อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 1 มิถุนายน 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 1 มิถุนายน 2563

ข่าวคนไทยในออสเตรเลีย วันที่ 8 มีนาคม 2563

เจ้าหน้าที่ กรมสอบสวนคดีพิเศษ DSI เดินทางมาเยี่ยมเยียน พบปะพี่น้องไทยในเขตรัฐควีนสแลนด์ นำโดย ผอ.นฐพร บุญยะกร ผู้อำนวยการ ส่วนเครือข่ายการป้องกันการเกิดอาชญากรรมคดีพิเศษ ในช่วงเวลาระหว่างวันที่ 3-6 มีนาคม 2563 อาทิตย์ที่ 8 มีนาคม 2563 เวลา 06.30 น.

@@@@ ในช่วงเวลาระหว่างวันที่ 3-6 มีนาคม 2563 เจ้าหน้าที่ กรมสอบสวนคดีพิเศษ DSI เดินทางมาเยี่ยมเยียน พบปะพี่น้องไทยในเขตรัฐควีนสแลนด์ นำโดย ผอ.นฐพร บุญยะกร ผู้อำนวยการ ส่วนเครือข่ายการป้องกันการเกิดอาชญากรรมคดีพิเศษ และ นางกรแก้ว ริ้วตระกูลไพบูลย์ เจ้าหน้าที่คดีพิเศษชำนาญการคดีพิเศษ พร้อมด้วย น.ส.ประภัสสร จันทร์สำโรง เจ้าหน้าที่คดีพิเศษชำนาญการ  กรมสอบสวนคดีพิเศษ สังกัด กระทรวงยุติธรรม โดยมีวัตถุประสงค์ ในการมาเยือนครั้งนี้ คือ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ได้สร้างเครือข่ายประสานความร่วมมือในการดำเนินงานการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ แลกเปลี่ยนข้อมูลด้านการข่าวอาชญากรรมพิเศษระดับองค์กร ภาครัฐ ภาคเอกชนและประชาชนในภูมิภาคอาเชียน รับฟังและแสดงความคิดเห็นการดำเนินงานด้านเครือข่ายรูปแบบและวิธีการในการสร้างความเข้มแข็งการทำงานและบูรณาการร่วมกันในอนาคตด้านการป้องกันและปราบปรามอาชกรรมข้ามชาติ ร่วมเฝ้าระวังและแก้ไขปัญหาอาชญากรรมระหว่างประเทศที่มีความรุนแรงให้มีประสิทธิภาพมุ่งสู่ความเป็นสากล สร้างความสัมพันธ์ที่ดีและร่วมมือกับหน่วยงานกลุ่มประเทศสมาชิกประชาคมอาเชียน +6  การประชุมกับหน่วยงานรัฐบาลของประเทศออสเตรเลีย มีมิติของความร่วมมือด้านการป้องกันอาชญากรรม ในแนวทางเดียวกัน ซึ่งเน้นประชาชนมาเป็นส่วนร่วม เช่นเดียวกับประเทศไทย คณะทำงานเครือข่ายป้องกันการเกิดอาชญากรรม กรมสอบสวนคดีพิเศษ นำทีมโดย ผอ. นฐพร บุญยะกร ผู้อำนวยการเครือข่ายภาคประชาชน DSI ได้เดินทางเข้าพบ มร.แอนดรูว์ พาร์ค กงสุลกิตติมศักดิ์ รัฐควีนแลนด์ ประเทศออสเตรเลีย เพื่อเข้าเยี่ยมเยียน และเผยแพร่ประชาสัมพันธ์งานเครือข่ายและเผยแพร่ภารกิจอำนาจหน้าที่ของกรมสอบสวนคดีพิเศษ รวมถึงการเผยแพร่ช่องทางการสื่อสารเพื่อรับเรื่องราวร้องทุกข์ในส่วนภาคประชาชน ต่อมา คณะทำงานดีเอสไอ ได้เดินทางไปยังสถานีวิทยุ เอสบีเอสไทยภาคภาษาไทย เพื่อบันทึกรายการและให้สัมภาษณ์ เกี่ยวกับการมาทำงานของดีเอสไอ ในการเดินทางมาในครั้งนี้ ................... ช่วงบ่ายของวันที่ 4 มีนาคม 2563 ผอ.นฐพรฯ และคณะทำงานดีเอสไอ ร่วมกับสมาคมไทย-ออสซี่ พี่ช่วยน้อง ได้มีการประชุมร่วมกับองค์กรในภาครัฐ อธิบดีกรมตำรวจรัฐควีนสแลนด์ และองค์กรช่วยเหลือผู้หญิง จากความรุนแรงในครอบครัว ปัญหาคดีการค้ามนุษย์ และวิธีป้องกันการเกิดอาชญากรรมและปัญหาในอนาคต. โดยมีนางกัญชลา เฟื่องฟู ประธาน สมาคมไทย-ออสซี่ พี่ช่วยน้อง เป็นสมาชิกและเครือข่าย เพื่อรับเรื่องร้องทุกข์และเป็นตัวแทน ดีเอสไอ ในภาคพื้นประเทศออสเตรเลีย ซึ่งสมาคมออสซี่ พี่ช่วยน้อง ประกอบไปด้วย นางกัญชลา เฟื่องฟู เป็นประธาน และมีจิราพร จันเหลือง รองประธานสมาคมฯ วัชรภรณ์ มณีสุวรรณ เลขานุการสมาคมฯ ริสา วิลย์ กรรมการสมาคมฝ่ายกิจกรรม อุมาภรณ์ อาสโสพาร์ดิ กรรมการสมาคมฝ่ายโซเชี่ยลมีเดีย …………….. ในวันพฤหัสบดีที่ 5 มีนาคม 2563 ผอ. นฐพรฯ และ คณะได้เดินทางพบปะพี่น้องไทย ที่ วัดสังฆรัตนาราม เมืองโกลด์โคสท์และใกล้เคียงเพื่อทำบุญร่วมกันและ เพื่อรับเรื่องร้องทุกข์พร้อมกับมีการอธิบาย-บรรยายถึงขอบเขตและหน้าที่ ที่ คณะทำงาน ดีเอสไอ จะให้ความช่วยเหลือ พี่น้องไทยในต่างประเทศและได้แนะนำช่องทางในการติดต่อกับ ดีเอสไอ จนถึงเวลาประมาณ 15.00 น ในวันเดียวกัน และในวันรุ่งขึ้น คือ วันที่ 6 มีนาคม 2563 เดินทางกลับเมืองไทย
 
