อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 29 พฤษภาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 29 พฤษภาคม 2563

สารจากเอกอัครราชทูตญี่ปุ่น

สถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย นำเสนอสารจากเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทยเพื่อเผยแพร่ดังต่อไปนี้           อังคารที่ 17 มีนาคม 2563 เวลา 07.30 น.

สถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย นำเสนอสารจากเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทยเพื่อเผยแพร่ดัง
ต่อไปนี้
         
เรียนประชาชนชาวไทยอันเป็นที่รักทุกท่าน ข้าพเจ้า นะชิดะ คะสุยะ เอกอัคร ราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มแห่งญี่ปุ่น ประจำราชอาณาจักรไทย ในวันนี้ ข้าพเจ้าได้เขียนสารฉบับนี้ขึ้น โดยมีความประสงค์ที่จะร้องขอเพื่อสื่อสารและสร้างความเข้าใจให้แก่ประชาชนชาวไทย
         
ในขณะนี้ นานาประเทศต่างได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ซึ่งถึงแม้แต่ละประเทศจะพยายามดำเนินมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดและยับยั้งการแพร่กระจายของเชื้อโรค แต่เป็นเรื่องน่าเสียดายยิ่งที่โรคนี้ยังคงแพร่ระบาดอย่างต่อเนื่องไปทั่วโลก โดยในประเทศไทย กระทรวงสาธารณสุขได้ดำเนินมาตรการต่าง ๆ เพื่อรับมือกับปัญหานี้ และด้วยความร่วมมืออันเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันของประชาชน ทำให้สามารถควบคุมผู้ติดเชื้อให้อยู่ในจำนวน 53 คนได้ (ข้อมูล ณ วันที่ 11 มีนาคม) ในฐานะเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย ข้าพเจ้าขอแสดงความนับถือด้วยใจจริงต่อความอุตสาหะพยายามของรัฐบาลไทยและประชาชนชาวไทยในการต่อกรกับปัญหานี้ สำหรับประเทศญี่ปุ่น มีจำนวนผู้ติดเชื้ออยู่ที่ 543 คน (ข้อมูล ณ วันที่ 11 มีนาคม) จากการที่นายชินโซ อาเบะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นได้แสดงความเป็นผู้นำโดยดำเนินใช้มาตรการแก้ปัญหาที่มีความชัดเจนและฉับไว มุ่งเน้นไปที่การป้องกันการแพร่ระบาด ทำให้ปัจจุบันยังไม่มีพื้นที่ใดในประเทศญี่ปุ่นที่พบว่ามีการแพร่กระจายของเชื้อโรคเป็นวงกว้าง
         
ภายใต้สถานการณ์ดังกล่าว เมื่อหลายวันก่อนมีการเผยแพร่ข่าวสารที่ผิดพลาดออกมาโดยระบุว่ากระทรวงสาธารณสุขไทยได้กำหนดให้ประเทศญี่ปุ่นเป็นเขตติดโรคติดต่ออันตราย ทำให้ชาวญี่ปุ่นที่พำนักอยู่ในประเทศไทยเกิดความวิตกกังวลว่าจะได้รับความเสียหายต่อภาพลักษณ์จากข้อมูลข่าวสารที่ผิดพลาดดังกล่าว ซึ่งความจริงแล้ว จนถึงวันนี้ทางสถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่น ได้รับการร้องเรียนปัญหาอันสืบเนื่องมาจากความวิตกกังวลในเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) จากชาวญี่ปุ่นที่พำนักอยู่ในประเทศไทยหลายกรณีด้วยกัน เช่น 1.พนักงานชาวญี่ปุ่นเดินทางไปติดต่อธุรกิจกับบริษัทไทยแต่กลับโดนบอกให้ไล่คนญี่ปุ่นกลับไป 2.โรงแรมขอยกเลิกการจองห้องพักและรถแท็กซี่ไม่ยอมรับผู้โดยสารเพียงเพราะเป็นคนญี่ปุ่น 3.มีการปล่อยข่าวลือออกมาว่าปลาดิบของญี่ปุ่นมีเชื้อโรคปนเปื้อน เป็นต้น แน่นอนว่าตัวอย่างเหล่านี้ไม่ใช่กรณีที่เกิดขึ้นโดยทั่วไป แต่ก็ถือเป็นเรื่องที่น่าเจ็บปวดใจอย่างยิ่ง เพราะทั้งหมดนี้ล้วนเป็นคำร้องเรียนจากชาวญี่ปุ่นที่รักในประเทศไทยทั้งสิ้น
         
ในความเป็นจริงแล้ว ชาวญี่ปุ่นที่พำนักในประเทศไทยและนักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่นต่างปฏิบัติตามคำแนะนำของกระทรวงสาธารณสุข และคอยระมัดระวังใส่ใจในการป้องกันการติดเชื้อเป็นอย่างมาก ในส่วนของตัวข้าพเจ้าเองได้สั่งการต่อเจ้าหน้าที่สถานเอกอัครราชทูตที่เดินทางกลับมาจากประเทศญี่ปุ่นให้ปฏิบัติงานอยู่ที่บ้านเป็นเวลา 14 วัน ซึ่งบริษัทญี่ปุ่นและโรงเรียนคนญี่ปุ่นต่างก็ปฏิบัติตามแนวทางนี้ด้วยเช่นกัน
         
มีคำสุภาษิตว่า “เพื่อนในยามยากคือเพื่อนแท้” ประเทศไทยและประเทศญี่ปุ่นมีประวัติศาสตร์การแลกเปลี่ยนสัมพันธไมตรีที่สืบทอดต่อกันมายาวนานกว่า 600 ปี ทำให้ข้าพเจ้ามั่นใจว่าประชาชนชาวไทยทุกท่านคือมิตรแท้ของประเทศญี่ปุ่น ข้าพเจ้าจึงขอร้องให้ประชาชนชาวไทยทุกท่านอย่าได้หลงเชื่อข่าวลือที่ไม่มีข้อพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์และทางการแพทย์ ขอให้ชาวไทยทุกท่านปฏิบัติต่อเราชาวญี่ปุ่นด้วยรอยยิ้มและจิตใจที่เปิดกว้างดั่งที่ชาวไทยทุกท่านได้กระทำโดยตลอดมา
        
นะชิดะ คะสุยะ เอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มแห่งญี่ปุ่น ประจำราชอาณาจักรไทย.

..............................................
เลนซ์ซูม
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 25