อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 6 เมษายน 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 6 เมษายน 2563

ผ้าปิดปากอลเวง คุยกันไม่ค่อยจะรู้เรื่อง

“หนอนโรงพัก” คุยเรื่องการระบาดโรคโควิด-19 ตั้งแต่เราคิดว่าเรื่องเล็กจนตอนนี้เป็นเรื่องใหญ่ลามไปทั้งโลก พุธที่ 4 มีนาคม 2563 เวลา 10.00 น.


แฟนบอลลิเวอร์พูลได้ข่าวว่าใจเสียกัน กลัวว่าถ้ามันลามหนักมาก การแข่งขันกีฬาอาจยกเลิก ซึ่งเว็บไซค์ข่าว Telegraph ของอังกฤษเปิดเผยว่าอาจไม่มีการมอบแชมป์ให้ ซึ่งคนไทยก็แตกตื่นเอาข่าวเดี่ยวจากเว็บนี้มาลงนำเสนอกันยกใหญ่ ทั้ง ๆที่ยังไม่มีการยืนยันออกมาเลยจากสมาคมฟุตบอลอังกฤษ หรือเว็บข่าวอื่น ๆ

สิ่งที่น่ากลัวกว่าโรคระบาดอันตรายก็คือการนำเสนอข้อมูลโดยไม่ชั่งคิดตรองดู ส่วนใหญ่อยู่ในหมู่คนอายุเกิน 30 ปีขึ้นไปด้วย น่ากลัวเป็นอย่างยิ่ง ยิ่งอายุมากยิ่งแชร์ข้อมูลผิด ๆ เกลื่อนไปหมด

เข้าเรื่องเข้าราวกันนิด พอมันระบาดกันหนักเข้าขั้นอันตราย ก็ต้องหาหน้ากากปิดปากมาใส่กันแล้วล่ะครับ ช่วงนี้หายากมากหลายคนพกเจลล้างมือไปด้วย หนอนโรงพักก็เช่นกัน เผลอไม่ได้ต้องล้าง แม้จะรู้ว่าแอลกอฮอลล์มันไม่ได้เยอะมากแต่ก็ต้องทำล่ะครับ นิด ๆ หน่อย ๆ เพื่อความสบายใจ

ขึ้นโรงพักช่วงนี้ ไม่กล้าแตะกลอนประตู หรือเอามือไปจับที่ต่าง ๆ กลัวมากครับ เอาไหล่ชนประตูเปิดเสียมาก

ตำรวจบนโรงพักหลายคนใส่ผ้าปิดปากกันเป็นจำนวนมาก หนอนโรงพักไปทำข่าวถามคดีทางกฎหมาย



เราสองต่างใส่ผ้าปิดปาก นั่นจึงเป็นครั้งแรกที่เราไม่ได้สนิทกัน แต่ต้องยืนใกล้กันมาก ราวกับสนิทกัน ทั้ง ๆ ที่รู้จักกันได้ไม่นาน ก็จะอะไรล่ะครับ ไม่ได้ยินเสียงกันและกันสิครับ

คือได้ยินนะได้ยิน ว่าเป็นเสียงคนพูดออกจากปาก แต่ไม่เข้าใจเรื่องราว ได้ยินแต่ไม่ได้ฟัง เลยต้องยืนใกล้กันมาก ต่างคนต่างพูดว่า “อะไรนะ” “ห่ะ!!” “พูดอีกทีสิ” “ว่าไงนะ”

นั่นแหละครับ การถามข่าวไม่กี่คำถาม จึงลุกลามเป็นประกายไฟลามทุ่ง การจับใจความประโยค จากเวลา 5 นาที กลายเป็น15 นาที เพราะกว่าจะจับใจความได้ว่าพูดอะไรกันก็เปลืองเวลาสักพัก จากนั้นก็ต้องมาสรุปหรือถามกันต่ออีก แต่ไม่ว่าจะลำบากตอนฟังอย่างไร

เราสองนักข่าวตำรวจก็ยืนยันแข็งขืนไม่ยอมเปิดผ้าปิดปากมาคุยกันเด็ดขาด เรายอมลำบากตอนนี้ ดีกว่าโดนกักกันนะครับ อย่างว่าแหละครับ ไม่มีใครอยากป่วย

แต่การเป็นนักข่าวมันต้องไปทำข่าว ยิ่งสถานการณ์โควิด-19 ลุกลามไปทั่ว

กองบรรณาธิการสุดที่รักก็ใช้ไปสำรวจสถานที่ต่าง ๆ ที่ก่อนหน้านี้เคยพลุกพล่าน คนจีนมากมาย แต่พอคนจีนหายวับ สถานที่ท่องเที่ยว สถานที่สำคัญก็ร้างไปตาม ๆ กัน แม้จะมีคนจีนบ้าง



“คนจีนขาจร บางคนกลับประเทศไม่ได้” เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเล่าให้ฟัง ความคนจริงคือแกไม่ใส่ผ้าปิดปากเลย

