อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 11 กรกฎาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 11 กรกฎาคม 2563

ไหวมั๊ย? กองทุนพยุงหุ้น อีกหนึ่งเครื่องมือสู้โควิด

“สงครามไวรัส”…เฮ้ย!!! เอาจริงดิ…มีจริงๆ เหรอ ? ก็ไม่รู้สินะ!!! ตอนนี้ เริ่มมีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ กันออกมาแล้ว โดยเฉพาะจากบิ๊กเบิ้มในโลกตะวันออก ส่วนเรื่องจริง จะเป็นไง ไม่มีใครรู้หรอก!! เพราะยังไม่มีข้อพิสูจน์ที่ชัดเจน จันทร์ที่ 16 มีนาคม 2563 เวลา 08.00 น.


ที่สำคัญ… จะเป็นจริงอย่างที่บรรดากูรูด้านโหราศาสตร์บ้านเราทำนายทายทักกันไว้หรือไม่นั้น ณ เวลานี้ คงต้องรอให้ “เวลา” เป็นผู้เปิดเผยข้อเท็จจริงเท่านั้น

แต่ที่แน่ ๆ อย่าลืมว่า ก่อนหน้านี้ เราก็เผชิญกับสงครามการค้า สงครามค่าเงิน จนมาถึงสงครามน้ำมัน และเวลานี้ทั้งโลกก็กำลังเผชิญกับการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด 2019 ที่หนักหนาสาหัส จนคร่าชีวิตคนทั้งโลกหลายพันคน

และกำลังคร่าระบบเศรษฐกิจของทั้งโลก ไปด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เศรษฐกิจไทย ที่มีบางสำนักวิจัยออกมาทำนายว่าในปีนี้เศรษฐกิจไทยจะติดลบไปถึง 0.4% กันทีเดียว



พิษของ “โควิด2019” กำลังทำลายทุกอย่าง เพราะในแต่ละประเทศก็ต้องทำทุกอย่างเพื่อ “หยุด” การแพร่กระจายของเชื้อด้วยการ “ปิดประเทศ” การเดินทางทั้งคนทั้งสินค้า ก็ต้องหยุดชะงัก การทำมาค้าขายก็สะดุดตามกันไปด้วย

ก็ไม่แปลก!!! ที่ตลาดหุ้นทั่วโลก ตลาดหุ้นไทย ต้องสะเทือน จนต้องงัดเอา “เซอร์กิต เบรกเกอร์” หรือหยุดทำการซื้อขายชั่วคราว ออกมาเบรก “หายนะ”



โดยเฉพาะอย่างยิ่งตลาดหุ้นไทย ที่ดัชนีการซื้อขายหุ้นร่วงหล่นลงไป 10% ถึง 2 วัน จึงต้องเบรกการซื้อขายไป 2 วัน และถือเป็นการเบรกซื้อขายหุ้นเป็นครั้งแรกในรอบ 11 ปี 4 เดือน ตั้งแต่ ต.ค.51

แถมยังมีการปรับเงื่อนไขของการเก็งกำไรหุ้นด้วยวิธี “ชอร์ต เซล” หรือการขายหุ้นโดยไม่มีหุ้นในมือ ไปจนถึง 30 มิ.ย.นี้ ด้วยความหวังว่าจะหยุดยั้งเลือดที่กำลัง “ไหล” ให้ได้ ซึ่งอย่างน้อยก็ถือว่าได้ผลขึ้นมาบ้าง เพราะสุดท้ายแล้วก็มีแรงรีบาวด์กลับมาซื้อจนทำให้ตลาดหุ้นไทยในสุดสัปดาห์ที่แล้ว กลับมาปิดเป็นบวกได้ในระดับ 14 จุด

แม้เวลานี้มีหุ้นไทยในตลาดถึง 448 บริษัท ที่มีมูลค่าสินทรัพย์สุทธิสูงกว่าราคาหุ้นในขณะนี้ ขณะที่มีหุ้นอีก 231 บริษัทที่มีราคาหุ้นถูกที่สุดในรอบ 5 ปี ขณะที่หุ้นของ 43 บริษัทที่สามารถจ่ายเงินปันผลได้ 5-7.5% และอีก 17 บริษัท ที่จ่ายปันผลได้ 7.5-10% ส่วนอีก 6 บริษัท สามารถจ่ายปันผลได้สูงกว่า 10% ก็ตาม



