อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 1 มิถุนายน 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 1 มิถุนายน 2563

สุนทรพจน์โควิด-19 (จบ)

เรื่องที่สอง เราต้องมีแผนสำหรับการเพิ่มขึ้นของผู้ติดเชื้อโควิด-19 เพราะถ้ามีผู้ติดเชื้อมากขึ้น เราจะไม่มีเตียงในโรงพยาบาลเพียงพอและจะไม่สามารถแยกผู้ติดเชื้อทุกรายเหมือนที่ทำได้ในปัจจุบัน ตอนนี้พวกเรารู้ว่าส่วนใหญ่ของผู้ติดเชื้อหรือราว 80 เปอร์เซ็นต์ของผู้ติดเชื้อ อาทิตย์ที่ 29 มีนาคม 2563 เวลา 07.00 น.

เรื่องที่สอง เราต้องมีแผนสำหรับการเพิ่มขึ้นของผู้ติดเชื้อโควิด-19 เพราะถ้ามีผู้ติดเชื้อมากขึ้น เราจะไม่มีเตียงในโรงพยาบาลเพียงพอและจะไม่สามารถแยกผู้ติดเชื้อทุกรายเหมือนที่ทำได้ในปัจจุบัน ตอนนี้พวกเรารู้ว่าส่วนใหญ่ของผู้ติดเชื้อหรือราว 80 เปอร์เซ็นต์ของผู้ติดเชื้อมีอาการเพียงเล็กน้อย กลุ่มที่มีความเสี่ยงมากก็คือผู้สูงอายุ และกลุ่มคนที่มีโรคประจำตัว เช่นความดันสูงหรือมีปัญหาเกี่ยวกับปอด ดังนั้นในกรณีที่มีผู้ติดเชื้อเป็นจำนวนมาก สิ่งที่สมเหตุสมผลที่เราจะทำก็คือให้เฉพาะผู้ที่มีอาการหนักเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลเท่านั้น และให้ผู้ที่มีอาการเพียงเล็กน้อยไปหาหมอประจำตัว พักอยู่บ้านเพื่อเป็นการกักตัวเอง ด้วยวิธีนี้เราจะสามารถทุ่มเททรัพยากรทั้งหมดไปที่ผู้ป่วยหนัก เร่งระยะเวลาการรักษา และหวังว่าด้วยการทำเช่นนั้นเราจะสามารถลดจำนวนผู้เสียชีวิตลงได้
ในขณะเดียวกัน เราก็จะมีเตียงในโรงพยาบาลและเครื่องมือที่ว่างมากขึ้นเพื่อจะได้ใช้ดูแลรักษาผู้ติดเชื้อโควิด-19 แต่ขอให้มั่นใจว่าคนสิงคโปร์ทุกคนที่ต้องการการดูแลรักษาอย่างเร่งด่วน ไม่ว่าจะเป็นการติดเชื้อโควิด-19 หรือจากโรคร้ายอื่น ๆ จะได้รับการดูแลรักษาอย่างดี

นอกจากแผนทางการแพทย์แล้วเรายังต้องการมาตรการรักษาระยะห่างทางสังคมอีกด้วย เราจะมีมาตรการชั่วคราว เช่น การให้หยุดการเรียนการสอน การเหลื่อมเวลาทำงาน หรือการบังคับให้ทำงานจากบ้าน และเราอาจจะมีมาตรการการห้ามเดินทางหากเราพบจำนวนผู้ติดเชื้อพุ่งสูงขึ้น การห้ามการเดินทางจะช่วยให้การแพร่เชื้อไวรัสช้าลง ป้องกันไม่ให้มีคนติดเชื้อมากเกินไปและช่วยลดจำนวนผู้ติดเชื้อ และเมื่อจำนวนผู้ติดเชื้อลดลงเราก็จะผ่อนคลายมาตรการต่าง ๆ และเฝ้าป้องกันในระดับปกติ

แต่ขอให้ผมเน้นตรงนี้ว่าสถานการณ์ในสิงคโปร์ยังอยู่ในภาวะที่สามารถควบคุมได้ เราจะไม่ยกระดับมาตรการไปสู่ขั้นสูงสุดสีแดง เราจะไม่ปิดเมืองเหมือนประเทศจีนหรืออิตาลี แต่สิ่งที่พวกเรากำลังทำอยู่คือวางแผนในอนาคตเกี่ยวกับมาตรการที่เข้มงวดขึ้นซึ่งอาจมีการทดลองใช้เป็นบางมาตรการและเตรียมคนสิงคโปร์ให้พร้อมเมื่อเราจำเป็นต้องใช้มาตรการที่เข้มงวดมากขึ้น

