อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 31 พฤษภาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 31 พฤษภาคม 2563

สันติภาพอัฟกัน

การทำข้อตกลงระหว่างสหรัฐอเมริกากับกลุ่มตาลีบันเชื่อว่าจะเป็นจุดเริ่มต้นของการเจรจาสันติภาพระหว่างกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบกับรัฐบาลอัฟกานิสถาน แต่กลับไม่มีประสิทธิภาพภายในไม่กี่วัน เพราะการสู้รบยังคงมีอยู่ในประเทศอัฟกานิสถาน พุธที่ 11 มีนาคม 2563 เวลา 07.30 น.


การทำข้อตกลงระหว่างสหรัฐอเมริกากับกลุ่มตาลีบันเชื่อว่าจะเป็นจุดเริ่มต้นของการเจรจาสันติภาพระหว่างกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบกับรัฐบาลอัฟกานิสถาน แต่กลับไม่มีประสิทธิภาพภายในไม่กี่วัน เพราะการสู้รบยังคงมีอยู่ในประเทศอัฟกานิสถาน ทำให้ไม่แน่ใจว่าอะไรจะเกิดขึ้น
        
ข้อตกลงอย่างหลวม ๆ ความยาว 4 หน้าลงนามกันไปที่กรุงโดฮาประเทศกาตาร์เมื่อวันที่ 29 ก.พ.ที่ผ่านมา เป็นการกำหนดเงื่อนไขสำหรับการถอนทหารต่างชาติออกจากอัฟกานิสถานภายใน 14 เดือน และยังจะเป็นการยุติสงครามยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์ของสหรัฐ
        
แต่ไม่กี่วันชนิดหมึกยังไม่ทันแห้ง เลือดก็นองแผ่นดินอัฟกานิสถานอีกครั้ง เพราะตาลีบันโจมตีเป้าหมายทางทหารของอัฟกานิสถานและกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบโจมตีการชุมนุมทางการเมืองในเมืองหลวงกรุงคาบูล ทั้งที่มีผู้นำระดับสูงของรัฐบาลอัฟกานิสถานอยู่ในงานด้วย มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก
        
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐยอมรับว่า ตาลีบันอาจยึดอำนาจหลังกองทหารต่างชาติถอนตัวออกไป ซึ่งต่างจากที่เจ้าหน้าที่ของสหรัฐเคยรับปากเอาไว้ว่าจะผลักดันเรื่องถอนทหาร ซึ่งนำมาสู่การทำข้อตกลงในที่สุดกับตาลีบัน
        
ปัญหาใหญ่สุดคือเนื้อหาในข้อตกลงยังคลุมเครือและตีความออกไปได้หลายอย่าง ยกตัวอย่างเช่น ข้อตกลงระบุว่ารัฐบาลอัฟกานิสถานจะต้องปล่อยตัวนักโทษตาลีบัน 5,000 คนก่อนที่จะมีการเจรจาสันติภาพระหว่างรัฐบาลอัฟกานิสถานกับกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบซึ่งเชื่อว่าน่าจะมีขึ้นที่กรุงออสโล ประเทศนอร์เวย์
        
ปัญหาก็คือรัฐบาลอัฟกานิสถานไม่ได้เป็นผู้ลงนามในข้อตกลงระหว่างสหรัฐกับตาลีบันและคำประกาศร่วมระหว่างรัฐบาลของประธานาธิบดีอัชราฟ กาห์นี กับข้อเรียกร้องของสหรัฐให้รัฐบาลอัฟกานิสถานกำหนดความเป็นไปได้ที่จะมีการปล่อยตัวนักโทษจำนวนมาก แต่ประธานาธิบดีกาห์นีออกมายืนยันแล้วว่ารัฐบาลอัฟกานิสถานยินดีที่จะปล่อยตัวนักโทษตาลีบันแต่ต้องมีหลักประกันว่า พวกเขาจะต้องไม่กลับมาก่อความรุนแรงอีก แต่เขาก็ไม่ได้บอกด้วยว่าจะปล่อยเมื่อไหร่
        
แอนดรูว์ วัตกินส์ นักวิเคราะห์ของกลุ่มวิกฤตินานาชาติบอกว่า ภาษาที่กำกวมบวกซึ่งบางจุดนั้นชี้ให้เห็นว่าเป็นภาษาที่ขัดแย้งกันเองในข้อตกลงสหรัฐ-ตาลีบันและแถลงการณ์ร่วมของสหรัฐกับอัฟกันนำมาซึ่งความสับสน จึงเป็นไปไม่ได้ที่จะทำให้ข้อตกลงเดินหน้าไปได้
        
ความอดทนของรัฐบาลสหรัฐที่มีต่อรัฐบาลประธานาธิบดีกาห์นีกำลังลดลง สหรัฐไม่ได้แสดงความยินดีกับเขาในการเข้ารับตำแหน่งสมัยที่สองเมื่อเดือนที่แล้ว ท่าม กลางข้อครหาว่ามีการทุจริตระหว่างการลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง
        
ประธานาธิบดีกาห์นีมีกำหนดสาบานตนเข้ารับตำแหน่ง (ถ้าไม่มีอะไรเปลี่ยน แปลง) ในวันจันทร์ที่ 9 มี.ค.แต่คู่แข่งของเขาก็อยากจะตั้งรัฐบาลขึ้นมาสู้เช่นกัน
        
อัฟกานิสถานคือดินแดนที่ไม่คาดคิดเช่นกันว่าหลังจากเหตุการณ์ก่อการร้าย 11 ก.ย. 2544 จะนำมาซึ่งกองทัพสหรัฐยกกำลังบุกอัฟกานิสถาน แต่ขณะนี้สหรัฐดูเหมือนว่าจะไม่ได้ให้ความสำคัญนักกับการก่อความรุนแรงของตาลีบันและยังไปให้ความน่าเชื่อถือกับอดีตปรปักษ์กลุ่มนี้ถึงขนาดยอมทำข้อตกลงด้วย
        
เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ไมค์ ปอมเปโอ รมว.ต่างประเทศสหรัฐบอกว่า ผู้นำอาวุโสของตาลีบันมุ่งมั่นที่จะลดความรุนแรง ขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐบอกว่าได้โทรศัพท์พูดคุยกับนายมุลลาห์ บาราดาร์ ผู้นำระดับสูงของตาลีบัน เป็นการพูดคุยกันในทางที่ดี ผู้นำสหรัฐยังส่งสัญญาณบอกว่า สหรัฐจะยึดมั่นในพันธกรณีด้านความมั่นคงของอัฟกานิสถานโดยการกำหนดวันถอนกำลัง
        
สกอตต์ สมิธ ผู้เชี่ยวชาญด้านอัฟกานิสถานของสถาบันสันติภาพสหรัฐบอกว่า สหรัฐรู้อยู่เต็มอกว่าประธานาธิบดีกาห์นีเชื่อว่าสหรัฐกำลังทำทุกอย่างให้ถูกต้องตามกฎหมายกับตาลีบัน อันดับแรกคือทำข้อตกลง และยินดีรับผลในทางกฎหมายเพื่อให้ความมั่นใจว่า สหรัฐจริงจังกับเรื่องนี้.

.................................................
เลนซ์ซูม
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 32