อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 1 มิถุนายน 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 1 มิถุนายน 2563

ประเทศไม่ใช่ของเล่น แก้ให้ตรงจุดก่อน"ล่ม"

เคาะกันออกมาแล้วค่ะ!!! กับมาตรการบรรเทา หยุดยั้ง ประคับประคอง ให้คนไทยหายใจหายคอได้สะดวกกันขึ้นมาบ้าง เพราะรัฐบาลเค้ายอมควักเนื้อเทกระเป๋าอัดเงินให้บรรดาผู้ที่เดือดร้อน จากไวรัสโควิด-19 คนละ 2,000 บาท จันทร์ที่ 9 มีนาคม 2563 เวลา 08.00 น.


เบื้องต้นคร่าว ๆ รัฐบาลบอกว่า คนที่จะได้รับเงินก้อนนี้ มีทั้งผู้ที่มีรายได้น้อย เกษตรกร และบรรดาผู้ประกอบอาชีพอิสระ ทั้งหลาย แต่รายละเอียดจะเป็นใครบ้าง ต้องรอให้ผ่านการพิจารณาของครม.ในวันที่ 10 มี.ค.นี้อีกครั้ง

มีกระแสข่าวแพลมออกมาว่า การแจกเงินรอบนี้จะครอบคลุมประมาณ 20 ล้านคน ไล่เรียงไปตั้งแต่บรรดาผู้มีรายได้น้อยตามที่เคยลงทะเบียนคนจนเอาไว้ประมาณ 14.6 ล้านคน บรรดาเกษตรกร ที่มีทั้งเป็นเกษตรกรที่รายได้น้อย และที่นอกเเหนือจากนั้น

นอกจากนี้ยังมีบรรดาผู้ที่มีอาชีพอิสระ อย่างพี่โชว์เฟอร์แท็กซี่ พี่ไกด์นำเที่ยว บรรดาหมอนวดแผนโบราณ บรรดาผู้ที่ค้าขายสินค้าที่ระลึก หรือที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยว พ่อค้าแม่ค้าทั่วไป เป็นต้น

บรรดาผู้ที่เข้าข่ายที่น่าจะได้รับเงิน 2,000 บาทจากรัฐบาลครั้งนี้ ดีดนิ้วเคาะเครื่องคิดเลขดูแล้วก็ราว ๆ 40,000 ล้านบาท คือรัฐบาลแจกเดือนละ 1,000 บาท เป็นเวลา 2 เดือน !!!



เท่านี้ยังไม่พอ!! ยังมีเงินซอฟท์โลน หรือเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำไม่เกิน 2% ที่แบงก์ออมสินจะเป็นแม่งาน ปล่อยกู้ให้บรรดาแบงก์พาณิชย์ไปคอยซัพพอร์ตบรรดาผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบ ประมาณการณ์กันเบื้องต้น ก็มีวงเงินสินเชื่อให้ประมาณ 1.5 แสนล้านบาท

ขณะเดียวกันยังมีการจัดเตรียมวงเงินฉุกเฉินไว้อีก 40,000 ล้านบาท เตรียมไว้ใช้จ่ายหากวิกฤตครั้งนี้รุนแรงเพิ่มมากขึ้น โดยรูปแบบอาจเป็นแบบจัดตั้งกองทุน หรือแนวทางอื่น ๆ

หรือแม้แต่บรรดาผู้ประกันตน ตามมาตรา 40 ทั้งหลาย หากขัดสนเงินทอง หรือมีปัญหาเรื่องตกงาน ก็ยังสามารถขอกู้เงินดอกเบี้ยต่ำจากสำนักงานประกันสังคมได้ด้วยเช่นกัน ซึ่งตรงนี้มีเงินเตรียมไว้อย่างน้อยก็กว่า 30,000 ล้านบาท



เรียกง่าย ๆ ว่ามาตรการชุดแรกที่ออกมานี้ก็ใช้เงินเป็นแสนล้านบาทแล้ว จะ 1 หรือ 2 หรือ 3 ก็แล้วแต่ ต่อให้ทั้ง นายกฯ บิ๊กตู่ ทั้งรองนายกฯสมคิด ออกอาการไม่พอใจกับทั้งตัวเลขวงเงินที่จะใช้ หรือไม่พอใจกับคำว่า "แจกเงิน" ก็ตาม

ความจริง !!! ก็คือ ความจริง!!! จะใช้เงินเท่าใด? อย่างไร? จะแจกหรือจะให้? ก็คือวิธีการช่วยเหลือประเทศ !!!

