อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 31 พฤษภาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 31 พฤษภาคม 2563

"เสธ.ไพโรจน์ หนุ่มไฮโซ" ตอนที่ 1

“เฮ้ย...เอาของขึ้นเครื่องไปไม่รู้ได้ไง เดี๋ยวเจ้าหน้าที่เขาต้องตรวจนะมึง เกิดเปิดไปเจอะเอาของต้องห้ามเข้ามิยุ่งกันใหญ่หรือ” จันทร์ที่ 16 มีนาคม 2563 เวลา 11.00 น.


ยังคงอยู่ที่บ้านเพื่อนตุ่นสถานที่ซึ่งพวกผมใช้เป็นสถาบันกวดวิชาเสนาธิการ ซึ่งในบรรดาเพื่อนนักเรียนนายร้อยรุ่นเดียวกันที่เข้าเรียนโรงเรียนเสธ.พร้อมๆกันนั้นมีอยู่คนหนึ่งที่พวกเราเรียกเขาว่า “โรจน์”
 
โรจน์เมื่อเกือบ 40 ปีที่แล้วนั้น รูปร่างหน้าตาหล่อเหลาติดอันดับท็อปเทนของรุ่น (ซึ่งเดี๋ยวนี้ก็ยังหล่อและสมาร์ท...เรื่องจริงรับรองได้) และไม่แต่เพียงเท่านั้น ยังเป็นคนเรียนหนังสือเก่งขนาดว่าได้รับคัดเลือกให้ไปเรียนโรงเรียนนายร้อยแซนด์เฮิร์สต์แห่งสหราชอาณาจักรเมื่อสอบผ่านชั้นปีที่ 1 ในโรงเรียนนายร้อยอีกด้วย ยัง...ยังไม่หมด ดูเหมือนว่าแค่นี้พระเจ้าจะยังเข้าข้างมันไม่พอ เพราะในอดีตสมัยเป็นนักเรียนนายร้อยนั้น พ่อมันยังเป็นเจ้าของตลาดสดรวมทั้งเป็นเอเย่นต์สุราแม่โขงในจังหวัดใหญ่แห่งหนึ่งในภาคใต้อีกด้วย บีเอ็มดับเบิลยูรุ่นล่าสุดสีเขียวปีกแมงทับครับ ที่พ่อมันซื้อให้ใช้ขับมาเรียน มาติว และจีบสาวนอกเวลาราชการสมัยนั้น
 
เพื่อนโรจน์ในยุคนั้นเป็นหนุ่มเนื้อหอมคนหนึ่งในแวดวงไฮโซไทย เวลามีงานสังคมใหญ่ ๆ ก็จะมีเพื่อนของผมคนนี้ไปปรากฏกายอยู่บ่อย ๆ ข่าวสังคมไฮโซซุบซิบลงเรื่องราวของเขาอยู่เสมอ ใคร ๆ ก็อยากได้ไปเป็นลูกเขย เล่นเอาเพื่อน ๆ ร่วมรุ่นต้องสะกดความอิจฉามารศรีแล้วฝืนใจปลอบกันเองว่า ถือว่าเป็นศักดิ์ศรีของรุ่นแล้วกันวะ…
 
เขียนเรื่องมันมาถึงตอนนี้แล้วผมยังอยากร้องไห้ด้วยความอิจฉาเพราะเมื่อเกือบ 40 ปีที่แล้วนั้น ขณะที่เพื่อน ๆ ส่วนใหญ่มีเมียมีลูกกันคนละคนสองคนแล้ว แต่...แต่ โรจน์ยังโสดทั้งแท่ง น่าหมั่นไส้ไหมเพื่อนของผมคนนี้ ?
 
ผมกุมความลับของเพื่อนคนนี้ไว้เยอะครับ และเมื่อพิจารณาแล้วเห็นว่า บัดนี้กาลเวลาก็ผ่านพ้นไปนานมากแล้ว จึงสมควรทยอยนำมาเปิดเผย ณ บัดนี้ …
 
เริ่มตั้งแต่ตอนกำลังจะขึ้นนายร้อยปี 2 และวันเดินทางไปศึกษาต่อที่โรงเรียนนายร้อยแซนด์เฮิร์สต์ใกล้เข้ามา ผมกับโรจน์ซึ่งถูกจัดให้อยู่ในหมวดนักเรียนนายร้อยเดียวกันจึงสนิทกันพอสมควร ตัวผมนั้นมาโตที่กรุงเทพฯ จึงค่อนข้างจะทันสมัยเมื่อเทียบกับเพื่อน ๆ ที่หลายคนเข้ากรุงเทพฯ ครั้งแรกก็ตอนมาสอบเข้าเตรียมทหาร หลายคนรู้จักใส่รองเท้าก็ตอนนั้น และอีกไม่น้อยที่เพิ่งนุ่งกางเกงขายาวตัวแรกก็เครื่องแบบนักเรียนเตรียมทหารนี่แหละ...
 
