อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 11 กรกฎาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 11 กรกฎาคม 2563

"เสธ.ไพโรจน์ หนุ่มไฮโซ" ตอนที่ 2

กลัวลูกโรจน์จะกินช้อนส้อมแบบฝรั่งไม่เป็น เห็นเขาว่าฝรั่งมันไม่ใช้ช้อนตักข้าวตักแกงแบบบ้านเรา ใช้แต่ส้อมกับมีด แม่เลยหาช้อนหางมาให้ใช้… จันทร์ที่ 23 มีนาคม 2563 เวลา 11.00 น.


“เฮ้ยกล่องอะไรวะ หนัก ๆ พิกล” โรจน์ควักกล่องกระดาษเล็ก ๆ ขึ้นมาเดาะชั่งน้ำหนักในมือ เพื่อน ๆ ตาแทบถลนด้วยความอยากรู้...
 
“พ่อมึงมาจากปักษ์ใต้ ไอ้พวกโจรจีนแม่งแอบเอาระเบิดใส่มาหรือเปล่าวะ” ไอ้เตี้ยตั้งข้อสงสัยอย่างแหลมคมแบบนักการข่าว (ซึ่งต่อมามันก็จะได้ทำหน้าที่นายทหารการข่าวระดับสูงของกองทัพบกตามสัญชาตญาณและความถนัด) เล่นเอาเพื่อน ๆ ขยับเท้าถอยไปคนละก้าวสองก้าวเตรียมเอาตัวรอด

“มึงก็พูดเกินไป...มากูแกะให้” ผมรีบตัดบทก่อนที่เรื่องมันจะบานปลายเสียชื่อโรงเรียนนายร้อย ไอ้โรจน์ส่งมาให้ผมทันที กล่องเล็ก ๆ นั้นหนักผิดสังเกตอย่างมันว่าจริง ๆ และเมื่อผมลองยกขึ้นมาแนบหูแล้วเขย่าไปมาหาความผิดปกติก็ไม่ได้ยินเสียงความเคลื่อนไหวอะไรเลยแสดงว่าบรรจุมาอย่างแน่นหนาพอดิบพอดี ไอ้เตี้ยจอมนักข่าวเอาหูมาช่วยแนบฟังแล้วทำท่าโล่งใจบอกกับเพื่อน ๆ ว่า ไม่มีเสียงติ๊กต๊อกๆของนาฬิกาจับเวลาแบบที่มันเคยเห็นในหนัง
 
ผมค่อย ๆ แกะยางหนังสติ๊กสีเขียวแดงที่รัดอยู่เสียแน่นหนา และเมื่อเปิดกล่องออกท่ามกลางสายตาเกือบ 10 คู่ของเพื่อนที่รายล้อมอยู่ก็พบว่า
 
ในกล่องปริศนาใบนั้นมีช้อนหางชนิดเคลือบสีเขียวสีน้ำเงินวางซ้อนกันอยู่ประมาณ 20 อันเห็นจะได้ ไม่ใช่วัตถุระเบิดแสวงเครื่องแบบที่ไอ้เตี้ยทะลึ่งตั้งข้อสงสัยไว้แต่แรกสักหน่อย
 
“มึงเอาไปทำไมวะช้อนหางตั้งเยอะแยะ...แล้วอะไรอีกล่ะในกระเป๋าน่ะ” ผมหันไปให้ความสนใจกับสิ่งของอีกชิ้นหนึ่งที่พับเรียบร้อยอัดแน่นอยู่ในกระเป๋าถือเชย ๆ ใบนั้น ไอ้โรจน์ในฐานะผู้มีกรรมสิทธิ์อย่างสมบูรณ์แบบค่อย ๆ ดึงออกมาจากกระเป๋าทีละน้อย ๆ