 @@@@ สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงแคนเบอร์รา ขอแจ้งข้อมูล/ข้อควรทราบสำหรับชาวไทยและชาวต่างชาติที่เดินทางระหว่างไทยและออสเตรเลียในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ดังนี้ (สถานะวันที่ 6 มีนาคม 2563) การเดินทางเข้าประเทศไทย ผู้โดยสารจากประเทศต่าง ๆ สามารถเดินทางเข้าประเทศไทยได้ตามปกติ กรณีที่พบว่าผู้โดยสารมีไข้ และ/หรือมีอาการทางเดินหายใจ ผู้โดยสารดังกล่าวจะถูกคัดแยกเพื่อเข้ารับการตรวจเชื้อ COVID-19 ทันที หลังเดินทางกลับจากเขตติดโรคอันตราย กรณี COVID-19 ได้แก่ จีน (รวมถึงฮ่องกงและมาเก๊า) เกาหลีใต้ อิหร่าน อิตาลี ผู้เดินทางจะได้รับการกักตัวในพื้นที่ที่ทางการไทยกำหนดเป็นเวลา 14 วัน สำหรับผู้ที่เดินทางกลับจากพื้นที่ที่มีการระบาดต่อเนื่องและพื้นที่ที่ควรหลีกเลี่ยงการเดินทาง ได้แก่ สิงคโปร์ ไต้หวัน เยอรมนี ฝรั่งเศส ญี่ปุ่น (กรุงโตเกียว จังหวัด Hokkaido, Aichi, Wakayama, Kanagawa, Chiba, Okinawa, Kyoto และ Osaka) ผู้เดินทางสามารถเดินทางเข้าประเทศไทยได้ โดยจะต้องผ่านการตรวจคัดกรองที่ด่านตรวจคนเข้าเมือง รายละเอียดเพิ่มเติมปรากฏตามเว็บไซต์กรมควบคุมโรคติดต่อ กระทรวงสาธารณสุข https://ddc.moph.go.th/viralpneumonia/index_more.php (ภาษาไทย)
https://ddc.moph.go.th/viralpneumonia/eng/index.php (ภาษาอังกฤษ) สำหรับสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อ COVID- 19ในประเทศไทย สามารถติดตามได้จาก https://ddc.moph.go.th/viralpneumonia/situation.php ................. การเดินทางจากประเทศไทยเข้าออสเตรเลีย ทางการออสเตรเลียได้ออกมาตรการห้ามผู้โดยสารชาวต่างชาติที่เดินทางมาจาก หรือเดินทางผ่าน (transit) จีนแผ่นดินใหญ่ อิหร่าน และเกาหลีใต้ ก่อนหน้านี้ ไม่เกิน 14 วัน เดินทางเข้าออสเตรเลีย โดยในชั้นนี้ มีผลบังคับใช้จนถึงวันที่ 14 มีนาคม 2563 สำหรับผู้ถือสัญชาติออสเตรเลีย ผู้มีถิ่นพำนักถาวร (Permanent Resident) และบุคคลในครอบครัว ที่เดินทางจากจีน อิหร่าน และเกาหลีใต้ สามารถเดินทางเข้าออสเตรเลียได้ แต่อาจต้องพิจารณากักกันโรคเอง (self-isolate) เป็นเวลา 14 วัน รายละเอียดเพิ่มเติมปรากฏตามเวบไซต์กระทรวงมหาดไทยออสเตรเลีย (Department of Home Affairs) https://www.homeaffairs.gov.au/…/current-…/novel-coronavirus …............... หากผู้ที่มีประวัติเดินทางกลับมาจากไทย กัมพูชา ฮ่องกง อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น สิงคโปร์ อิหร่าน เกาหลีใต้ และอิตาลี ก่อนหน้านี้ไม่เกิน 14 วัน แล้วป่วยด้วยอาการมีไข้ และ/หรืออาการทางเดินหายใจ ทางการออสเตรเลียขอความร่วมมือให้พบแพทย์ พร้อมแจ้งประวัติการเดินทางให้แพทย์ทราบ เพื่อจะได้วินิจฉัยอาการได้อย่างถูกต้องต่อไป รายละเอียดปรากฏตามเว็บไซต์กระทรวงสาธารณสุขออสเตรเลีย (Department of Health) https://www1.health.gov.au/…/cdna-song-novel-coronavirus.htm
 