โรจน์เป็นเด็กจากนครศรีธรรมราช ดินแดนด้ามขวานอันไกลโพ้นครับ !!!


 
“จัดข้าวของเสร็จแล้วหรือวะ” ผมกระซิบถามมันระหว่างอยู่ในแถวรอรับการตรวจเครื่องแบบก่อนออกนอกโรงเรียนด้วยกัน มันพยักหน้าแต่ก็เห็นได้ว่ามีแววกังวลอยู่ในนั้น “ของพร้อมแล้ว แต่ยังปอดว่ะ...” มันกระซิบเสียงค่อย ๆ พอได้ยิน “เรื่องภาษาอังกฤษไง กูหนักใจฉิบหาย...ภาษาไทยพวกมึงยังว่ากูทองแดง ขนาดคำว่า “ฮู” กูก็ยังพูดไม่ได้ พูดทีไรแม่งก็ออกมา “ฮู” ทุกทีไปกูละฮงจริง ๆ”
 
ผมเล่าความหนักใจของโรจน์ให้เพื่อน ๆ ฟัง แล้วใครต่อใครต่างก็พากันมาปลอบใจกันใหญ่แต่ลงท้ายก็ขอให้มันพูดคำว่า “ฮู” ให้ฟังเป็นการส่งท้ายก่อนลาจากทุกคนไปนอก จนผมสงสัยว่ามันห่วงโรจน์กันจริงหรือเปล่า แต่ในที่สุดพวกเราก็ไปส่งมันที่ดอนเมืองจนได้
 
ณ บัดนี้ โรจน์สลัดทิ้งคราบหนุ่มสะตอเสียสิ้นเชิงแล้วสุดหล่ออยู่ในสูทสีน้ำเงินเข้มสำหรับการเดินทาง มันพาพวกเราไปสวัสดีคุณพ่อคุณแม่และน้อง ๆ ที่ตามมาส่งจากปักษ์ใต้ก่อนที่จะขออนุญาตแยกตัวมาพูดคุยกันครั้งสุดท้ายระหว่างเพื่อนฝูง
 
“มึงเอาอะไรติดตัวขึ้นเครื่องไปมั่งวะตั้งสองกระเป๋า” โมทย์เพื่อนคนหนึ่งถามขึ้นอย่างแปลกใจเมื่อเห็นมันหิ้วแฮนด์แบกตั้ง 2 ใบ โรจน์ก้มลงมองแล้วบอกว่า กระเป๋าใบหนึ่งนี่เป็นของมัน ในนั้นก็มีของกระจุกกระจิกไว้ใช้บนเครื่องบิน ส่วนอีกใบหนึ่งท่าทางเชย ๆ มันก็ยังไม่รู้ว่าอะไรเหมือนกันเพราะแม่จัดมาให้จากนครศรีธรรมราช
 
“เฮ้ย...เอาของขึ้นเครื่องไปไม่รู้ได้ไง เดี๋ยวเจ้าหน้าที่เขาต้องตรวจนะมึง เกิดเปิดไปเจอะเอาของต้องห้ามเข้ามิยุ่งกันใหญ่หรือ” แม้ตอนนั้นข่าวคราวเรื่องยาเสพติดจะยังไม่หนาหูเหมือนปัจจุบันแต่พวกเราก็ยังพอทราบระเบียบกฎเกณฑ์กันอยู่ โรจน์พยักหน้าเห็นด้วยกับความคิดนี้แล้ววางกระเป๋าลงกับพื้น ค่อย ๆ รูดซิปเปิดออกดูโดยมีเพื่อน ๆ ยื่นหน้าทั่วไป สลอนคอยดูอยู่โดยรอบด้วยความอยากรู้อยากเห็นตามนิสัยนักเรียนนายร้อย
 
“เฮ้ยกล่องอะไรวะ หนัก ๆ พิกล” โรจน์ควักกล่องกระดาษเล็ก ๆ ขึ้นมาเดาะชั่งน้ำหนักในมือ เพื่อน ๆ ตาแทบถลนด้วยความอยากรู้... 
...............................
คอลัมน์ : สอยดาวมาร้อยบ่า – RELOADED
โดย “พล.อ.บัญชร ชวาลศิลป์”
Facebook : Gen.Bunchon - บัญชร ชวาลศิลป์


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    34%
  • ไม่เห็นด้วย
    66%

บอกต่อ : 132