แต่หนอนโรงพักใส่ครับ แกพูดชัดแต่ฟังหนอนโรงพักถามไม่ค่อยได้ยิน ลำบากกันนิด แต่เพื่อความสบายใจ เราไม่รู้ว่าตัวเองจะเป็นพาหะนำโรคอะไรเปล่า

“คนน้อยครับ จากวันละหมื่น เหลือหลักพันนิด ๆ หายกันมากเลย”

สภาพเศรษฐกิจแบบนี้ นักท่องเที่ยวน้อย คนหาย รายได้ก็แย่ไปตาม ๆ กัน มันเป็นเวรเป็นกรรมอะไรของโลกใบนี้และประเทศไทยกันเนี่ย

หนอนโรงพักทำข่าวต่อไป เมื่อดูความลำบากแล้ว ก็ต้องไปดูการเตรียมการป้องกันบ้าง มีที่ไหนที่ป้องกันดี ๆ กองบรรณาธิการสุดที่รักก็ส่งหนอนโรงพักไปหมด ไปเจอตำรวจที่รู้จักใส่ผ้าปิดปาก ต่างมองหน้ากันไปมา ไม่แน่ใจว่านั่นใช่คนรู้จักหรือไม่

“หนอนเหรอ”

“อ้าว! ว่าไงพี่ เห็นมองตั้งนานนึกว่าจะจับผม”

หนอนโรงพักสัมภาษณ์ข่าว เพราะใส่ผ้าปิดปากกันนี่แหละ เลยเข้าสูตรอีหรอบเดิม คุยกันไม่ได้ยิน มองตาผู้ถูกสัมภาษณ์เป็นหญิงสาว เราสองมองหน้ากันไปมา คราวนี้ตัดสินใจพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย เปิดหน้ากากคุยกัน เพื่อความสบายใจดีกว่า “ถ้าจะติดโรคเพราะทำข่าว ก็ให้มันรู้ไปนะ” หญิงสาวบอก ปากสวยบางเรียวได้รูปเห็นแล้วนึกถึงดาราหญิงชื่อดังจริง ๆ งามมาก ติดเสียอย่างเดียวดูนิ้วใส่แหวนก็รู้ว่ามีสามีแล้วเรื่องนี้หนอนจะไม่ยุ่งเด็ดขาด



ประชาชนที่เห็นหนอนโรงพักสัมภาษณ์ข่าว ก็บอกร้องเรียนว่าหน้ากากและผ้าปิดปากหาซื้อยากชะมัด ที่หาซื้อได้ก็ปรากฎว่าราคาแพงดีดพุ่งเป็นราคาทองคำไปเลย อย่างว่าแหละครับ มีคนบอกทำไมไม่ตุนไว้ก่อน ปัทโธ่! ใครจะไปรู้ล่ะครับว่าต้องตุน ถ้ารู้อนาคตได้ ป่านนี้ไปเป็นหมอดูแล้วคงรายได้ดีกว่าพวกหมอดูที่ชอบฟันธงหลังจบเหตุการณ์เสียอีก

วิกฤตครั้งนี้มันของจริง เหมือนประชาชนเดินเดียวดายในทะเลทรายเลย ไม่เห็นอะไรให้สดชื่นใจสักนิด

“เหนื่อยจริง ๆ หนอนโรงพัก” ตำรวจวัยเด็กพึ่งจบมาและกลายเป็นแหล่งข่าวหนอนโรงพักเปรย เราสองเจอหน้ากันใส่หน้ากากเข้าหากัน ฟังกันไม่รู้เรื่อง เลยโทร.คุยกันบ้าง

“หน้าที่มันมี นายก็เอาแต่สั่ง กฎหมายต้องเป็นกฎหมาย แต่เอาล่ะ ความอดทนมันถึงที่สุด คนมันโกรธมากพอแล้ว ดังนั้นในฐานะประชาชนในประเทศนี้ ก็เป็นกำลังใจให้นะ”

หนอนโรงพักฟังแล้วงง เจ้าตัวพูดซ้ำอีกรอบ หนอนก็ยังงงเลยถามตรง ๆ ไปว่า “นี่น้องพูดเรื่องอะไรนะ”

“พี่หนอนโรงพัก อย่าลืมใส่หน้ากาก แล้วเช็กสมอง พักผ่อนให้พอด้วย เรื่องแค่นี้ยังไม่รู้ แล้วจะไปทำข่าวอย่างไร ไปดู Hunger Games อีกสักรอบนะ” ตำรวจคุยอย่างปริศนาก่อนขอวางสาย ทิ้งเวลาเสียนานหนอนโรงพักจึงพึ่งเข้าใจ

เรานี่โง่จริง ๆ ต้องเรียนรู้จากคนรุ่นใหม่ให้มากกว่านี้แล้วล่ะ

................................
คอลัมน์ : หนอนโรงพัก
โดย "ณัฐกมล ไชยสุวรรณ" 
ขอบคุณภาพประกอบจาก : Pixabay

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 168