อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 6 เมษายน 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 6 เมษายน 2563

ประเทศไทย...ครัวของโลก ตั้งสติให้ดีก่อนแห่ซื้อของ

สติมี...ปัญญาเกิด!!! กันนะคะ คุณ ๆ ท่าน ๆ ทั้งหลาย ยิ่งเวลานี้ประเทศไทยของเรากำลังผจญเผชิญกับ การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด 19 ที่ทุกคนกำลังตระหนก ตระหนัก จนกลายเป็นจิตตก!! กันอยู่ในเวลานี้ จันทร์ที่ 23 มีนาคม 2563 เวลา 08.00 น.


ด้วยเหตุที่ว่า ณ เวลา นี้ ทุกคนอยู่ในโลกไซเบอร์ โลกออนไลน์ ที่ข่าวสารต่างไหลพรั่งพรูกันออกมา ทั้งข่าวจริง ข่าวปลอม ข่าวลือ สารพัด

ดังนั้นการจะเสพข่าว ก็ต้องเสพอย่างมีสติ!! ตรวจสอบข้อมูลให้ชัดเจน อ่านข้อมูลให้ถูกต้อง พินิจพิเคราะห์ สังเคราะห์ข้อมูล ก่อนตัดสินใจ

ไม่ใช่แค่เห็นข่าว...เห็นข้อมูล...แค่ไลน์ เฟสบุ๊ก ไอจี ที่แชร์ต่อ ๆ กันมา หรือเห็น หรือฟังข้อมูลไม่ครบถ้วน ไม่ตรึกตรองให้ดี อาจทำให้ปัญหาเล็กๆ ลุกลามเป็นไฟไหม้ทุ่งก็เป็นไปได้

ยกตัวอย่างให้เห็นง่าย ๆ จากคำสั่งปิดห้าง ปิดสถานบริการ บางประเภท ในเขตกรุงเทพมหานคร เมื่อวันเสาร์ที่ 21 มี.ค. ที่ผ่านมา ก็ทำเอาทั้งกรุงเทพฯป่วนกันเป็นแถว



โดยเฉพาะอย่างยิ่ง...ในซูเปอร์มาร์เก็ต ที่บรรดาพ่อแม่พี่น้องต่างไปเข้าคิวซื้อข้าวสาร อาหารแห้ง เก็บตุนไว้ เพราะกลัวอด กลัวหาซื้อไม่ได้ และอีกสารพัดจะกลัว

ทั้ง ๆ ที่ตามประกาศของกทม.กำหนดไว้ชัดเจนว่า... แม้กำหนดให้ปิดห้างสรรพสินค้าก็ตาม เว้นแต่ซุปเปอร์มาร์เก็ต ร้านขายยา หรือสินค้าเบ็ดเตล็ดที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต

ส่วนร้านอาหาร!!! ให้เปิดเฉพาะการจำหน่ายอาหารเพื่อนำกลับไปบริโภคที่อื่น และร้านอาหารในโรงแรมที่ให้บริการเฉพาะผู้ที่พักอาศัยในโรงแรม

นี่...เป็นเพียงตัวอย่างที่หยิบยกขึ้นมา เพื่อต้องการสื่อสารให้บรรดาพ่อแม่พี่น้อง ตั้งสติ!! กันให้ดีก็เท่านั้น !!

อย่างไรก็ตาม เรื่องของความกลัว ความวิตกกังวล เป็นเรื่องที่ห้ามกันไม่ได้ และก็เป็นสิทธิส่วนบุคคล ที่ต้องการป้องกันตัวเอง ก็ว่ากันไม่ได้!!

อีกด้าน...อีกมุม... หันมาดูข้อมูลของภาครัฐ ที่ทุกฝ่ายทุกหน่วยงานต่างงัดกันออกมา เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนคนไทย



โดยเฉพาะอย่างยิ่งความเพียงพอ ของสารพัดอาหารในบ้านเรา อย่างลืมว่าประเทศไทยเป็นเมืองอู่ข้าวอู่น้ำ รับรองได้ว่าไม่มีอดตายแน่ ถ้า... “อยู่เป็น”

ข้อมูลของสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย หรือส.อ.ท. บอกไว้ชัดเจนว่า สินค้าอาหารที่เป็นที่ต้องการในช่วงสถานการณ์โควิด-19 หนีไม่พ้น “ข้าวสาร” ซึ่งในปี 62 ที่ผ่านมา ผลผลิตข้าวของไทยมีทั้งสิ้น 18.72 ล้านตันข้าวสาร ขณะที่ความต้องการใช้ในประเทศมีทั้งหมด 11.5 ล้านตันข้าวสาร

ขณะที่ “ปลากระป๋อง” มีกำลังการผลิตเดือนละ 22,679 ตัน โดยปัจจุบันใช้กำลังการผลิตไปเพียง 50% เช่นเดียวกับน้ำดื่ม ที่มีกำลังการผลิตเดือนละ 444 ล้านลิตร แต่กำลังการผลิตในเวลานี้มีเพียง 67%

หันมาที่ “บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป” มีกำลังการผลิตมากถึงวันละ 10 ล้านซอง และยังเพิ่มได้ถึง 15 ล้านซอง แต่เวลานี้มีกำลังการผลิตที่ใช้ไปมีเพียง 79%

เช่นเดียวกับซอสปรุงรสต่าง ๆ แม้การใช้กำลังการผลิตเกือบ 100% จากที่มีอยู่เดือนละ 7.9 ล้านลิตร แต่ก็ยังสามารถเพิ่มเติมได้อีก ขณะที่น้ำปลา มีกำลังการผลิตเดือนละ 12.9 ล้านลิตร แต่ใช้ไปเพียง 72%

ไม่เพียงเท่านี้...เมืองไทยยังมีโรงงานผลิตอาหารมากถึง 53,642 โรงงาน แยกเป็นโรงงานแปรรูปผลิตผลทางการเกษตรเบื้องต้น 43,725 โรงงาน, โรงงานแปรรูปอาหาร 9,102 โรงงาน และโรงงานผลิตเครื่องดื่ม 815 โรงงาน



ที่สำคัญโรงงานเหล่านี้ใช้กำลังการผลิตอยู่ราว 70% เท่านั้น!!!.

นั่นหมายความว่า... หากเกิด “วิกฤติ” อย่างแท้จริงโรงงานเหล่านี้ ยังสามารถเพิ่มกำลังการผลิตขึ้นได้อีก เพื่อบรรเทาปัญหาความเดือดร้อน

ขณะเดียวกันยังมีสต็อกสินค้ากว่า 15-30 วัน ข้าวสารถุง มีสต็อกอยู่ถึง 3 เดือน ถนนหนทางก็พร้อมสามารถขนส่งเคลื่อนย้ายสินค้าได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ข้อมูลทั้งหลายทั้งปวง...ที่นำเสนอออกมาจากทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ในครั้งนี้ ก็อยากจะย้ำเตือนให้คุณ ๆ ท่าน ๆ

ตั้งสติ พินิจพิเคราะห์ ให้ถ่องแท้ ว่าอะไร? เป็นอะไร?

ก็อย่างที่บอกค่ะ... สติมี ปัญญาเกิด!!
......................
คอลัมน์ : เศรษฐกิจจานร้อน
โดย “ช่อชมพู” 
ขอบคุณภาพจาก Bew Tantirittisak 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    94%
  • ไม่เห็นด้วย
    6%

บอกต่อ : 53