อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 11 กรกฎาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 11 กรกฎาคม 2563

สถานการณ์โควิด-19 หยุดไป รร. แต่ยังเรียนทางออนไลน์

ประเทศที่ประสบปัญหาการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 เรื่องของระบบการศึกษาก็ไม่ได้นิ่งเฉย ปรับสภาพด้วยการสอนแบบออนไลน์เป็นที่เรียบร้อย                                             อาทิตย์ที่ 22 มีนาคม 2563 เวลา 10.00 น.


เมื่อต้องปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ที่โควิด -19 ยังคงระบาด และไม่ทราบว่าจะสิ้นสุดลงอย่างไร ในประเทศจีนที่เป็นประเทศแรก ๆ ที่มีการระบาด จนปัจจุบันเรียกได้ว่าเริ่มต้นจะควบคุมได้เป็นอย่างดี ทุกภาคส่วนร่วมกันทำงานประสานกันอย่างรอบคอบที่สุด

ในด้านการศึกษานั้น ก็ไม่ได้นิ่งเฉย ในปัจจุบัน โรงเรียนต่าง ๆ ในประเทศจีนได้เปิดการเรียนการสอนแบบออนไลน์กันไปเรียบร้อย ตามหลังการทำงานออนไลน์ไปติด ๆ โดยนักเรียนจะได้รับตารางสอนที่เริ่มเรียนกันแบบปกติคือตั้งแต่เช้าจนเย็น มีจำนวนคาบเรียนและเวลาต่อคาบเรียนแตกต่างกันไปตามระดับชั้น รวมทั้งมีการสอบก่อนเรียน โดยจะต้องพิมพ์ข้อสอบออกมา และทำให้เสร็จในเวลาที่กำหนด ซึ่งก็น่าจะเป็นวิธีที่ทันสมัยกับสถานการณ์ปัจจุบัน

แต่อย่างไรก็ตาม บรรดาพ่อแม่ผู้ปกครองก็ค่อนข้างกังวลว่าเราจะต้องเรียนแบบนี้ไปยาวนานเพียงใด เพราะกังวลเรื่องการใช้สายตากับคอมพิวเตอร์ของเด็ก ๆ นั่นเอง



นอกจากกังวลเรื่องสายตาแล้ว ก็ยังมีความกังวลเรื่องประสิทธิผลในการเรียนการสอนอีกด้วย ซึ่งหากเรามาดูการสำรวจในเรื่องนี้แล้ว ผู้ปกครองในระดับประถมมัธยมศึกษาจะพบว่า ร้อยละ 47.7 เห็นว่าประสิทธิภาพการเรียนออนไลน์นั้นดี ร้อยละ 40.3 เห็นว่าการเรียนออนไลน์นั้นได้ผลธรรมดา และร้อยละ 13.3 พบว่าการเรียนออนไลน์นั้นได้ผลแย่มาก ซึ่งบรรดาผู้ปกครองของครอบครัวเหล่านี้ได้เริ่มกลับเข้าทำงานแบบออนไลน์แล้วถึงร้อยละ 34.5  ทำงานเองที่บ้านร้อยละ 40.2 และอยู่บ้านเฉย ๆ ร้อยละ 24.5

อย่างไรก็ตาม เมื่อสัมภาษณ์เด็กแล้ว เด็กบางคนก็เห็นว่าการเรียนออนไลน์นั้นดี เพราะสามารถติดตามการเรียนได้ และครูสามารถเข้าถึงได้อย่างดี สามารถถามคำถามครูได้ อีกทั้งยังสามารถจดงานได้อย่างสะดวก ในขณะที่เด็กบางคนก็ไม่สนใจการเรียนออนไลน์ เพราะต้องพึ่งตนเองอย่างมาก และไม่มีสมาธิในการเรียน อีกทั้งเมื่อเรียนเสร็จกายังมาเล่นมือถือ ทั้งดูหนังและเล่นเกมออนไลน์อีก

ทั้งนี้ จากการสำรวจพบว่า หากพ่อแม่สามารถทำงานที่บ้าน แล้วคอยควบคุมดูแลเด็กจะสามารถเรียนออนไลน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงการเรียนแบบออนไลน์นี้เด็กจะต้องมีวินัยในตัวเองมากกว่าปกติ พ่อแม่และครูจะต้องทำงานประสานกันอย่างใกล้ชิดเพื่อให้การเรียนการสอนมีประสิทธิผล

นอกจากนักเรียนต้องปรับตัวเพื่อเข้าสู่ชั้นเรียนออนไลน์แล้ว บรรดาครูอาจารย์เองก็ต้องปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ปัจจุบัน ตั้งแต่เตรียมอุปกรณ์การเรียนการสอนออนไลน์ และอินเตอร์เนตให้พร้อม โปรแกรมที่สนใจจะใช้ในการเรียนการสอน แนวทางในการติดตามการเรียนการสอน



สำหรับคนรุ่นใหม่เรื่องเหล่านี้อาจจะไม่ได้ยากเกินไป แต่สำหรับคนรุ่นเก่าอาจจะต้องใช้เวลากับการจัดการระบบพอสมควร ซึ่งทั้งนี้ทั้งนั้น สถานศึกษาควรจะลงทุนในการจัดการอุปกรณ์และการเตรียมความพร้อมให้กับบุคลากรในภาคการศึกษา และเริ่มเตรียมการแต่เนิ่น ๆ ถึงการเรียนรู้การสอนในรูปแบบใหม่
การศึกษาถึงจุดเด่นจุดด้อยของแต่ละโปรแกรมที่ใช้ในการสอน และควรที่จะจัดการให้มีมาตรฐาน  และไม่ทำให้ผู้เรียนต้องสับสนมากเกินไป อีกทั้งควรจะติดตามผลการเรียนการสอนแบบออนไลน์ว่าเป็นอย่างไร

ในขณะที่ประเทศไทยนั้น การเรียนการสอนระดับอุดมศึกษาจะเริ่มต้นการสอนแบบออนไลน์กันไปแล้ว ก็ถึงเวลาที่จะต้องเตรียมความพร้อมให้กับการเรียนการสอนในระดับประถมมัธยมศึกษา เพื่อรองรับให้ทันกับสถานการณ์โควิด -19 ที่กำลังระบาดอยู่

ส่วนบรรดาผู้ปกครองก็ควรจะเริ่มต้นเตรียมตัวรองรับกับการเรียนการสอนในระบบใหม่ รวมทั้งถึงจะต้องคุมการใช้คอมพิวเตอร์ของเด็กให้ดี อย่าให้ติดเกมส์หรือโลกออนไลน์กันจนเพลิน ช่วงเวลาที่ต้องอยู่ร่วมกันในครอบครัวนี้ ควรจะให้เวลาอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข ให้ถือเป็นโอกาสและเวลาดี ๆ ของครอบครัว

ไหนๆ ก็เลี่ยงไม่ได้ที่ต้องกักตนเองที่บ้านแล้ว เรามาร่วมกันทำบรรยากาศการอยู่บ้านอย่างมีความสุขกับลูก ๆ และคนในครอบครัวดีกว่าไหมคะ

--------------------------------
คอลัมน์ : ฝ่ากำแพงเมืองจีน
โดย “อ.ดร.ศิริเพ็ชร ทฤษณาวดี”
คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 84