อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 1 มิถุนายน 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 1 มิถุนายน 2563

"ว่าที่นักเรียนเสธ.นะเนี่ย"

กูจะแดกแม่งตั้งแต่ต้นชั่วโมงที่มึงติวแล้ว แต่จนติวเสร็จก็ยังแดกแม่งไม่ได้ เทเท่าไหร่ ๆ กระแทกจน จันทร์ที่ 9 มีนาคม 2563 เวลา 11.00 น.


แก้วจะแตกแม่งก็ไม่ยอมไหล...เนี่ยะมึงดูซี...ไม่ให้กูแค้นได้ไง หิวน้ำจะตายหง่าอยู่แล้ว...
 
ขอให้คุณผู้อ่านกรุณาให้ความสนใจกับเรื่องของโบว์ที่ผมเล่าเถิดครับ โดยเฉพาะน้อง ๆ นักข่าวช่างซักช่างถาม ขอได้โปรดอย่าถามผมว่า แล้วพี่ (คือผม) ไปสนใจอะไรกับเรื่องน้ำหวานในแก้วของเพื่อนไม่เห็นมีสาระอะไรเลย คำถามนี้ผมคงตอบยากมาก จะโทษเวรกรรมหรือโทษสภาพแวดล้อมของสังคมก็คงยากเพราะหากขืนเฉไฉกับเรื่องความขยันคอยดูน้ำหวานในแก้วเพื่อนแบบนี้ ก็อาจโดนข้อหา…
 
“โง่แล้วขยัน...ต้องเอาไปทำปุ๋ย” แบบที่เล่าให้ฟังในตอนแรกเลยก็ได้  !!!

เรากำหนดห้วงเวลาการติวไว้ว่ารอบละ 50 นาทีแล้วพักสูบบุหรี่ยืดเส้นยืดสาย 10 นาที เหมือนกับตอนเรียนหนังสือเปี๊ยบเลย สำหรับชั่วโมงติวของผมก็เช่นเดียวกัน แต่ผลจากการที่ผมมัวไปสนใจกับน้ำหวานในแก้วของโบว์ก็พลอยให้เกิดอาการอย่างเช่น…



“การจัดวางหน่วยทหารปืนใหญ่ในการรบแบบตั้งรับนั้น จะต้องให้ความสำคัญกับการเพิ่มความลึกให้กับ อ้า...(ผมชะงักคำพูดเมื่อโบว์ ยกแก้วน้ำแดงในมือขึ้นเทกรอกปากอย่างเอาเป็นเอาตายอีกแล้ว)...น้ำแดง... อ้า น้ำแดงในแก้ว อ้า...” ยังไม่ทันว่าต่อไป อ๊อดเพื่อนที่นั่งฟังติวอยู่ก็ยกมือขึ้นแล้วถามอย่างแปลกใจว่าน้ำแดงมาเกี่ยวอะไรด้วยกับการใช้ปืนใหญ่นั่นแหละถึงได้สติแล้วหันมาสู่เนื้อหาที่เป็นจริง

ผมหลุดแบบนี้อยู่หลายครั้ง จนกระทั่งตุ่นเจ้าของบ้านซึ่งทำหน้าที่เป็นกรรมการจับเวลาด้วยเคาะแก้วน้ำเป็นสัญญาณว่าหมดชั่วโมงเข้าสู่ช่วงเบรค 10 นาที

ผมปราดเข้าไปหาโบว์ซึ่งกำลังเงยหน้าพยายามกรอกน้ำหวานสีแดงเข้าปากอย่างเอาเป็นเอาตาย…

“มึงเป็นอะไรของมึงไอ้โบว์...ไอ้หง่าเอ๊ย...กรอกอยู่ได้น้ำหวานแก้วเดียวไม่รู้จักหมดจักสิ้นซะที เล่นเอากูไม่เป็นอันติว...” ผมกระซิบข้างหูเสียงเหี้ยม



โบว์หันขวับจากแก้วน้ำหวานในมือมามองหน้าผม นัยน์ตาเขียวปัดแสดงอาการโกรธเต็มที่อย่างเห็นได้ชัด ผมถอยหลังมาก้าวหนึ่ง เตรียมพร้อมรับสถานการณ์ “อะไรวะ...ถามแค่นี้ก็โกรธด้วย” ผมร้องเตือนสติ มือทั้งคู่ยกขึ้นเตรียมตั้งการ์ดมวยตามที่เคยเล่าเรียนมาสมัยเป็นนักเรียน “โกรธซีวะ...แม่ง” โบว์สวนกลับอย่างไม่ลดละ แต่ท่าการ์ดมวยเอาจริงของผมคงทำให้มันได้สติ สีเขียวเข้มในดวงตาเมื่อครู่จึงลดระดับโทนสีลงแล้วกล่าวต่อ
 
“แต่ไม่ได้โกรธมึง...กูโกรธไอ้น้ำหวานเอี้ยในแก้วเนี่ยะ…” ว่าพลางก็ยื่นแก้วน้ำหวานในมือมาให้ผม “กูจะแดกแม่งตั้งแต่ต้นชั่วโมงที่มึงติวแล้ว แต่จนติวเสร็จก็ยังแดกแม่งไม่ได้ เทเท่าไหร่ ๆ กระแทกจนแก้วจะแตกแม่งก็ไม่ยอมไหล...เนี่ยะมึงดูซี...ไม่ให้กูแค้นได้ไง หิวน้ำจะตายหง่าอยู่แล้ว...”
 
ผมค่อย ๆ ในแก้วเอียงไปมาก็พบว่าจริงอย่างที่มันว่า สิ่งที่ดูคล้ายของเหลวสีแดงในแก้วนั้นไม่ยอมไหลออกไปตามแรงดึงดูดของโลก เขย่าแรงหน่อยก็เด้งดึงดังไปมาอยู่ในนั้น ผมพยายามหาคำตอบ จนกระทั่งเสียงหวานจ๋อยของน้องจุ๋มดังมาจากด้านหลัง
 
“อ้อ...อยู่นี่เอง จุ๋มหาแทบแย่ ลูกบ่นอุบเลย…”เขาอุตส่าห์ทำเยลลี่สีแดงรสสตอเบอรี่แช่ไว้ในตู้เย็น กะว่าจะลงมากิน แล้วไม่รู้หายไปไหน.... 

พี่โบว์จะทานหรือคะ  ?” 
...............................
คอลัมน์ : สอยดาวมาร้อยบ่า – RELOADED
โดย “พล.อ.บัญชร ชวาลศิลป์”
Facebook : Gen.Bunchon - บัญชร ชวาลศิลป์
 


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    100%

บอกต่อ : 81