบริเวณหน้าด่านได้ดีขึ้น

คาดหวังผลการทดลองที่เกิดขึ้นและการศึกษาแก้ไขปัญหาจราจรบนทางด่วนจะช่วยพลิกโฉมระบบจัดเก็บค่าผ่านทางให้ทันสมัยยิ่งขึ้น ทำให้ทางพิเศษสมชื่อเดินทางได้อย่างเร่งด่วนวิ่งฉิวจริงๆ

...............................
คอลัมน์ : มุมคนเมือง
โดย "เทียนหยด"

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 54