อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 1 มิถุนายน 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 1 มิถุนายน 2563

ยอมจ่ายเฉียดหมื่น แห่ตรวจโควิด-19 จำเป็นแค่ไหน???

ในระยะหลังๆ มีคนออกมาเปิดเผยตัวเองผ่านโซเชียลมีเดียว่าติดเชื้อโควิด-19 นัยหนึ่งเป็นการกระตุ้นเตือนให้คนที่ใกล้ชิดได้รู้ตัวและกักตัวเองอยู่บ้าน 14 วัน เพื่อเฝ้าดูอาการ ตามที่กระทรวงสาธารณสุขแนะนำอย่างเคร่งครัด ศุกร์ที่ 20 มีนาคม 2563 เวลา 12.00 น.


แต่ขณะเดียวกันก็ปรากฏภาพของประชาชนจำนวนหนึ่ง ยอมเสียเงินหลายพันบาท ไปจนเกือบหมื่นบาท แห่ไปขอรับการตรวจหาเชื้อโควิค-19 ประเด็นนี้น่าสนใจว่า ผลตรวจที่ออกมาเป็น''ลบ''นั้นการันตีได้จริงหรือไม่ว่าปลอดจากเชื้อหรือสุดท้ายแล้วเหมือนเอาเงินไปละลายทิ้ง ซื้อความสบายใจเพียงชั่วครู่ ชั่วยาม



เรื่องนี้ นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ได้อธิบายเอาว่า การตรวจแล็บโคโรนา 2019 มี 2 วิธี คือ1. การตรวจหาเชื้อในทางเดินหายใจ (Real-time RT PCR) และ 2. การตรวจจากการเจาะเลือด(Rapid test) หาภูมิคุ้มกัน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับว่าเราหวังผลอะไร 1.เพื่อวินิจฉัย-รักษาโรค วิธีที่เป็นมาตรฐานใช้ทั่วโลก คือการตรวจหาเชื้อในทางเดินหายใจ 2.เฝ้าระวัง ป้องกัน ควบคุมโรคไม่ให้มีการแพร่เชื้อต่อให้คนอื่น โดยจะมีมาตรการกักตัว หรือแยกกัก 3.เพื่อเป็นข้อมูลเชิงระบาดวิทยา เอาไว้ใช้ในการกำหนดมาตรการในการควบคุมโรคต่างๆ หรือประโยชน์ในการฉีดวัคซีน



สำหรับการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ในทางเดินหายใจ (Real-time RT PCR) จะเก็บเยื่อบุในคอ หรือป้ายเนื้อเยื่อหลังโพรงจมูก เพราะเชื้อไวรัสอยู่ในเซลล์จึงต้องขูดออกมา หากเชื้อลงไปในปอด ก็จะต้องนำเสมหะที่อยู่ในปอดออกมาตรวจ ซึ่งการตรวจควรดูที่ช่วงเวลาด้วย ซึ่งโรคนี้ ตั้งแต่ได้รับเชื้อจนถึงวันที่แสดงอาการ จะเรียกว่าระยะฟักตัว หากตรวจเชื้อในช่วงที่ยังไม่มีอาการจะแปลผลยาก เพราะโอกาสตรวจเจอเชื้อค่อนข้างน้อย ซึ่งถ้าผลออกมาว่าเป็น ''บวก'' ก็ตรงๆ ว่าคนๆ นี้มีเชื้อแต่ยังไม่มีอาการ แต่ถ้าผลตรวจออกมาว่าเป็น ''ลบ'' จะแปลผลได้ 2 อย่างคือ 1.ไม่มีเชื้อ หรือ 2. มีเชื้อแต่ยังไม่แสดงอาการ

“เพราะฉะนั้นถ้ามาตรวจในช่วงที่ยังไม่มีอาการ ต่อให้ผลตรวจออกมาเป็นลบ ก็ไม่สามารถการันตีได้ว่าไม่ติดเชื้อฯ ซึ่งเชื้อนี้มีระยะฟักตัวถึง 14 วัน ถ้าภายใน 14 วันนี้มีอาการขึ้นมาก็ต้องมีการตรวจใหม่อยู่ดี เราถึงแนะนำให้คนสัมผัสเสี่ยงสูงกักตัวเอง และเฝ้าระวังอาการเป็นเวลา 14 วัน ถ้าเริ่มมีอาการ ไข้ ไอ เจ็บคอ ถึงแนะนำมีการตรวจแล็บ จะได้ไม่ต้องเจ็บตัวหลายรอบ เพราะเมื่อมีอาการแล้วการตรวจจะเจอเชื้อ 100%”