@@@@ สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงแคนเบอร์ราขอรายงานสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อ COVID-19 ในออสเตรเลีย (สถานะวันที่ 6 มีนาคม 63) ดังนี้ สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อ COVID-19 ในออสเตรเลีย ขณะนี้ออสเตรเลียมีผู้ติดเชื้อ COVID-19 รวม 60 ราย (เพิ่มขึ้นจากเมื่อวาน 6 ราย) รายละเอียดเกี่ยวกับผู้ติดเชื้อใหม่ รัฐนิวเซาท์เวลส์พบผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น 3 ราย โดยทั้งหมดติดเชื้อจากผู้ป่วยในออสเตรเลีย ส่วนผู้ติดเชื้อใหม่ 1 รายเป็น นร. ที่ โรงเรียน Epping Boys High School ซึ่งผู้ปกครองทำงานอยู่ในโรงพยาบาล Ryde Hospital ที่มีแพทย์เป็นผู้ติดเชื้อก่อนหน้านี้ ส่วนผู้ติดเชื้อใหม่อีก 2 ราย เป็นผู้สูงอายุและ จนท. ของศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ Dorothy Henderson ทำให้จำนวนผู้ติดเชื้อ COVID-19 ที่มีความเกี่ยวข้องกับศูนย์ดูแลผู้สูงอายุดังกล่าว รวม 6 คน (เจ้าหน้าที่ 2 คน และผู้สูงอายุ 4 คน โดยผู้สูงอายุเสียชีวิต 1 ราย) รัฐเวสเทิร์นออสเตรเลีย พบผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น 1 ราย ซึ่งเป็นผู้โดยสารเดินทางมาจากอังกฤษ (ผ่านสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์) 1 ราย รัฐควีนส์แลนด์พบผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น 2 รายซึ่งเป็นผู้โดยสารที่เดินทางมาอังกฤษ (ผ่านสิงคโปร์) 1 ราย และเป็นผู้โดยสารชายวัย 81 ปี ที่เดินทางมาจากไทย 1 ราย สถานเอกอัครราชทูตฯ ได้ประสาน สถานกงสุลใหญ่กิตติมาศักดิ์ ณ นครบริสเบน เพื่อตรวจสอบข้อมูงเกี่ยวกับผู้ติดเชื้อที่เดินทางมาจากไทยตามข้อ 1.2 (3) สถานเอกอัครราชทูตฯ ได้รับแจ้งว่า ผู้ติดเชื้อดังกล่าวเดินทางเข้าออสเตรเลียโดยสายการบินไทย เส้นทาง กรุงเทพฯ – บริสเบน ซึ่งบริษัทการบินไทยจะมีแถลงการณ์ต่อไป ………… มาตรการรับมือการแพร่ระบาดของออสเตรเลีย กระทรวงศึกษาธิการ รัฐนิวเซาท์เวลส์ ประกาศปิด Epping Boys High School ซึ่งเป็นสถานศึกษาของผู้ติดเชื้อรายใหม่ ในวันนี้ (6 มีนาคม 2563) เพื่อตรวจสอบและติดต่อผู้ที่มีการติดต่อใกล้ชิดกับนักเรียนที่ติดเชื้อ COVID-19 และกำหนดกลยุทธ์การป้องกันการแพร่ระบาดที่อาจจะเกิดขึ้นต่อไป นาย Scott Morrison นายกรัฐมนตรี ออสเตรเลีย ประกาศว่า จะหารือกับรัฐบาลท้องถิ่น เพื่อแบ่งเบาภาระในการรับมือกับ COVID-19 ในชั้นนี้ คาดว่า การแพร่ระบาดของ COVID-19 จะก่อให้เกิดต้นทุนด้านสาธารณสุขทั้งประเทศ ประมาณ 1,000 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย ซึ่งรัฐบาลกลางจะรับภาระต้นทุนดังกล่าว 500 ล้านดอลลาร์ ออสเตรเลีย โดยในเบื้องต้น ได้จัดสรร งบประมาณรวม 100 ล้านดอลลาร์ให้ทุกรัฐ เพื่อให้ครอบคลุมค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 21 มกราคม 2563 อย่างไรก็ดี รัฐบาลท้องถิ่นต้องการให้รัฐบาลกลางสนับสนุน งบประมาณเพิ่มเติมในการย้ายผู้ป่วยจากโรงพยาบาลรัฐในท้องถิ่นไป โรงพยาบาล เอกชน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถให้โรงพยาบาลรัฐในท้องถิ่นสามารถรองรับผู้ป่วย COVID-19 ได้เพิ่มเติม นอกจากนี้ รัฐบาลท้องถิ่นยังเสนอให้รัฐบาลกลาง จัดหาอุปกรณ์ในการป้องกันการแพร่ระบาด อาทิ หน้ากากอนามัยและถุงมือให้แก่บุคลากรทางการแพทย์ ซึ่งขณะนี้เริ่มขาดแคลนแล้ว อย่างไรก็ตาม นาย Greg Hunt รัฐมนตรีสาธารณสุขออสเตรเลียยืนยันว่า จะทำงานร่วมกับบุคลากรทางการแพทย์ เพื่อกำหนดแนวทางการจัดหาอุปกรณ์ป้องกันการแพร่ระบาดให้เพียงพอต่อการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ด้านสาธารณสุข
 