ถ้ายังแคร์ "การเมือง" มากเกินไป...อาจตกม้าตาย จากเสียงของประชาชนที่กำลังเดือดร้อนนี่แหล่ะ

ขณะที่ “การเมือง” ก็ต้องช่วยฝ่ายบริหารด้วยเช่นกัน ไม่ใช่เห็นแก่ตัว เห็นแก่ผลประโยชน์ ยามที่คนไทยทั้งประเทศตกอยู่ในอาการ “หวาดผวา”

อย่างที่บอก...เรื่องของประเทศไม่ใช่เป็นเรื่องเล่น ๆ ฉะนั้น!!! ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องก็อย่านำประเทศมาเล่นการเมืองกันจนเจ๊ง !!! ด้วยเช่นกัน เพราะภาวะที่ประเทศกำลังอ่อนแอเช่นนี้ หากฝ่ายบริหาร “ไม่มีน้ำยา” ก็ยิ่งเท่ากับซ้ำเติมประเทศให้แย่หนักเข้าไปอีก



ต้องพลิกวิกฤติให้เป็นโอกาส อย่างที่ “เจ้าสัวซีพี-ธนินท์ เจียรวนนท์” ที่ประกาศสร้างโรงงานผลิตหน้ากากอนามัย ด้วยเงินมูลค่า 100 ล้านบาท ให้เสร็จภายใน 5 อาทิตย์ กำลังการผลิตเดือนละ 3 ล้านชิ้น

วัตถุประสงค์ ก็เพื่อแจกฟรีให้กับบุคคลากรทางการแพทย์ และคนที่ไม่สามารถเข้าถึง “หน้ากาก” ได้ แม้ในอนาคตเมื่อทุกอย่างคลี่คลาย ก็ผลิตไว้ขายตามปกติ โดยได้รายได้หลังหักค่าใช้จ่ายก็จะมอบให้มูลนิธิโรคหัวใจ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ต่อไป

ต้องยอมรับว่าที่ผ่านมากระแสของ ซี.พี. ในสังคมไทยมีทั้งชื่นชน มีทั้งต่อต้าน แม้มีการช่วยเหลือสังคมในหลายแง่หลายมุมหลายด้าน แต่ก็ใช่ว่า? ซี.พี.จะโลดแล่นอยู่ในใจคนไทยทั้งหมด



แต่การประกาศสร้างโรงงานผลิตหน้ากากอนามัยในครั้งนี้ของเจ้าสัวซีพี ถือว่าเข้ามามีส่วนร่วมในช่วงที่คนไทยกำลังเดือดร้อนกันทั้งประเทศ ในช่วงที่ภาครัฐไม่สามารถเข้ามาแก้ไขปัญหาเรื่องหน้ากากอนามัยได้อย่างเบ็ดเสร็จ จนทำให้เกิดความโกลาหล เกิดความหลอน กันทั้งประเทศ

เรื่องราวของเจ้าสัวซีพีในครั้งนี้ จะมีเบื้องลึกเบื้องหลังอย่างไร แต่เชื่อว่า เบื้องหน้าแล้ว!! ก็คงได้ใจคนไทยกันบ้างไม่มากก็น้อย!!

นี่...จึงถือเป็นตัวอย่างที่ "ฝ่ายการเมือง" ควรทำให้เห็น ควรแก้ไขปัญหาให้ตรงจุด..

จะแจกเงิน...หรือจะให้เงิน...หรือจะใช้เงินกี่แสนล้านบาท...จะมาจากงบประมาณหรือมาจากการกู้เงิน แต่ถ้าทำเพื่อช่วยคนไทยทั้งประเทศ โดย “ไม่อิง” การเมือง

ไม่เช่นนั้น!! ความเชื่อมั่น ความศรัทธา ที่คนไทยเคยมีให้อาจสูญไปสิ้น!!
......................
คอลัมน์ : เศรษฐกิจจานร้อน
โดย “ช่อชมพู”

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    40%
  • ไม่เห็นด้วย
    60%

บอกต่อ : 100