อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 31 พฤษภาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 31 พฤษภาคม 2563

คนผิดครู.. ตอนที่ 1

ก่อนจะเข้าสู่เรื่องเล่าในสิ่งเร้นลับอาถรรพ์ต่าง ๆ ที่ “คนผิดครู” ทั้งหลายได้รับไว้เป็นบทเรียน อังคารที่ 10 มีนาคม 2563 เวลา 10.00 น.


เราควรจะมาทำความเข้าใจกับคำว่า “ผิดครู” ให้ถูกต้องกันเสียก่อน

คำว่า “ผิดครู” นี่ เป็นคำกล่าวที่หมายถึง คนที่ทำอะไรไม่อยู่ในกรอบปฏิบัติที่ถูกที่ควร วางตัวไม่เหมาะกับการเป็นศิษย์ที่ดี

เรื่องการผิดครูนี้ก็ใช้ได้กับทุกวงการ ไม่ว่าจะเป็นวงการโหราศาสตร์ ไสยศาสตร์ นาฏศิลป์ รวมไปถึงการรับขันธ์ครู ฯลฯ

จะเป็นวงการไหน ก็ขอให้เป็นเรื่องของการศึกษาในรูปแบบของการถ่ายทอดประสิทธิ์ประสาทวิชาในรูปแบบ “ศิษย์มีครู”

การผิดครูนั้น ก็ใช่แต่เพียงว่า จะเป็นเรื่องของการขัดต่อข้อห้ามของครู อย่างเช่น ครูโบราณที่ห้ามถ่มน้ำลายลงเวจ ห้ามกินอาหารบางอย่าง ห้ามรอดโน้น มุดนี่ ฯลฯ แต่ยังรวมไปถึงการไม่เชื่อฟังในคำบอกกล่าวที่ครูได้แนะนำไว้ในทุก ๆ เรื่องด้วย



การผิดครู เราสามารถมองได้ใน 3 หลักใหญ่ ๆ ได้แก่

1. ผิดต่อวัตถุประสงค์ของหลักวิชา ที่วางให้เห็นเป็นแนวทางไว้แต่แรก
2. ผิดโดยตรงต่อครูผู้สอน
3. ผิดต่อฟ้าดิน

1. ผิดต่อวัตถุประสงค์ของหลักวิชา ที่วางให้เห็นเป็นแนวทางไว้แต่แรกนี้ จัดว่าเป็นความผิดที่เกิดขึ้นได้ง่าย เกิดขึ้นได้บ่อย อย่างเช่น ในวิชาโหราศาสตร์ ครูบาอาจารย์ท่านฯได้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้นำวิชาความรู้ไปช่วยคน สอนให้ตระหนักถึงเรื่องกฎแห่งกรรม หมั่นสร้างความดีละเว้นความชั่ว ส่วนในเรื่องค่าตอบแทนนั้น ก็พึ่งดูตามความสมควร ให้เพียงพอต่อการเลี้ยงชีพ

ดังนี้แล้ว ชีวิตของผู้ที่ปฏิบัติดีแล้ว ได้นำศาสตร์ความรู้ที่ถูกที่ควรไปใช้ จึงมีความสุขความเจริญก้าวหน้าไปตามลำดับ

แต่สำหรับผู้ที่นำความรู้ที่ได้มานั้น ไปหลอกลวงผู้คน ให้คนหลงเชื่อไปในทางที่ผิด นำวิชาไปใช้ในทางอบายมุข กอบโกยผลประโยชน์จากคนที่ตกทุกข์ได้ยาก นำเอาวิชาความรู้ที่ได้รับมาจากครูบาอาจารย์ นำไปล่อลวงผู้มีทรัพย์ให้หยิบจ่ายออกให้ตนโดยง่าย ด้วยความงมงาย ก็ถือว่าหลงอยู่ในลาภผลที่ตนได้

ดังนี้แล้ว ชีวิตก็จะเดินเข้าสู่ความวิบัติฉิบหาย มิได้ต่อตัวเอง ก็ได้กับคนที่ตนรัก อันได้แก่ลูกเมียคนในครอบครัว เป็นต้น

