อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 1 มิถุนายน 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 1 มิถุนายน 2563

5 มี.ค.'วันนักข่าว'ยกย่องเชิดชูเหยี่ยวข่าว

'วันนักข่าว' ประกาศยกย่องหนังสือพิมพ์ นักข่าว ช่างภาพ ผลงานดีเยี่ยมสมควรได้รับรางวัล และทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้นักข่าวผู้ล่วงลับ พฤหัสบดีที่ 5 มีนาคม 2563 เวลา 07.00 น.


'วันนักข่าว' หรือ วันสื่อสารมวลชนแห่งชาติ ถือกำเนิดมาจากนักข่าวรุ่นบุกเบิก 15 ท่าน ก่อตั้งเป็นสมาคมนักข่าวแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 5 มี.ค. 2498 โดยสมัยก่อนหนังสือพิมพ์สำนักต่างๆ ได้ให้ความสำคัญกับ วันนักข่าวเป็นอย่างดี ถือเป็นวันหยุดการทำงานของนักข่าว จึงทำให้วันที่ 6 มี.ค. จะไม่มีหนังสือพิมพ์ออกมาวางจำหน่ายเนื่องจากนักข่าวหยุด เมื่อความต้องการในข่าวสารมีมากขึ้นชาวนักข่าวทั้งหลายได้มีการแอบออกหนังสือพิมพ์มาขายในวันที่ 6 มี.ค. ทำให้หนังสือพิมพ์อื่นจำใจต้องเลิกประเพณีนี้ไป

เมื่อวันที่ 5 เป็นวันหยุดของนักข่าว สมาคมนักข่าวแห่งประเทศไทยจึงกำหนดให้วันที่ 4 มี.ค.ของทุกปี เป็นวันประชุมใหญ่สามัญประจำปี เพื่อที่วันรุ่งขึ้นจะได้จัดเฉลิมฉลองกันได้อย่างเต็มที่ ในการจัดงานประชุมใหญ่และงานเลี้ยงสังสรรค์ประจำปี แต่เดิมได้จัดที่บริเวณถนนราชดำเนินซึ่งบรรดาเหยี่ยวข่าวได้มาพบปะสังสรรค์กันที่ริมฟุตบาทถนนราชดำเนิน
         
ต่อมาจำนวนสมาชิกของสมาคมได้เพิ่มมากขึ้น ประกอบกับถนนราชดำเนินได้เป็นถนนสายหลัก ที่มีผู้ใช้รถใช้ถนนเป็นจำนวนมากสถานที่ของสมาคมจึงคับแคบและการจัดงานของสมาคมเกิดความไม่สะดวกให้แก่บุคคลที่สัญจรไปมา การจัดการประชุมใหญ่ประจำปีของสมาคมจึงต้องย้ายสถานที่ไปตามโรงแรมต่างๆ
 
จากนั้นสมาคมนักข่าวแห่งประเทศไทย เข้าร่วมกับ สมาคมนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย กลายเป็น ''สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย'' เมื่อวันที่ 4 มี.ค. 2542 แต่ยังคงกำหนดให้วันที่ 5 มี.ค. เป็นวันคล้ายวันสถาปนาสมาคมฯ และวันนักข่าว จนถึงปัจจุบัน
 
ในวันดังกล่าวมีการจัดกิจกรรมการประกาศยกย่องหนังสือพิมพ์ หรือนักข่าว ช่างภาพ ที่มีผลงานดีเยี่ยมสมควรได้รับรางวัล และทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้แก่รุ่นพี่นักข่าวผู้ล่วงลับไป

ในปัจจุบันประชาชนต้องการข่าวสารกันมากขึ้นทำให้ทุกวันนี้ วันนักข่าวไทย ไม่ใช่วันหยุดอีกต่อไป แต่ยังคงมีไว้เพื่อแสดงถึงความสำคัญแก่นักข่าวดังอดีตที่ผ่านมา.


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 44