อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 11 กรกฎาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 11 กรกฎาคม 2563

แบบอย่างค่าของคนและคุณความดี

เป็นข่าวที่นำมาซึ่งความเศร้าสลดใจแก่ผู้คนทั่วไปของสังคมไทยในวงกว้าง เพราะ สุเทพ  วงศ์กำแหง เป็นนักร้องที่ยิ่งใหญ่ได้มอบเสียงเพลงให้ความสุขและสร้างความซาบซึ้งตรึงใจในบทเพลงที่มีการถ่ายทอดอารมณ์เพลงด้วยเสียงร้องอันนุ่มนวลกังวานและมีความไพเราะ พฤหัสบดีที่ 5 มีนาคม 2563 เวลา 10.00 น.


ข่าวการถึงแก่กรรมอย่างกะทันหันของ สุเทพ วงศ์กำแหง ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง การขับร้องเพลงไทยสากล พ.ศ.2533  เมื่อเช้ามืดวันพฤหัสบดีที่ 27 ก.พ. 63 ด้วยสาเหตุการทำงานของหัวใจล้มเหลว  เป็นข่าวที่นำมาซึ่งความเศร้าสลดใจแก่ผู้คนทั่วไปของสังคมไทยในวงกว้าง

เพราะ''สุเทพ วงศ์กำแหง''เป็นนักร้องที่ยิ่งใหญ่ได้มอบเสียงเพลงให้ความสุขและสร้างความซาบซึ้งตรึงใจในบทเพลงที่มีการถ่ายทอดอารมณ์เพลงด้วยเสียงร้องอันนุ่มนวลกังวานและมีความไพเราะ ซึ่งเป็นเวลายาวนานเกือบ 7 ทศวรรษ นับตั้งแต่เริ่มต้นร้องเพลงเมื่ออายุ 17 ปีจวบจนสิ้นอายุขัยในวัย 86 ปี มีผลงานการขับร้องมากกว่า 5,000 เพลง เป็นนักร้องที่มีผลงานเพลงร้องมากที่สุดในประเทศไทยและมากที่สุดในโลก

 
สุเทพ วงศ์กำแหง เกิดที่ อ.สูงเนิน​ จ.นครราชสีมา มีชีวิตเติบโตจากครอบครัวในชนบท เมื่อเรียนจบชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 6 ด้วยความรักการวาดเขียนและงานศิลปะจึงไปเรียนต่อที่โรงเรียนเพาะช่าง (มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์) ที่กรุงเทพ ในระหว่างการเรียนได้แสดงฝีมืองานศิลปะอย่างโดดเด่นและยังได้แสดงความสามารถในการร้องเพลงอีกด้วย 
 
หลังจบการศึกษาแล้วเริ่มต้นทำงานเป็นช่างศิลป์ที่ร้านงามศิลป์แถววงเวียน 22 กรกฎา ต่อมาได้รู้จักกับ ไสล ไกรเลิศ ซึ่งเป็นนักไวโอลินและนักแต่งเพลงชื่อดังในยุคนั้น จึงเข้าสู่วงการเพลง โดยร้องเพลงสลับฉากละครและงานบันเทิงต่าง ๆ  อีกทั้งยังเป็นผู้ทำการทดลองเสียงร้องแทนนักร้องตัวจริงก่อนการบันทึกเสียง จนกระทั่งมีโอกาสบันทึกเสียงเป็นผลงานของตนเอง  

ต่อมาได้รับการสนับสนุนจากพลอากาศเอกทวี จุลละทรัพย์ ให้เข้ารับราชการเป็นทหารอากาศ ประจำอยู่ที่วงดุริยางค์ทหารอากาศ ซึ่งมี ปรีชา เมตไตรย์ เป็นผู้ควบคุมวงในขณะนั้น ซึ่งนับเป็นโอกาสดีที่ได้ร้องเพลงบันทึกเสียงมากขึ้น สถานีวิทยุและสถานีโทรทัศน์ได้นำแผ่นเสียงไปเผยแพร่ออกอากาศอย่างกว้างขวางทั่วประเทศ จึงเป็นนักร้องที่มีชื่อเสียงโด่งดังมากที่สุดมายาวนานต่อเนื่อง 