@@@@ ข้อมูลและมาตรการเกี่ยวกับการแพร่ระบาดของเชื้อ COVID-19 ในออสเตรเลีย สถานะวันที่ 1 มีนาคม 2563 ล่าสุด มีผู้ติดเชื้อ COVID-19 ออสเตรเลียมีจำนวนผู้ติดเชื้อ COVID-19 เพิ่มขึ้นอีก 1 ราย จาก 25 ราย เป็น 26 ราย โดยผู้ติดเชื้อรายล่าสุดอยู่ในรัฐนิวเซาท์เวลส์ มีประวัติเดินทางกลับมาจากอิหร่าน และเป็นผู้ติดเชื้อรายที่ 2 ที่มาจากอิหร่าน ขณะนี้ ทางการออสเตรเลียกำลังติดตามผู้ที่ได้สัมผัสใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อ COVID-19 ใน ออสเตรเลียรายแรกที่มาจากอิหร่าน (รายที่ 25 ของออสเตรเลีย) ซึ่งอยู่ในรัฐควีนส์แลนด์รวมประมาณ 40 คน เพื่อหาทางควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อ มีผู้ติดเชื้อ COVID-19 ในออสเตรเลียเสียชีวิตแล้วเป็นรายแรกที่นครเพิร์ท เป็นชายอายุประมาณ 78 ปี ซึ่งอพยพออกจากเรือ Diamond Princess ขณะนี้ ผู้ติดเชื้อในออสเตรเลียได้รับการรักษาหายแล้ว 15 คน และยังรักษาตัวที่ รพ. 10 คน ..................... เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2563 นาย Scott Morrison นายกรัฐมนตรีออสเตรเลียแถลงว่า จากการหารือกับหน่วยงานด้านความมั่งคงและสาธารณสุข เห็นว่า โลกอาจเข้าสู่ระยะของการลุกลามแพร่ระบาดของ COVID-19 (pandemic phase) ดังนั้น รัฐบาลออสเตรเลีย จึงได้ประกาศแผนฉุกเฉินเพื่อเตรียมรับมือกรณีมีการแพร่ระบาดขยายตัวของ COVID-19 (Australian Health Sector Emergency Response Plan for Novel Coronavirus) ทั้งในระดับรัฐบาลกลางและระดับรัฐโดยมีการเตรียมการตั้งแต่มาตรการการป้องกันการแพร่ระบาด คลีนิครักษาผู้ป่วยกรณีมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นอย่างมาก บุคลกรทางการแพทย์ ยาในการรักษา และการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบทั้งด้านการท่องเที่ยว การศึกษา และเศรษฐกิจ/การค้า รัฐบาลออสเตรเลียได้ประกาศขยายมาตรการ travel ban ห้ามผู้โดยสารต่างชาติจากจีนเดินทางเข้าออสเตรเลียมีผลถึงวันที่ 7 มีนาคม 2563 ซึ่งนับเป็นสัปดาห์ที่ 5 ของการดำเนินมาตรดังกล่าว และยังคงห้ามคนออสเตรเลียเดินทางไปจีน ล่าสุด วันนี้ รัฐบาลออสเตรเลีย ได้ปรับ travel advisory ห้ามคนออสเตรเลียเดินทางไปอิหร่าน และตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2563 เป็นต้นไป รัฐบาลออสเตรเลียห้ามผู้โดยสารชาวต่างชาติที่เดินทางมาจากอิหร่านเข้าออสเตรเลีย สำหรับพลเมืองออสเตรเลีย และผู้มีถิ่นพำนักถาวรยังสามารถเดินทางจากอิหร่านเข้าออสเตรเลียได้ แต่ต้องถูกกักกันโรคเป็นเวลา 14 วัน อย่างไรก็ดี ปัจจุบันสถานการณ์การแพร่ระบาดใน อต.ยังอยู่ในวงจำกัด และรัฐบาลออสเตรเลียยังคงย้ำให้ประชาชนสามารถใช้ชีวิตเป็นปกติ ................ CDNA National Guideline for Public Health Unit ของกระทรวงสาธารณสุขออสเตรเลียได้ประกาศ ให้ไทย ฮ่องกง อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น สิงคโปร์ อิตาลี อิหร่าน เกาหลีใต้และกัมพูชา เป็นประเทศที่ต้องเฝ้าระวังผู้เดินทางเข้าออสเตรเลีย ซึ่งผู้โดยสารจากประเทศดังกล่าวยังสามารถเข้าออสเตรเลียได้ตามปกติ แต่หากผู้โดยสารมีไข้และมีอาการทางเดินหายใจ ภายใน 14 วัน ควรรีบแพทย์ในพื้นที่ทันที พร้อมแจ้งประวัติการเดินทางให้แพทย์ทราบด้วย
 