ด้านเศรษฐกิจ ขณะที่เรากำลังคิดถึงมาตรการที่เข้มงวดขึ้น ก็มีสิ่งที่เราเป็นห่วงเป็นอย่างมากคือผลกระทบทางเศรษฐกิจ ระบบ เศรษฐกิจของเราได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง และนั่นคือสาเหตุที่เราได้จัดงบประมาณ 4 พันล้านดอลลาร์เอาไว้ช่วยเหลือธุรกิจ คนทำงานและครัวเรือนในระยะเฉพาะหน้าซึ่งก็สามารถช่วยได้บางส่วน แต่ในอนาคตข้างหน้าเรารู้ว่ายังจะต้องมีอีกหลายมาตรการ โดยเฉพาะมาตรการสำหรับอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง เช่นโรงแรม สายการบิน ธุรกิจบริการและผู้ประกอบอาชีพอิสระ ในภาวะเช่นนี้ไม่มีใครรอดจากผลกระทบ ทุกคนโดนหมดมากหรือน้อยเท่านั้นเอง

ดังนั้นรัฐบาลจึงต้องเตรียมแพ็กเกจที่สอง โดยเราจะช่วยบริษัทต่าง ๆ ทางด้านต้นทุน เงินทุนหมุนเวียนเพื่อทำให้บริษัทเหล่านั้นฝ่าพายุนี้ไปให้ได้ เราจะช่วยให้คนของเรายังสามารถรักษางานเอาไว้ และช่วยพัฒนาพวกเขาในช่วงเวลาที่ตกต่ำ ดังนั้นเมื่อสถานการณ์กลับสู่ภาวะปกติ คนงานของเราจะเป็นคนแรกที่พร้อมจะทำงานอย่างมีประสิทธิภาพทันที เราจะช่วยเหลือคนงานที่โดนลดเงินเดือนและตกงานเพื่อให้พวกเขาและครอบครัวผ่านพ้นเวลาที่ยากลำบากนี้ไปให้ได้

ผมเล่าเรื่องเหล่านี้ให้ท่านฟังเพื่อให้ท่านได้มั่นใจว่าเราควบคุมสถานการณ์ได้และเรามองไปข้างหน้า เรามองเห็นผลกระทบทางการแพทย์และเศรษฐกิจที่จะตามมา ผมมั่นใจว่าพวกเราสามารถจัดการได้ แต่อีกเรื่องที่มีความสำคัญอย่างยิ่งก็คือจิตใจและความรู้สึกของประชาชน ทีมงานแนวหน้าของเรา เช่น บุคลากรด้านสาธารณสุข เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง ข้าราชการ บุคลากรด้านการขนส่งสาธารณะ คนขับแท็กซี่ คนงานทำความสะอาด กำลังทำงานกันอย่างหนักยิ่งยวดเพื่อทำให้สิงคโปร์ยังสามารถเดินไปข้างหน้าได้ ขณะที่คนสิงคโปร์อื่น ๆ ต่างก็ช่วยกันให้กำลังใจพวกเขาเหล่านั้น ส่วนรัฐบาลก็เปิดเผยและโปร่งใสเกี่ยวกับแผนการต่าง ๆ ของรัฐบาล เมื่อเราขอร้องกับคนสิงคโปร์ เช่น ขอให้ใส่หน้ากากอนามัยเฉพาะตอนรู้สึกไม่สบายเท่านั้น หรือไม่ต้องกลัวว่าซูเปอร์มาร์เกตจะไม่มีอาหารและข้าวของเครื่องใช้ขาย คนสิงคโปร์ก็มั่นใจและเปลี่ยนพฤติกรรม ผมขอขอบคุณที่ประชาชนส่วนมากตอบสนองคำขอร้องนั้นอย่างมีเหตุมีผลและรับผิดชอบ ขอบคุณสำหรับความเชื่อมั่นและการสนับสนุนของทุกท่าน

การรับมือของสิงคโปร์ได้รับเสียงชื่นชมจากนานาชาติ เหตุผลสำคัญก็คือความเข้มแข็งของสังคมและจิตใจของคนของเรา สิ่งที่ทำให้สิงคโปร์แตกต่างจากประเทศอื่นๆก็คือพวกเราเชื่อมั่นในกันและกัน พวกเรารู้สึกว่าเรากำลังเผชิญสถานการณ์ร่วมกันและพวกเราจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง นี่คือความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันของสิงคโปร์ พวกเราคือสิงคโปร์ที่เป็นหนึ่งเดียวกัน

อย่างไรก็ตามพวกเราจะยังคงต้องเผชิญกับความเสี่ยงในระดับสูงต่อไปอีกอย่างน้อยก็อีกระยะเวลาหนึ่ง แต่เราจะระมัดระวังต่อไป จะใช้มาตรการต่าง ๆ เพื่อปกป้องพวกเราและครอบ ครัวของเรา เราจะทำให้ระบบเศรษฐกิจยังเดินหน้าต่อไปได้และทำให้พวกเรายังดำเนินชีวิตประจำวันของเราไปได้ ในภาวะวิกฤติเช่นนี้ทุกคนต่างก็มีบทบาทที่ต้องทำ ผมหวังว่าท่านจะร่วมกับผมและเพื่อนร่วมงานของผมเพื่อทำให้ครอบครัวของพวกเราปลอดภัย ทำให้สิงคโปร์มั่นคงและก้าวไปข้างหน้าร่วมกัน

ขอบคุณครับ.

...................................................
เกษมสันต์ วีระกุล
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 61