อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 10 เมษายน 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 10 เมษายน 2563

"โรคหัวใจ"พึงระวัง ติดเชื้อโควิด-19เสี่ยงดับสูง!

สัปดาห์นี้พามาศึกษาความรุนแรงของ "โควิด-19" ในผู้ป่วยโรคหัวใจที่พึงระวังให้มาก โดยเฉพาะผู้สูงอายุ ที่มีอันตรายถึงขั้นเสียชีวิตได้! เสาร์ที่ 21 มีนาคม 2563 เวลา 12.00 น.


ทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ สำหรับไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ หรือ "โควิด-19" จนทำให้มีผู้เสียชีวิตทั่วโลกทะลุ 1 หมื่นคนเป็นที่เรียบร้อย และยังคงแพร่ระบาดอย่างต่อเนื่อง ซึ่งทำอันตรายกับระบบต่างๆ ในร่างกาย โดยเฉพาะบุคคลกลุ่มเสี่ยงอย่างผู้ป่วยสูงวัย ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป และยังมีโรคประจำตัวอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นหลอดเลือดหัวใจหรือสมอง โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ตลอดจนโรคมะเร็งที่ได้รับยาเคมีบำบัด และหากได้รับเชื้อไวรัสโควิด-19 นี้เข้าไป จนมีอาการโรคปอดบวม อาจนำไปสู่ภาวะหัวใจวาย และอวัยวะล้มเหลวหลายระบบได้ในที่สุด

โดยในเรื่องนี้ ทางด้าน นพ.อนุสิทธิ์ ทัฬหสิริเวทย์ อายุรแพทย์หัวใจ รพ.หัวใจกรุงเทพ เผยว่า หากมีการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 จะมีระยะฟักตัวอยู่ที่ 2-14 วัน โดยเชื้อสามารถแพร่กระจายได้ ถึงแม้ว่าจะไม่มีอาการแสดงเลยก็ตาม โดยผู้ป่วย 1 รายสามารถแพร่เชื้อให้คนอื่นได้เฉลี่ย 2-4 คน ขึ้นอยู่กับความหนาแน่นของประชากรและฤดูกาล 

ส่วนอาการของผู้ป่วยโควิด-19 โดยส่วนใหญ่จะมีอาการไข้ ไอ เจ็บคอ น้ำมูกไหล คัดจมูก หอบเหนื่อย แน่นหน้าอก เมื่อยเนื้อเมื่อยตัว ปวดศีรษะ อ่อนเพลีย ท้องเสีย คลื่นไส้และอาเจียน โดยความรุนแรงของแต่ละคนจะไม่เท่ากัน แต่ในบางรายอาจจะร้ายแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้  



โดยข้อมูลจากวารสารการแพทย์ The Lancet เผยว่า คนในกลุ่มที่มีโรคหัวใจ จะเพิ่มความเสี่ยงในการเสียชีวิตหากติดเชื้อไวรัสโควิด-19 โดยผู้ป่วยที่เสียชีวิตพบว่ามีโรคหัวใจและโรคหลอดเลือดสมอง 40% ซึ่งกลุ่มนี้เมื่อได้รับเชื้อ จะส่งผลให้มีภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะได้ 17%  กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบได้ 7%  ส่งผลให้ระบบไหลเวียนโลหิตล้มเหลวได้ 9%  ตลอดจนไตวาย 4% ขณะเดียวกันผู้ที่มีโรคประจำตัวก็ยิ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตจากการติดเชื้อ จากข้อมูลทั้งหมด 138 เคสที่ได้รับเชื้อไวรัสโควิด-19 ในเมืองอู่ฮั่น ประเทศจีน ระบุว่า ผู้ป่วยอาการหนักระยะวิกฤติมักจะเป็นโรคความดันโลหิตสูง 58% โรคเบาหวาน 22% โรคหลอดเลือดหัวใจ 25% โรคหลอดเลือดสมอง 17% 

สำหรับการป้องกัน "เชื้อไวรัสโควิด-19" นั้น ทาง "กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข" ได้ให้คำแนะนำไว้ว่า ควรล้างมือด้วยสบู่และน้ำสะอาดอย่างน้อย 20 วินาที (หรือลูบมือด้วยเจลแอลกอฮอล์แล้วรอจนเจลแห้ง) สวมหน้ากากอนามัยให้ถูกต้อง หลีกเลี่ยงการสัมผัสใบหน้า ขยี้ตา แคะจมูก และสัมผัสปากเพื่อลดโอกาสการนำเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกาย ส่วนไอ จาม ควรใส่ในคอเสื้อหรือแขนพับ เลี่ยงการใช้มือป้องปากและจมูก ถ้าใช้มือป้องปากและจมูก ต้องล้างมือให้สะอาดทุกครั้ง 

นอกจากการดูแลร่างกายแล้ว ก็ควรเช็ด ทำความสะอาดพื้นผิวที่หยิบ จับ สัมผัสบ่อยๆ เช่น ลูกบิด ที่จับประตู ราวบันได ปุ่มกดลิฟต์ อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ ด้วยแอลกอฮอล์หรือน้ำสบู่ รวมไปถึง การหลีกเลี่ยงการไปในสถานที่ที่ผู้คนหนาแน่นหรือในที่ชุมชน เช่น โรงหนัง ห้างสรรพสินค้า ศูนย์อาหาร สถานีขนส่ง สนามบิน สถานีรถไฟฟ้า เป็นต้น



นพ.อนุสิทธิ์ ยังได้ให้คำแนะนำเพิ่มเติมเอาไว้อีกว่า สิ่งที่ทุกเพศและทุกวัยหากมีประวัติสัมผัสหรือใกล้ชิดกับผู้ป่วยที่ต้องสงสัยภายใน 14 วันแล้วมีอาการไข้ ไอ น้ำมูก หายใจเหนื่อย ควรพบแพทย์เพื่อคัดกรองและหาสาเหตุแต่เนิ่นๆ ก็จะช่วยป้องกันภาวะแทรกซ้อนทางปอด หัวใจ และไต ที่อาจเกิดขึ้นได้ ที่สำคัญหากมีโรคหลอดเลือดหัวใจตีบหรือมีโรคประจำตัวที่เสี่ยงต่อหลอดเลือดหัวใจตีบ ควรรับประทานยาตามที่แพทย์สั่งและควบคุมระดับไขมัน น้ำตาล ค่าการอักเสบของหลอดเลือดและความดันโลหิตให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ รวมถึงฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่และวัคซีนป้องกันปอดบวม Pneumococcal Vaccine หากมีข้อบ่งชี้ในผู้สูงวัยที่มีโรคปอดหรือโรคหัวใจยิ่งต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์อย่างเคร่งครัด

อย่างไรก็ตาม หากคุณมีโรคประจำตัว ควรหมั่นตรวจสุขภาพเป็นประจำและไม่ควรละเลยที่จะดูแลสุขภาพให้แข็งแรง ออกกำลังกายสม่ำเสมอและปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันหลอดเลือดหัวใจอุดตันเฉียบพลัน และพึงระลึกไว้เสมอว่าอันตรายจากการรับเชื้อโรคต่างๆนั้นอยู่ใกล้กว่าที่คุณคิด...

......................................
คอลัมน์ : Healthy Clean  
โดย “พรรณรวี พิศาภาคย์”
ขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจาก : Pixabay
คลิกติดตามอ่านการดูแลสุขภาพได้ทั้งหมดที่นี่ 







คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 126