อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 31 พฤษภาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 31 พฤษภาคม 2563

ทั่วโลกควรรวมพลังกันขจัดลัทธิก่อการร้าย

จากดินแดนที่เคยนองเลือดจากภัยก่อการร้าย ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ความสงบและสันติสุขได้กลับคืนมาสู่''เขตปกครองตนเองซินเจียงอุยกูร์''พื้นที่สุดแดนตะวันตกของจีนอีกครั้ง เสาร์ที่ 21 มีนาคม 2563 เวลา 08.00 น.


หลังจากที่รัฐบาลจีนได้ทุ่มเทในการแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง โดยมุ่งป้องกันและขจัดการเผยแพร่ลัทธิความรุนแรงอย่างสุดโต่งและภัยการก่อการร้ายที่ต้นเหตุ ยึดมั่นการรักษาเสถียรภาพในซินเจียงควบคู่ไปกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนในพื้นที่

หนึ่งในมาตรการสำคัญที่จีนนำมาใช้คือการก่อตั้ง“ศูนย์ฝึกอบรมวิชาชีพ”เพื่อสอนทักษะวิชาชีพตามกฎหมาย ฝึกอบรมด้านการพูดและเขียนภาษาจีน ให้ความรู้ด้านกฎหมาย นับเป็นผลงานสำคัญด้านการต่อต้านการก่อร้ายระดับสากลของจีน ด้วยการทำให้กลุ่มชาติพันธุ์ที่เคยถูกขบวนการก่อการร้ายใช้เป็นเครื่องมือสร้างความรุนแรง มีงานทำ มีรายได้ และมีโอกาสที่จะพัฒนาคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น

มาตรการนี้ยังมีส่วนช่วยให้ซินเจียงสามารถสร้างสถิติไร้เหตุการณ์ความรุนแรงและก่อการร้ายได้สำเร็จต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 รักษาไว้ซึ่งความสงบและสันติสุขในซินเจียง ช่วยให้เศรษฐกิจพัฒนาอย่างต่อเนื่อง และสร้างคุณูปการอย่างใหญ่หลวงให้กับการต่อต้านการก่อการร้ายสากล

ทว่า..ความสำเร็จในการจัดการปัญหาก่อการร้ายในซินเจียง กลับเป็นข้อเท็จจริงที่ถูกมองข้าม และสื่อตะวันตกไม่ได้พูดถึง ในทางตรงกันข้าม กลับมีการใช้ “สองมาตรฐาน”ในการวิพากษ์วิจารณ์ และมองสถานการณ์การพัฒนาของซินเจียงผ่าน“สายตาอันมีอคติ”



ในช่วงปลายปี 2562 ที่ผ่านมา สภาผู้แทนราษฎรของสหรัฐอเมริกายังได้ผ่าน“ร่างกฎหมายว่าด้วยสิทธิมนุษยชนชาวอุยกูร์ ปี 2019” ซึ่งเป็นการจงใจให้ร้ายสภาพสิทธิมนุษยชนในซินเจียง และให้ร้ายต่อความพยายามของจีนในการขจัดลัทธิความรุนแรงสุดโต่งและปราบปรามภัยก่อการร้าย โดยไม่สนใจสภาพความเป็นจริงของซินเจียงที่มีการพัฒนาทางเศรษฐกิจ ความสงบสุขทางสังคม ความสามัคคีในชนชาติ ถือเป็นการแทรกแซงกิจการภายในของจีนอย่างที่ไม่ควรจะเป็น

ทั้งนี้ ดร.โภคิน พลกุล อดีตประธานรัฐสภา และอดีตรองนายกรัฐมนตรีของไทย ได้ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าว CRI ของจีนที่กรุงเทพฯ เกี่ยวกับการที่สภาผู้แทนราษฎรของสหรัฐฯ ผ่าน “ร่างกฎหมายว่าด้วยสิทธิมนุษยชนชาวอุยกูร์ ปี 2019” โดยเขากล่าวว่า สหรัฐฯ วางแผนใช้ปัญหาสิทธิมนุษยชนสร้างความขัดแย้งในจีน และกดดันจีนทางการเมือง แต่การพัฒนาของชนเผ่าต่าง ๆ ในจีนพิสูจน์ให้เห็นมานานแล้วว่า มาตรการของรัฐบาลจีนต่อปัญหาซินเจียงนั้นถูกต้อง

ดร.โภคิน พลกุล ระบุว่า เขาชื่นชอบคำกล่าวของสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน เป็นอย่างมากที่ระบุว่า ไม่มีวัฒนธรรมใดจะทันสมัยกว่าวัฒนธรรมอื่น เพราะล้วนเป็นวัฒนธรรมอันรุ่งโรจน์ของมวลมนุษย์ การที่ชนเผ่าต่างๆอยู่ร่วมกันอย่างฉันมิตร วัฒนธรรมก็จะยิ่งรุ่งโรจน์ตามไปด้วย นอกจากนี้ เขายังเห็นว่า มาตรการของรัฐบาลจีนต่อปัญหาซินเจียงได้สะท้อนให้เห็นถึงแนวคิดเช่นนี้

สำหรับชาวซินเจียงส่วนใหญ่แล้ว ศูนย์ฝึกอบรมวิชาชีพที่สหรัฐฯ เรียกว่า “ค่ายกักกัน” นั้น เป็นสถานที่สำคัญที่ทำให้พวกเขาพ้นจากแนวคิดหัวรุนแรงและเปลี่ยนชะตากรรมของตนเอง ซินเจียงได้พัฒนาความเป็นอยู่ของประชาชนไปพร้อมกับการดำเนินงานเพื่อขจัดความยากจน โดยในปี 2562 GDP ที่สะท้อนการเติบโตทางเศรษกิจของซินเจียงปรับตัวเพิ่มขึ้น 6.2% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า

สภาพความเป็นจริงได้พิสูจน์ให้เห็นว่า ความพยายามของทางการเขตปกครองตนเองซินเจียงอุยกูร์ ไม่เพียงแต่นำความสงบสุขกลับคืนมาให้กับประชาชนชาวซินเจียงเท่านั้น หากยังมีบทบาทสำคัญต่อการต่อต้านการก่อการร้ายระหว่างประเทศด้วย ตลอดจนเป็นกรณีศึกษาที่เป็นประโยชน์ต่อความพยายามในการขจัดแนวคิดสุดโต่งในทั่วโลก
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    95%
  • ไม่เห็นด้วย
    5%

บอกต่อ : 54