@@@@ เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2563 สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงแคนเบอร์รา นำโดย นางสาวบุษฎี สันติพิทักษ์ เอกอัครราชทูต ให้การต้อนรับและจัดงานเลี้ยงอาหารค่ำแก่คณะนักคริกเก็ตหญิงทีมชาติไทย ที่เดินทางมาเข้าร่วมการแข่งขันคริกเก็ตรายการ ICC Women’s T20 World Cup 2020 ที่ประเทศออสเตรเลีย ระหว่างวันที่ 21 กุมภาพันธ์ – 8 มีนาคม 2563 ในโอกาสนี้ เอกอัครราชทูตฯ ได้กล่าวต้อนรับและให้กำลังใจแก่คณะนักคริกเก็ตหญิงทีมชาติไทยในการแข่งขันกับคณะนักกีฬาทีมชาติจากประเทศต่างๆ รวม 10 ประเทศ และแสดงความชื่นชมที่นักคริกเก็ตทีมชาติไทยได้รับคัดเลือกให้เข้าร่วมการแข่งขันครั้งนี้ โดยเป็นทีมจากกลุ่มประเทศอาเซียนเพียงทีมเดียวที่ผ่านการคัดเลือก และเป็นทีมเดียวที่อยู่นอกกลุ่มประเทศเครือจักรภพ นับเป็นประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญของการกีฬาไทย หลังสิ้นสุดงานเลี้ยงอาหารค่ำ นายทฤติ กาเดอร์ ผู้จัดการทีมได้เป็นตัวแทนมอบของที่ระลึกแก่เอกอัครราชทูตฯ และได้ร่วมถ่ายภาพเป็นที่ระลึกกับเอกอัครราชทูตฯ หัวหน้าสำนักงานทีมประเทศไทยประจำกรุงแคนเบอร์ราและข้าราชการสถานเอกอัครราชทูตฯ ผู้ที่สนใจเข้าร่วมเชียร์และเป็นกำลังใจให้แก่ทีมนักกีฬาไทยสามารถติดตามรายละเอียดตารางการแข่งขันได้ทางเฟซบุ๊กสมาคมคริกเก็ตแห่งประเทศไทย และเว็บไซต์ ICC T20 https://tickets.t20worldcup.com/content/wt20/matches.aspx…
 

