อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 6 เมษายน 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 6 เมษายน 2563

ชูอำเภอขุนหาญ ต้นแบบลดเจ็บ-ตายจากอุบัติเหตุทางถนน

สอจร.อีสานล่าง ชู อำเภอขุนหาญ ต้นแบบลดเจ็บ-ตาย จากอุบัติเหตุทางถนนได้ผล เสาร์ที่ 21 มีนาคม 2563 เวลา 17.30 น.


เมื่อเร็วๆนี้ ที่ห้องประชุมโรงพยาบาลขุนหาญ อ.ขุนหาญ จ.ศรีสะเกษ นางเปรมปรีดิ์ ชวนะนรเศรษฐ์ หัวหน้าแผนงานสนับสนุนการป้องกันอุบัติเหตุจราจรในระดับจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง (สอจร.อีสานล่าง) มอบหมายให้นายนรินทร์ พรหมสาขา ณ สกลนคร รองหัวหน้าภาคฯ ร่วมกับพี่เลี้ยง สอจร.จังหวัดศรีสะเกษ และพี่เลี้ยง สอจร.อำเภอขุนหาญ ลงพื้นที่ติดตามโครงการชาวขุนหาญร่วมใจลดการบาดเจ็บและเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนด้วยมาตรการสวมหมวกนิรภัย 100% โดยมี นายคมป์ สังข์วงษ์ นายอำเภอขุนหาญ พร้อมด้วย แพทย์หญิงรัชฎาพร รุญเจริญ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลขุนหาญ นายวิสิฐศักดิ์ พิริยานนท์ สาธารณสุขอำเภอขุนหาญ หัวหน้าส่วนราชการ ภาคีที่เกี่ยวข้อง และคณะทำงานโครงการ ให้การต้อนรับ
 
นายคมป์ กล่าวว่า การดำเนินโครงการชาวขุนหาญร่วมใจลดการบาดเจ็บและเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนด้วยมาตรการสวมหมวกนิรภัย 100% ได้รับการสนับสนุนทุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ภายใต้แผนงานสนับสนุนการป้องกันอุบัติเหตุจราจรในระดับจังหวัด (สอจร.) ซึ่งขับเคลื่อนการทำงานโดยคณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอำเภอ (พชอ.) ขุนหาญ มีเป้าหมายเพื่อป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนในอำเภอขุนหาญ โดยมีกลุ่มเป้าหมายที่ได้รับประโยชน์ จำนวน 108,090 คน ซึ่งผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น ได้แก่ มีหน่วยงานและองค์กรที่เข้าร่วม MOU มาตรการสวมหมวกนิรภัย 100% จำนวน 80 หน่วยงาน พบอัตราการสวมหมวกนิรภัย โดยเฉลี่ยเป็นร้อยละ 82 มีการค้นหาและแก้ไขจุดเสี่ยง เกิดการพัฒนาศูนย์พัฒนาเด็กเล็กต้นแบบ จำนวน 13 แห่ง
 
นอกจากนั้นยังมีการขยายผลรูปแบบการดำเนินงานลงสู่ชุมชนทุกระดับ ตั้งแต่ระดับอำเภอ (พชอ.) ระดับตำบล (พชต.) และระดับหมู่บ้าน (พชม.) ซึ่งรูปแบบดังกล่าวนี้เป็นการเสริมสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชนในทุกระดับให้เป็นเจ้าของปัญหาและดำเนินการแก้ไขปัญหาในชุมชนได้เอง หากมีจุดเสี่ยงที่อยู่เหนือการแก้ไขของชุมชนจะส่งต่อมายังระดับตำบลและอำเภอ เพื่อประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ดำเนินการแก้ไขต่อไป ทั้งนี้ พบว่าอัตราการเสียชีวิตและบาดเจ็บทางถนนเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว มีจำนวนลดลงอย่างเห็นได้ชัด
 
ด้าน นายนรินทร์ พรหมสาขา ณ สกลนคร รองหัวหน้าภาคฯ กล่าวว่า รูปแบบการดำเนินงานของอำเภอขุนหาญนี้ มีความน่าสนใจและเป็นโครงการที่มีนวัตกรรมด้านกระบวนการ กล่าวคือ การขับเคลื่อนงานลดอุบัติเหตุทางถนน โดยคณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตในทุกระดับ ทำให้ประชาชนและชุมชนมีความเป็นเจ้าของปัญหาอย่างแท้จริง อนึ่ง หากมีข้อขัดข้องในการดำเนินการ คณะกรรมการบริหารในระดับอำเภอสามารถสื่อสารการตัดสินใจได้อย่างทันท่วงที ส่งผลให้เกิดผลลัพธ์ดังที่นายอำเภอขุนหาญได้นำเสนอ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างและขอยกรูปแบบหรือโมเดลขุนหาญ ให้เป็นโมเดลที่อำเภออื่นๆ สามารถนำมาเป็นต้นแบบในการดำเนินการขับเคลื่อนงานลดอุบัติเหตุทางถนนโดยใช้กลไก พชอ./พชต./พชม. ได้
 
อย่างไรก็ตาม การขับเคลื่อนงานจะสำเร็จได้โดยผู้บริหารหรือผู้นำจะต้องมีความเข้าใจในเนื้องานอย่างถ่องแท้และเข้าใจสภาพปัญหาและความต้องการของชุมชน อีกทั้งจะต้องอำนวยความสะดวกในการจัดการทรัพยากรให้เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานสามารถดำเนินการได้อย่างเต็มที่.

---------------------------------

พิสิษฐ์ สิริวิริยะธนา ผู้สื่อข่าวเดลินิวส์ ออนไลน์ จ.ศรีสะเกษ

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 52