อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 3 มิถุนายน 2563

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 3 มิถุนายน 2563

ตม.1เจ๋ง!ลุยกวาดจับต่างด้าวเถื่อนตลาดนัดรถไฟศรีนครินทร์

ตม.1 จัดชุดใหญ่ลุยตลาดนัดรถไฟศรีนครินทร์ รวบต่างด้าวทำงานผิดกฎหมาย และคนไทยตามหมายจับคดีข่มขืน พร้อมจับแก๊งทัวร์เขมรหลอกพาเที่ยวทั่วไทย สุดท้ายลอยแพนักท่องเที่ยว เสาร์ที่ 7 มีนาคม 2563 เวลา 12.15 น.


เมื่อวันที่ 7 มี.ค. พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม. มอบหมายให้ พล.ต.ต.ปิติ นิธินนทเศรษฐ์ ผบก.ตม.1 พร้อมด้วย พ.ต.อ.ภัคพงศ์ สายอุบล รอง ผบก.ตม.1 พ.ต.อ.กีรติศักดิ์ ก้องเกียรติศิริ ผกก.สส.บก.ตม.1 ร่วมแถลงข่าวจับกุม 3 คดี ดังนี้

คดีแรก สืบเนื่องจาก บก.ตม. 1 ได้รับแจ้งจากพลเมืองดีทางโทรศัพท์หมายเลข 1178 ซึ่งเป็นหมายเลขรับเรื่องราวร้องทุกข์ ของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ว่าบริเวณตลาดนัดรถไฟศรีนครินทร์ มีแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายมาทำงานอยู่เป็นจำนวนมาก ขอให้จัดเจ้าหน้าที่ฯ ไปช่วยตรวจสอบด้วย เพราะเป็นการแย่งอาชีพคนไทย พล.ต.ต.ปิติ นิธินนทเศรษฐ์ ผบก.ตม.1 จึงได้สั่งการและมอบหมายให้ พ.ต.อ.ภัคพงศ์ สายอุบล รอง ผบก.ตม.1 นำกำลังเจ้าหน้าที่ กก.สส.บก.ตม.1 จำนวน 45 นาย พร้อมรถยนต์ (Mobile) ศูนย์บัญชาการควบคุมสั่งการอาชญากรรม รถยนต์ตรวจการอัจฉริยะ รถตู้ รถควบคุมผู้ต้องหา รถยนต์ รถจักรยานยนต์ พร้อมอุปกรณ์การทำงาน เข้าทำการตรวจสอบ โดยสามารถจับกุมคนต่างด้าวกระทำความผิดฐาน “เป็นคนต่างด้าวเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต และทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต” 9 ราย “เป็นคนต่างด้าวทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต” 20 ราย และ“เป็นคนต่างด้าวทำงานนอกเหนือจากสิทธิที่จะทำได้” 13 ราย รวมทั้งสิ้น 42 ราย นอกจากนี้ขณะเข้าทำการจับกุม เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนฯ พบคนไทย 1 ราย ท่าทางมีพิรุธ จึงได้เรียกตัวเพื่อทำการตรวจสอบ พบว่า ชื่อ นายอภิวัฒน์ เป็นบุคคลตามหมายจับศาลจังหวัดสุรินทร์ ที่ 18/2563 ลงวันที่ 5 ก.พ. 63 ซึ่งต้องหากระทำผิดฐาน ข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่นโดยขู่เข็ญด้วยประการใดๆ โดยใช้กำลังประทุษร้าย โดยผู้อื่นนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้หรือโดยทำให้ผู้อื่นนั้นเข้าใจผิดว่าตนเป็นบุคคลอื่น เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนจึงได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมดนำส่งพนักงานสอบสวน สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป





อีกคดี เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน บก.ตม.1 ได้รับการร้องเรียนจากผู้เสียหายว่าตนเองเดินทางไปท่องเที่ยวประเทศกัมพูชา โดยติดต่อผ่านนายหน้าชาวกัมพูชาย่านประตูน้ำ ซึ่งนายหน้าแจ้งว่าจะพาไปเที่ยวนครวัด นครธม ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของประเทศกัมพูชาและเดินทางโดยรถยนต์ปรับอากาศ มีที่พักและอาหารอย่างดีให้บริการครบวงจร แต่เมื่อเดินทางไปเที่ยวจริง รถยนต์ อาหาร และที่พักไม่ได้เป็นตามที่นายหน้าตกลงไว้ นอกจากนี้ ขณะที่เดินทางกลับก็มีชาวกัมพูชาที่เดินทางเข้ามาเที่ยวประเทศไทย เดินทางมาพร้อมกันแจ้งว่าจะเดินทางมาท่องเที่ยวสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของประเทศไทย เช่น วัดพระแก้ว พระนครศรีอยุธยา แต่เมื่อนักท่องเที่ยวชาวกัมพูชาเดินทางมาถึงท่ารถ กลับถูกลอยแพไม่มีผู้ใดพาไปท่องเที่ยวตามที่ตกลงไว้เช่นกัน


 
เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน บก.ตม.1 จึงได้จัดกำลังไปสืบสวนหาข่าวและเฝ้าสังเกตบริเวณ ซอยเพชรบุรี 15 ประตูน้ำ ซึ่งเป็นท่ารถตู้ กรุงเทพฯ-สระแก้ว พบว่ามีการเปิดห้องตั้งโต๊ะรับบริการจัดทัวร์ท่องเที่ยวประเทศกัมพูชา และประเทศไทย อยู่ 3 ร้าน โดยมีป้ายประชาสัมพันธ์เป็นภาษาเขมร พร้อมภาพสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ไว้เชิญชวนลูกค้าให้มาใช้บริการ เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน บก.ตม.1 จึงได้ปลอมตัวเป็นนักท่องเที่ยวพร้อมสายลับ (ชาวเขมร) ทำทีเข้าไปติดต่อเพื่อจะเดินทางไปเที่ยวตามสถานที่ต่างๆ มีนายสม และนายคง สัญชาติกัมพูชา เข้ามาติดต่อสอบถามและแนะนำขายบริการนำเที่ยว เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนจึงได้แสดงตัวและขอตรวจสอบเอกสารหลักฐานของนายสม และนายคง จากการตรวจสอบพบว่าทั้ง 2 มีเพียงเอกสารหนังสือเดินทาง (Passport) ไม่มีใบอนุญาตทำงาน และให้การปฏิเสธ โดยอ้างว่าตัวเองมีหน้าที่ขายตั๋วและจัดผู้โดยสารขึ้นรถ และบางครั้งก็นั่งไปกับผู้โดยสาร ในกรณีที่ผู้โดยสารต้องการให้เป็นล่ามช่วยแปลภาษา เพราะตนเองพูดภาษาไทยและเขมรได้ แต่ไม่ทราบเรื่องการขายทัวร์ครบวงจรของนักท่องเที่ยวแต่อย่างใด เจ้าหน้าที่เชื่อว่า ทั้ง 2 คน น่าจะมีส่วนรู้เห็นกับขบวนการจัดทัวร์ดังกล่าว เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหา เป็นคนด้าวทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงาน และนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สตม. เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป โดยเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนฯ จะทำการขยายผลถึงขบวนการดังกล่าวต่อไป.

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 23