ขณะที่คนในฟากฝั่งรัฐบาล!!! ได้พยายามให้ข้อมูลว่า ก่อนหน้านี้ตลาดหุ้นไทยสามารถเผชิญวิกฤติโรคร้ายต่าง ๆ มาได้หลายครั้งหลายครา ทั้งโรคซาร์ส ในปี 46 ไข้หวัดนกในปี 49 ไวรัสเมอร์สในปี 56 ไวรัสซิกา ในปี 59

ในภาพรวมแล้วสถานการณ์ที่เกิดขึ้นกับตลาดหุ้นไทยในเวลานี้ แม้หุ้นไทยร่วงหล่นไป 500 จุดในช่วงที่ผ่านมา แต่ก็ไม่ได้ทำให้ตลาดหุ้นไทยต้องดิ่งดำอะไรมากมายนัก ที่สำคัญ ยังเป็นช่วงจังหวะที่ดีที่นักลงทุนอาจเลือกซื้อหุ้นที่มีพื้นฐานดี เพื่อออมเงินไว้ในระยะยาว

ขณะเดียวกันกระทรวงการคลัง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังดูลู่ทางเตรียมงัดเอา “กองทุนสร้างเสถียรภาพตลาดทุน” หรือ”กองทุนพยุงหุ้น” ขึ้นมาดูแลตลาดหุ้น โดยวันนี้ (16 มี.ค.) จะมีรายละเอียดที่ชัดเจน ทั้งวงเงิน ทั้งวิธีการ

จนทำให้บรรดาฝ่ายตรงข้าม ก็หยิบยกสร้างกระแสให้สังคมเกิดคำวิพากษ์วิจารณ์ว่า รัฐบาลจ้องเอาเงินภาษีมาดูแลคนรวยอีกแล้ว!!! ก็ถือเป็นวิถีทางการเมืองแบบเดิม ๆ ที่ทุกคนเข้าใจได้

มีบรรดากูรูทางด้านหุ้นหลายคนหยิบยกความรู้เรื่องของ “กองทุนพยุงหุ้น” มาเล่าให้ฟังไว้ว่า เมื่อครั้งปี 30 ที่เกิดวิกฤติการณ์ “แบล็กมันเดย์” ถือเป็นครั้งแรก!! ที่มีการจัดตั้งกองทุนพยุงหุ้น ด้วยวงเงิน 1,000 ล้านบาท ที่บรรดาโบรกเกอร์ต่างนำเงินมาลงขันร่วมกันเพื่อทยอยซื้อหุ้นเก็บ



แล้วก็เห็นผล!!! เพราะเป็นเรื่องของจิตวิทยา ที่ทำให้นักลงทุนทั่วไปมาช่วงชิงซื้อหุ้นดักเก็งกำไร เพราะเชื่อว่ากองทุนพยุงหุ้นนั้นสามารถช่วยประคับประคองตลาดหุ้นได้

ต่อมาเมื่อปี 35 ก็มีการจัดตั้งกองทุนพยุงหุ้นขนาด 10,000 ล้านบาท เพื่อคอยพยุงราคาหุ้นที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ทางการเมืองพฤษภาทมิฬ จากนั้นเมื่อปี 46 ที่มีการจัดตั้งกองทุนวายุภักดิ์ ขนาด 1 แสนล้านบาท ขึ้นมาดูแล

แต่ใช่ว่า… กองทุนพยุงหุ้นจะสำเร็จ!! ด้วยเพราะมีหลายครั้งหลายครากองทุนพยุงหุ้นก็ทำงานไม่ได้ดั่งใจนึก เทเงินไปจนหมดยังหยุดยั้งตลาดหุ้นไม่อยู่

เช่นเดียวกันกับวิกฤติครั้งนี้ ที่หลายคนตั้งคำถามว่า “กองทุนพยุงหุ้น” กองใหม่นี้จะใช้เงินเท่าไหร่? จะใช้เงินจากที่ไหน? เพราะทุกวันนี้การซื้อขายหุ้นปิดตลาดกันเป็นหมื่นล้านเป็นแสนล้านบาท

แถมตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา หุ้นไทยร่วงหล่นไปกว่า 25% โดยร่วงหล่นลงไปมากที่สุดในโลก แถมเศรษฐกิจยังตกสะเก็ดเข้าให้อีก!!!

จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะมีคำถามว่ากองทุนพยุงหุ้นจะเอาอยู่หรือเปล่า?...
......................
คอลัมน์ : เศรษฐกิจจานร้อน
โดย “ช่อชมพู”

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    33%
  • ไม่เห็นด้วย
    67%

บอกต่อ : 100