 
หลังการลาออกจากราชการซึ่งมียศเรืออากาศตรีในขณะนั้น ได้หันไปสู่การเป็นนักร้องอาชีพอย่างเต็มตัวซึ่งมีโอกาสเข้าร่วมงานกับคณะชื่นชุมนุมศิลปินจึงได้ร้องเพลงทั้งในรายการวิทยุและรายการโทรทัศน์มากขึ้น ส่งผลให้มีชื่อเสียงขจรขจายไปในวงกว้างอย่างไม่มีที่สิ้นสุด และยังได้ร้องเพลงประกอบภาพยนตร์รวมถึงการเป็นนักแสดงอีกด้วย ตลอดจนการเป็นผู้อำนวยการสร้างภาพยนตร์
 
สุเทพ วงศ์กำแหง มีความเป็นสุภาพบุรุษซึ่งเป็นที่รับรู้และเป็นที่ประจักษ์แก่สังคมทั่วไป มีความสุภาพและให้เกียรติผู้อื่น มีจิตใจที่โอบอ้อมอารี ให้ความอนุเคราะห์และเกื้อกูลแก่ผู้อื่นด้วยจิตใจอันงดงาม สิ่งที่น่าสรรเสริญเป็นอย่างยิ่งคือเป็นผู้ที่มีความภูมิใจในตนเอง รักถิ่นฐานบ้านเกิด มีความมุ่งหวังอยากเห็นสังคมชนบทได้รับการพัฒนาและแก้ปัญหาต่างๆ  เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม จึงเป็นผู้มีความสนใจทำงานการเมืองเพื่อจะได้เป็นตัวแทนของประชาชนตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หลังเกิดเหตุการณ์วันที่ 14 ต.ค.16  ซึ่งเป็นวันมหาวิปโยค สุเทพ วงศ์กำแหง ก็ยิ่งมีความมุ่งมั่นที่จะรับใช้ประชาชนและชาติบ้านเมือง

ต่อมาเมื่อปี 2522 ได้รับเลือกตั้งเป็น ส.ส. นครราชสีมาพรรคพลังใหม่ ซึ่งมี น.พ.กระแสร์ ชนะวงศ์ เป็นหัวหน้าพรรค และในปีพ.ศ. 2531 ได้รับเลือกตั้งเป็น ส.ส. กรุงเทพมหานคร พรรคพลังธรรม ​ซึ่งมี พล.ต.จำลอง ศรีเมือง เป็นหัวหน้าพรรค ในการทำงานทำหน้าที่เป็นคณะรัฐมนตรี​ส.ส. มีการตั้งกระทู้ถึงปัญหาต่างๆ และตรวจสอบการทำงานของฝ่ายบริหารในที่ประชุม​สภา​ผู้แทน​ราษฎรอย่างเข้มแข็งมีการเสนอให้แก้ไขกฎหมายเกี่ยวกับการจำกัดให้วงดนตรีในสถานประกอบการบันเทิงเดิมมีเพียง 2-3 ชิ้นเท่านั้น เปลี่ยนมาให้เป็นวงดนตรีขนาดใหญ่ได้เพื่อเป็นการส่งเสริมให้มีนักดนตรีเพิ่มมากขึ้น


 
เมื่อครั้งที่ประเทศชาติต้องประสบกับปัญหาความมั่นคงที่เกิดจากการแทรกซึมและรุกรานจากภายนอกประเทศ สุเทพ วงศ์กำแหง ทำงานรับใช้ชาติด้วยการไปร้องเพลงกล่อมขวัญทหารที่ชายแดนตามภูมิภาคต่างของประเทศ ไม่ว่าจะเป็น ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือภาคตะวันออก ภาคตะวันตก และภาคใต้รวมถึงยังเดินทางไปร้องเพลงกล่อมขวัญทหารไทยในสมรภูมิสงครามเกาหลีและสงครามเวียตนามอีกด้วย
 
สุเทพ วงศ์กำแหง เป็นผู้ให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์​การใช้ภาษา​ไท​ยทั้งการพูด อ่านและเขียน​ให้ถูกต้องตามหลักภาษาไทย ​เพราะเป็นภาษาประจำชาติและมรดกอันล้ำค่าของชาติที่บรรพชนได้รังสรรค์ไว้ให้ ซึ่งมีความไพเราะเสนาะ​โสตเปรียบเสมือนภาษาดนตรีจึงพยายามรณรงค์​ให้มีการใช้ภาษา​ไทยอย่างถูกต้อง​ทั้งประเภทร้อยแก้วและร้อยกรอง เมื่อ 2 ปีที่แล้วได้ขอให้สติ สติฐิต​( เนรัญชรา ) ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง ผู้ประพันธ์เพลงไทยสากล พ.ศ.2563 ประพันธ์เพลง “ภาษาไทยแห่งชาติ” เพื่อจะได้นำมาเผยแพร่ให้สังคมไทยได้ตระหนักรู้ถึงคุณค่าและความสำคัญ​ของภาษาไทยซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของชาติ


