อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 1 มิถุนายน 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 1 มิถุนายน 2563

แคลเซียมสำคัญอย่างไร

แคลเซียมเป็นแร่ธาตุที่สำคัญต่อความแข็งแรงของโครงสร้างกระดูกของร่างกาย หากร่างกายได้รับแคลเซียมในปริมาณที่ไม่เพียงพอ จะเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดภาวะกระดูกหักง่ายจากความแข็งแรงของกระดูกที่ลดลง หรือเรียกว่า “ภาวะกระดูกพรุน” นั่นเอง เสาร์ที่ 7 มีนาคม 2563 เวลา 10.00 น.


แคลเซียมเป็นแร่ธาตุที่สำคัญต่อความแข็งแรงของโครงสร้างกระดูกของร่างกาย หากร่างกายได้รับแคลเซียมในปริมาณที่ไม่เพียงพอ จะเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดภาวะกระดูกหักง่ายจากความแข็งแรงของกระดูกที่ลดลง หรือเรียกว่า ภาวะกระดูกพรุนนั่นเอง

นอกจากนี้แคลเซียมยังเกี่ยวข้องกับการทำงานของระบบไหลเวียนโลหิต การทำงานของระบบต่อมไร้ท่อ การทำงานของเส้นประสาท และการทำงานของระบบกล้ามเนื้ออีกด้วย ที่สำคัญแคลเซียมเป็นแร่ธาตุที่ร่างกายไม่สามารถสังเคราะห์ขึ้นได้ ดังนั้นการบริโภคแคลเซียมจากการรับประทานในปริมาณที่เหมาะสมจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง
        
แคลเซียมที่รับประทานเข้าไปจะถูกสะสมไว้ในโครงสร้างกระดูก และช่วยให้กระดูกมีความแข็งแรง จากการศึกษาความหนาแน่นมวลกระดูกในช่วงอายุต่าง ๆ พบว่ามวลกระดูกจะเพิ่มมากขึ้นเป็นลำดับตั้งแต่วัยเด็ก และมีมวลกระดูกที่สุด (peak bone mass) ในช่วงอายุ 20-25 ปี หลังจากนั้นมวลกระดูกที่ลดลงเป็นลำดับโดยจะเริ่มลดลงตั้งแต่ช่วงอายุประมาณ 35-40 ปี ในเพศหญิง และช่วงอายุประมาณ 40-45 ปี ในเพศชาย

อย่างไรก็ดีมวลกระดูกจะลดลงในอัตราที่รวดเร็วกว่าเพศชายโดยเฉพาะช่วงหลังหมดประจำเดือน นอกจากนี้พบว่ามวลกระดูกสูงสุด (peak bone mass) ในแต่บุคคลจะแตกต่างกัน โดยปัจจัยที่ช่วยเพิ่มความหนาแน่นมวลกระดูกที่สุด ได้แก่ การบริโภคแคลเซียมในช่วงอายุก่อน 20-25 ปี, การออกกำลังกาย และปัจจัยทางพันธุกรรม เป็นต้น

ดังนั้นจึงสามารถสรุปได้ว่าการรับประทานแคลเซียมนั้นมีความสำคัญสำหรับทุกเพศทุกวัย กล่าวคือ การได้รับแคลเซียมในวัยเด็กและวัยรุ่นนั้นจะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคกระดูกพรุนในวัยชรา ส่วนการได้รับแคลเซียมในวัยผู้ใหญ่นั้นจะช่วยชะลอการลดลงของมวลกระดูก และลดความเสี่ยงในการเกิดภาวะกระดูกหักง่ายจากโรคกระดูกพรุน โดยตารางที่ 1 แสดงปริมาณแคลเซียมควรได้รับในแต่ละวันแบ่งแยกตามช่วงอายุ และเพศ (Bauer และคณะ, N Engl J Med 2013)

 

ช่วงอายุ 0-6 เดือน ควรได้รับแคลเซียม 200 มิลลิกรัม
ช่วงอายุ 7-12 เดือน ควรได้รับแคลเซียม 260 มิลลิกรัม           
ช่วงอายุ 1-3 ขวบ ควรได้รับแคลเซียม 700 มิลลิกรัม        
ช่วงอายุ 4-8 ขวบ ควรได้รับแคลเซียม 1,000 มิลลิกรัม 
         
ช่วงอายุ 9-13 ปี ควรได้รับแคลเซียม 1,300 มิลลิกรัม           
ช่วงอายุ 14-18 ปี ควรได้รับแคลเซียม 1,300 มิลลิกรัม       
ช่วงอายุ 19-50 ปี ควรได้รับแคลเซียม 1,000 มิลลิกรัม ปริมาณสูงสุดที่แนะนำ 2,500 มิลลิกรัม        
ช่วงอายุ 51-70 ปี ควรได้รับแคลเซียม 200 มิลลิกรัม ปริมาณสูงสุดที่แนะนำ 2,000 มิลลิกรัม        
ช่วงอายุ 71 ปีขึ้นไป ควรได้รับแคลเซียม 200 มิลลิกรัม ปริมาณสูงสุดที่แนะนำ 2,000 มิลลิกรัม.

......................................................
นพ.กุลพัชร จุลสำลี
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 35