“มุ้งว่ะ...มุ้ง” เสียงกระซิบพึมพัมดังขึ้นอย่างอัศจรรย์ใจจากเพื่อน ๆ ที่มาส่ง “แม่มึงจัดมาให้ทำไมวะ” ไอ้เตี้ยส่งเสียงตั้งคำถามอย่างงุนงงก็พอดีกับพ่อและแม่ของไอ้โรจน์เดินมาสมทบ และเมื่อทันเห็นท่าทางงุนงงของลูกและเพื่อน ๆ คุณแม่ก็รีบส่งเสียงอธิบายว่า…


 
“ช้อนหางกับมุ้งน่ะลูก แม่เป็นคนจัดให้เอง ส่วนกระเป๋านี่พ่อเขาไปเลือกมาจากในตลาดทันสมัยที่สุดแล้ว…กลัวลูกโรจน์จะกินช้อนส้อมแบบฝรั่งไม่เป็น เห็นเขาว่าฝรั่งมันไม่ใช้ช้อนตักข้าวตักแกงแบบบ้านเรา ใช้แต่ส้อมกับมีด แม่เลยหาช้อนหางมาให้ใช้ เสร็จแล้วรู้จักล้างนะลูก แต่ถ้าหายหมดเมื่อไหร่หรือสีเคลือบมันกะเทาะก็บอกมา จะซื้อส่งไปให้ใหม่ อย่าฝืนใช้จะอายฝรั่งมัน ส่วนมุ้งน่ะ ไม่มีอะไรหรอก เขาบอกมาเหมือนกันว่า เมืองนอกไม่มีมุ้งขาย ฝรั่งมันนอนมุ้งไม่เป็น ไม่รู้ว่ามันไม่กลัวยุงกัดตายหรือไง…แม่ก็เลยหาซื้อมาไว้ให้ จะได้ไม่ต้องลำบากนอนตากยุง !!”

นี่แหละครับ เบื้องหลังท่วงทำนองอันโอ่อ่าของพันตรีไพโรจน์ หนุ่มสังคมไฮโซผู้มีรสนิยมสุดวิไลเมื่อกว่า 40 ปีที่แล้ว ก่อนการเดินทางไปศึกษาต่อยังประเทศอังกฤษเมื่อครั้งกระนั้น

หลายปีผ่านไป จนดำรงยศพันตรีและกำลังศึกษาอยู่ที่สถาบันการศึกษาอันโอ่อ่าของกองทัพบก-โรงเรียนเสนาธิการทหารบก หนุ่มโรจน์จากแดนสะตอจะเปลี่ยนโฉมไปสู่หนุ่มไฮโซได้สำเร็จหรือไม่ โปรดติดตามด้วยใจระทึกโดยพลัน
 
ความที่โรจน์เป็นคนธุระเยอะตามประสานายทหารหนุ่มโสดเนื้อหอม ดังนั้น ภาพที่เราคุ้นเคยเวลามีนัดหมายกับเขา ไม่ว่าจะออกรอบเล่นกอล์ฟ ไม่ว่าจะนัดกินข้าว รวมทั้งเวลานัดหมายสำหรับการติว โรจน์จะเล่นบท “เจ้าชายสายเสมอ” ตัวจริงเสียงจริง และพอมาถึงหลังนัดหมาย สูตรสำเร็จที่โรจน์จะใช้ก็คือทำท่าเก้อ ๆ เด๋อ ๆ ด๋า ๆ เรียกร้องความเห็นใจจากเพื่อน และไม่ปริปากเถียงสักคำเวลาถูกโห่และดุด่าว่ากล่าวจากเพื่อน ๆ ที่ต้องรอมันทุกครั้งจึงจะเริ่มกิจกรรมตามนัดหมายได้
 
นัดติวที่บ้านของเพื่อนตุ่นคราวนี้ก็เช่นเดียวกัน…
...............................
คอลัมน์ : สอยดาวมาร้อยบ่า – RELOADED
โดย “พล.อ.บัญชร ชวาลศิลป์”
Facebook : Gen.Bunchon - บัญชร ชวาลศิลป์


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 75