 
สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงแคนเบอร์รา ให้การต้อนรับและจัดงานเลี้ยงอาหารค่ำแก่คณะนักคริกเก็ตหญิงทีมชาติไทย ที่เดินทางมาเข้าร่วมการแข่งขันคริกเก็ตรายการ ICC Women’s T20 World Cup 2020 ที่ประเทศออสเตรเลีย เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2563
 
@@@@ กงสุลใหญ่ ณ นครซิดนีย์ เป็นเจ้าภาพเลี้ยงอาหารค่ำทีมนักกีฬาคริกเกตหญิงทีมชาติไทย ซึ่งเดินทางเข้าร่วมการแข่งขันคริกเกตหญิง ICC T20 World Cup 2020 ในหลายเมืองของออสเตรเลีย ระหว่างวันที่ 21 กุมภาพันธ์ – 8 มีนาคม 2563 และเมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2563 เวลา 15.00 น. กงสุลใหญ่ ณ นครซิดนีย์ เดินทางไปให้กำลังใจทีมชาติคริกเกตหญิงไทย แข่งกับทีมปากีสถาน ณ Sydney Showground Stadium ซึ่งทีมชาติไทยทำคะแนนได้ดีเยี่ยม แต่ฝนตกก่อนสิ้นสุดการแข่งขัน และไม่สามารถทำการแข่งขันต่อได้ จึงตัดสินให้ทั้งสองทีมเสมอกัน แม้ทีมจะเสียดาย แต่สมาชิกทีมก็มีกำลังใจดี เพื่อทำฝันให้เป็นจริงต่อไปในการแข่งขันใน tournament ต่อไป ซึ่งสื่อของออตเตรเลียชื่มชมทีมไทยอย่างมากในฐานะดาวรุ่ง
 

 
กงสุลใหญ่ ณ นครซิดนีย์ เป็นเจ้าภาพเลี้ยงอาหารค่ำทีมนักกีฬาคริกเกตหญิงทีมชาติไทย ซึ่งเดินทางเข้าร่วมการแข่งขันคริกเกตหญิง ICC T20 World Cup 2020 ในหลายเมืองของออสเตรเลีย ระหว่างวันที่ 21 กุมภาพันธ์ – 8 มีนาคม 2563
 
ไตรภพ ซิดนีย์
tripope@hotmail.com

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 48