 
เสียงร้องเพลงของ สุเทพ วงศ์​กำแหง เป็นเสียงที่สวรรค์บันดาลให้ยากจะมีผู้ใดเสมอเหมือน ​รงค์ วงษ์สวรรค์ศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ พ.ศ.2538 ได้อุปมาเสียงร้องเพลงของสุเทพ วงศ์​กำแหง ดุจดั่ง “เสียงขยี้แพรบนฟองเบียร์” สติ สติฐิต​( เนรัญชรา ) ให้ทัศนะเกี่ยวกับเสียงที่มีพรสวรรค์ของ สุเทพ​ วงศ์​กำแหง ​ว่าเป็นเส้นเสียงที่มีลักษณะพิเศษเฉพาะคือเส้นเสียงเคลือบด้วยเสียงสูงและเสียงต่ำ โดยในเสียงสูงมีเสียงต่ำและในเสียงต่ำมีเสียงสูงแฟนเพลงชาวไทยต่างทราบกันดีว่าเป็นเสียงที่นุ่มนวลมีความกังวานไพเราะ​จับใจและยังมีความสามารถพิเศษในการเก็บลมหายใจในการขับร้องได้ยาวนานกว่าผู้อื่น
 
เพลงที่มีชื่อเสียงและโด่งดังของ สุเทพ วงศ์กำแหง ซึ่งเป็นเพลงที่สังคมไทยรู้จักดี เป็นที่นิยมกันอย่างแพร่หลาย อาทิ รักคุณเข้าแล้ว เพียงคำเดียว สวรรค์มืด บ้านเรา พรุ่งนี้ฉันจะรักเธอจนตาย ในโลกแห่งความฝัน เสน่หา ดาว ฯลฯ เพลงที่ร้องคู่กับ สวลี ผกาพันธุ์ ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดงการขับร้องเพลงไทยสากล พ.ศ. 2532 ซึ่งเป็นนักร้องคู่ขวัญอมตะ อาทิรักฉันนานๆ บทเรียนก่อนวิวาห์ เธออยู่ไหน คืนหนึ่ง ฝนนี้ วอนรัก ฯลฯ

นอกจากนี้ยังร้องเพลงคู่กับ เพ็ญศรี พุ่มชูศรี ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง การขับร้องเพลงไทยสากล พ.ศ. 2534 อาทิมนต์รักนวลจันทร์ พ่อแง่แม่งอน ฯลฯ และร้องเพลงคู่กับ จินตนา สุขสถิตย์ ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดงการขับร้องเพลงไทยสากล พ.ศ. 2547 อาทิ เงาบัว แพรัก ฯลฯ



เมื่อวันที่ 3 ม.ค.62 สุเทพ วงศ์กำแหง ได้มีโอกาสดีไปฟังธรรมเรื่อง “ความจริงอันถึงที่สุด (อริยสัจธรรม) ที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงตรัสรู้” โดย สุจินต์ บริหารวนเขตต์ ประธานมูลนิธิศึกษาและเผยแพร่พระพุทธศาสนาเป็นผู้นำการสนทนาธรรม ณ ห้องประชุมสุธรรมอารีกุล อาคารสารนิเทศ

50 ปี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มีความตั้งใจฟังปรมัตถธรรมด้วยความสนใจ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการเป็นผู้สะสมความเห็นถูก(สัมมาทิฎฐิ) มาแต่ในอดีตชาติและปัจจุบันชาติ และในวันนั้นยังได้ร้องเพลง “พระรัตนตรัย” ให้ผู้ร่วมงานได้รับฟังอีกด้วย

การกระทำความดี(กุศลกรรม) ของสุเทพ วงศ์กำแหง เป็นเหตุที่ดีซึ่งนำไปสู่ผลของกรรมที่ดี (กุศลวิบาก)​
มีสุคติภูมิ ภพภูมิใหม่


……………………...
คอลัมน์ : ว่ายทวนน้ำ
โดย “ทวีศักดิ์ อุ่นจิตติกุล” 


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    98%
  • ไม่เห็นด้วย
    2%

บอกต่อ : 271