2. ผิดโดยตรงต่อครูผู้สอน ได้แก่ การนำครูบาอาจารย์ไปพูดกล่าวในทางร้ายในทางเสียหาย ปิดบังครูผู้สอน เรียนวิชามาจากครู แต่กลับบอกใครต่อใครว่า ได้ความรู้มาจากการค้นคว้าของตนเอง ลักขโมยความรู้จากครูผู้บอกกล่าว แต่ก็ไม่เคยกล่าวอ้างอิงถึงชื่อครูผู้สอน เห็นครูผู้สอนเป็นศัตรู เห็นครูผู้สอนเป็นศัตรูคู่แข่ง

ตัวอย่างการผิดแก่ครูโดยตรงนั้น มีปรากฎอยู่ในมหากาพย์ “มหาภารตะ” ที่กล่าวไว้มากมายหลายช่วงหลายตอน อาทิ



ในบทที่ กันนะได้หลอกฤๅษีปรศุราม ว่าตนเป็นวรรณะพราหมณ์เพื่อจะได้ร่ำเรียนวิชา จนต้องคำสาปจากอาจารย์ให้วิชาเสื่อมในยามคับขัน

อีกทั้งในบทที่ เอกลัพย์แอบลักลอบเรียนวิชาจากโทรณาจารย์ในขณะที่ทำการสอนให้กับอรชุน ถึงแม้นเอกลัพย์จะสร้างหุ่นจำลองอาจารย์ขึ้นมากราบไหว้ แต่ก็ถือว่ามิได้รับการอนุญาตรับเป็นศิษย์จากปากของอาจารย์โดยตรง สุดท้ายจึงถูกท่านอาจารย์ขอให้ตัดนิ้วหัวแม่มือ หมดโอกาสที่จะใช้วิชาที่ได้รับรู้และฝึกฝนมา

3. ผิดต่อฟ้าดิน ได้แก่ พวกที่ไม่ได้มีวิชาความรู้อันใด หรือผู้ที่ไม่มีวุฒิภาวะเพียงพอ แต่กล้าที่จะนำเอาวิชาไปใช้เพื่อแสวงหาผลประโยชน์ อุปโลกตนเองเป็นผู้รู้ ตั้งตัวเป็นผู้วิเศษ หลอกลวงผู้คนที่ไม่รู้ที่ตกทุกข์

คนพวกนี้กระทำตัวผิดศีลธรรม ทั้งยังหยามหลู่ครูบาอาจารย์ สุดท้ายคนพวกนี้จะต้องพบกับชะตากรรมที่แสนจะรันทด ชีวิตตกต่ำในบั้นปลาย โรคร้ายรุมเร้า ตายอย่างทุกข์ทรมาน

และเรื่องราวของ “คนผิดครู” ที่ อ.พราหมณ์เมศ จะนำมาหยิบยกให้ทุกท่านได้ติดตามอ่านกันในวันอังคารหน้า ก็เพื่อที่จะให้ทุก ๆ ท่าน และผู้ที่ศึกษาวิชาโหราศาสตร์ได้รับรู้ไว้เป็นอุทาหรณ์สอนใจ

ซึ่งเรื่องราวที่เขียนขึ้นนั้น จะได้มาจากข้อมูลจริง ทั้งประสบการณ์ตรง หรือเป็นเรื่องที่ครูบาอาจารย์ได้บอกกล่าวต่อๆ กันมา

ขอให้ทุก ๆ ท่าน ได้นำวิชาความรู้ที่ตนมี ไปใช้ในทางที่ถูกที่ควร รู้คุณครู กตัญญูต่อผู้มีพระคุณ แล้วชีวิตของท่านทั้งหลายจะพบกับความเจริญรุ่งเรืองด้วยกันทุกผู้ทุกนาม

วันอังคารหน้าติดตามเรื่อง “คนผิดครู” กันต่อไป ห้ามพลาดนะครับ.

-------------------------
คอลัมน์ : พยากรณ์สอนกันได้
โดย “อ.พราหมณ์เมศ วาสุเทพ”
ขอบคุณภาพจาก : Pixabay

คลิกติดตามอ่านคอลัมน์พยากรณ์สอนกันได้ทั้งหมดที่นี่

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    83%
  • ไม่เห็นด้วย
    17%

บอกต่อ : 50