ส่วนการเจาะเลือด(Rapid test) แต่โควิด-19เลือดไม่ใช่เป็นจุดที่มีเชื้อเป็นหลัก เพราะฉะนั้นการตรวจเลือดกรณีโรคนี้ไม่ได้เป็นการหาเชื้อ แต่เป็นการหาภูมิคุ้มกัน หลักการคือคนที่ติดเชื้อและมีอาการแล้วประมาณ 5-7 วัน จะมีภูมิคุ้มกันเกิดขึ้น สามารถเจาะเลือดตรวจหาภูมิคุ้มกันได้ แต่ถ้าทำตอนที่ยังไม่มีอาการ ถ้าผลออกมาเป็นลบ ก็แปลผลได้เพียงว่ายังไม่มีภูมิคุ้มกัน แต่ก็ไม่การันตีว่าไม่ได้ติดเชื้อ เพราะอาจอยู่ระยะฟักตัวโดยที่ยังไม่มีอาการ แต่ถ้าผลตรวจเป็นบวกแสดงว่ามีภูมิคุ้มกันเกิดขึ้นแล้ว แปลผลได้ว่ามีการติดเชื้อมาแล้ว ดังนั้น การเจาะเลือดตรวจในกรณีที่ยังไม่มีอาการใดๆ ก็เหมือนจะไม่มีประโยชน์ เหมือนเอาเงินไปทิ้งเล่น



ในการแปลผลก็เป็นเรื่องสำคัญอย่าแปลผลเอง อย่าเข้าข้างตัวเอง ซึ่งในการแปลผล และยืนยันผลต้องทำโดยผู้เชี่ยวชาญ อย่างกรณีโควิด-19 นี้ เจ้าหน้าที่แล็บ ก็เพียงแต่อ่านผลแล็บเท่านั้น ว่าเป็นบวกหรือลบ แต่ก็ไม่ได้ดูองค์รวมในแง่ของอาการ และข้อมูลทางระบาดของเจ้าของเชื้อ จึงต้องส่งมาให้ผู้เชี่ยวชาญแปรผลโดยพิจารณารอบด้านอีกครั้ง ไม่ใช่ว่าตรวจทุกคนแล้วจะรู้ว่าติดเชื้อหรือไม่ติดเชื้อ เพราะฉะนั้น การตรวจทุกอย่างต้องมีวัตถุประสงค์ในการตรวจที่ชัดเจน ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขดำเนินการตรวจให้ฟรีทั้งในคนที่ต้องตรวจเชื้อทางเดินหายใจเพื่อวินิจฉัยโรคและตรวจเลือดเพื่อติดตามการควบคุมโรค

“วิธีที่เป็นมาตรฐานในการวินิจฉัยรักษาและควบคุมโรค ที่องค์การอนามัยโลกแนะนำ และที่จีนใช้จนสามารถควบคุมโรค ที่ญี่ปุ่น ที่สิงคโปร์ใช้คือการตรวจหาเชื้อทางเดินหายใจเป็นหลัก แต่การตรวจแล็บมากไม่ได้เป็นปัจจัยเดียวที่จะทำให้สามารถควบคุมโรคได้ดี จะต้องดำเนินการควบคู่กับมาตรการอื่นๆ ที่ตรงกลุ่มเป้าหมายด้วยเสมอ เช่น ญี่ปุ่นตรวจแล็บค่อนข้างน้อย แต่ควบคุมโรคได้ดีเช่นกัน เพราะมีมาตรการให้คนอยู่ในบ้าน ซึ่งคนญี่ปุ่นก็ปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด”



อย่างไรก็ตาม การตรวจเหล่านี้ต้องทำในแล็บที่ได้มาตรฐาน ได้รับการรับรองจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เพราะ 1. เป็นเชื้อใหม่ คนทำต้องมีใบประกอบวิชาชีพและมีประสบการณ์พอสมควร 2. ต้องมีเครื่องมือในการตรวจที่เป็นมาตรฐาน 3. ต้องมีความปลอดภัยทางชีวภาพ เนื่องจากเป็นเชื้อใหม่ ที่สามารถแพร่ทางเดินหายใจ เพราะฉะนั้นหากตรวจโดยไม่มีความปลอดภัยก็อันตราย

4.ต้องทดสอบความชำนาญ หากเข้าระบบเครือข่ายมาตรฐานของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ จะมีข้อสอบให้ 5 ข้อ ซึ่งต้องผ่านข้อสอบ 100% เท่านั้นถึงจะมีการรับรองมาตรฐาน เพราะการทำเรื่องนี้ต้องมีความแม่นยำ หากให้ผลไม่แม่นยำก็จะมีผลกระทบกับการแปลผลผิดพลาด และเกิดความเสียหายตามมาได้



ทั้งนี้ ปัจจุบันกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ให้การรับรองห้องปฏิบัติการเครือข่ายตรวจ SARS-Cov-2 ที่สามารถตรวจโควิด-19ได้จำนวน 40 แห่ง มีศักยภาพตรวจได้วันละ 4,000-5,000 ตัวอย่าง แต่ปัจจุบันมีตัวอย่างส่งตรวจราว 500 ตัวอย่างต่อวัน และจะขยายห้องแล็บตรวจให้ได้ 100 แห่ง จะทำให้มีศักยภาพตรวจได้ 10,000 ตัวอย่างต่อวัน และขอย้ำว่าหากเป็นกลุ่มเสี่ยงตามเกณฑ์ของกระทรวงสาธารณสุข เมื่อมีอาการป่วยให้รีบไปรพ.เพื่อรับการตรวจฟรีไม่ว่าผลจะออกมาเป็นบวกหรือลบก็ตาม.

ภิวรรณ เสาเวียง


 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 50