อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 1 มิถุนายน 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 1 มิถุนายน 2563

"บุหรี่อิเล็กทรอนิกส์ดีจริงหรือ?"

วงการแพทย์ยืนยันว่าการสูบบุหรี่เป็นอันตรายต่ออวัยวะเกือบทั้งหมดในร่างกาย ผู้เสียชีวิตจากโรคหัวใจเกือบหนึ่งในสามเป็นผลมาจากการสูบบุหรี่และการได้รับควันบุหรี่มือสอง จึงอาจเป็นเหตุผลที่ผู้สูบบุหรี่เกือบ 7 ใน 10 คนมีความต้องการที่จะหยุดสูบ อาทิตย์ที่ 29 มีนาคม 2563 เวลา 08.30 น.

วงการแพทย์ยืนยันว่าการสูบบุหรี่เป็นอันตรายต่ออวัยวะเกือบทั้งหมดในร่างกาย ผู้เสียชีวิตจากโรคหัวใจเกือบหนึ่งในสามเป็นผลมาจากการสูบบุหรี่และการได้รับควันบุหรี่มือสอง จึงอาจเป็นเหตุผลที่ผู้สูบบุหรี่เกือบ 7 ใน 10 คนมีความต้องการที่จะหยุดสูบ ในทศวรรษที่ผ่านมา บุหรี่อิเล็กทรอนิกส์ถูกประดิษฐ์ขึ้นโดยระบุถึงการลดอันตรายจากการสูบบุหรี่ และการช่วยเลิกบุหรี่ การศึกษาวิจัยเกี่ยวกับความปลอดภัยของบุหรี่อิเล็กทรอนิกส์นั้นช้ากว่าความนิยมของประชาชนและการส่งเสริมการตลาดของอุตสาหกรรมยาสูบ ดูเหมือนว่าการใช้บุหรี่อิเล็กทรอนิกส์น่าจะดีกว่าการสูบบุหรี่ แต่นักวิทยา ศาสตร์ยังไม่ออกมายืนยันแน่ชัด
บุหรี่อิเล็กทรอนิกส์ มีประโยชน์หรือไม่?
        
ข้อมูลจาก นายแพทย์หทัย ชิตานนท์ ประธานสถาบันส่งเสริมสุขภาพไทย มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ ประธานรัฐภาคีกรอบอนุสัญญาว่าด้วยการควบคุมยาสูบขององค์การอนามัยโลก(2550-2551) กรณีศึกษาสหรัฐอเมริกา ประเทศที่มีการบังคับใช้กฎหมายเข้มงวด มีระบบรายงานผลกระทบต่อสุขภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภคที่ดี ในปี พ.ศ. 2559 ได้อนุญาตให้ผลิตและจำหน่ายบุหรี่อิเล็กทรอนิกส์ ภายใต้การควบคุมของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (FDA) โดยมีคำเตือนว่า “การสูดละอองลอยของบุหรี่อิเล็กทรอนิกส์นั้นไม่ปลอดภัยสำหรับเด็กและเยาวชน สตรีมีครรภ์ หรือผู้ใหญ่ที่ไม่ได้ใช้ผลิตภัณฑ์ยาสูบมาก่อน” ภายใต้ความเห็นของศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหรัฐ (CDC) ที่มีจุดยืนว่า “การใช้บุหรี่อิเล็กทรอนิกส์ทดแทนบุหรี่หรือยาสูบรูปแบบอื่น ๆ ที่มีการเผาไหม้ จะเป็นประโยชน์ต่อผู้สูบบุหรี่ที่เป็นผู้ใหญ่ที่ไม่ใช่
สตรีตั้งครรภ์” แม้ว่าผู้ผลิตจะวางผลิตภัณฑ์ไว้ในภาพลักษณ์เพื่อการช่วยเลิกสูบบุหรี่ แต่ อย.สหรัฐยังไม่อนุมัติให้บุหรี่อิเล็ก
ทรอนิกส์เป็นอุปกรณ์ช่วยเลิกบุหรี่ เนื่องจากยังไม่มีข้อมูลหลักฐานที่เพียงพอ

        
ผ่านไปเพียง 3 ปีในสหรัฐอเมริกา มีรายงานผลกระทบของบุหรี่อิเล็กทรอนิกส์ต่อสุขภาพที่ชัดเจน คืออาการบาดเจ็บของปอดที่เกี่ยวข้องกับการใช้บุหรี่อิเล็กทรอนิกส์หรือผลิตภัณฑ์ที่ทำให้เกิดไอระเหย เรียกย่อว่า EVALI ( E-cigarette-or Vaping product-use-Associated Lung Injury) พบผู้ป่วยเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเริ่มจากเดือน มี.ค. 2562 ล่าสุดเดือน ก.พ. 2563 มีรายงานผู้ป่วยจาก 54 รัฐ มากกว่า 2,800 ราย เสียชีวิต 68 ราย ในขณะที่สาเหตุการบาดเจ็บที่ปอดที่แน่ชัดยังไม่สามารถระบุได้ CDC ประกาศเมื่อต้นเดือน พ.ย. 2562 เมื่อพบวิตามินอีอะซิเตทในของเหลวในปอดผู้ป่วย 29 ราย วิตามินอีอะซิเตทถูกระบุว่าไปเคลือบภายในปอดคล้ายจารบีและอาจทำอันตรายต่อปอด แต่การติดตามตรวจสอบของ FDA ไม่พบวิตามินอีอะซิเตทในผู้ป่วยทั้งหมด การศึกษาที่ตีพิมพ์ในวารสารการแพทย์ของนิวอิงแลนด์ พบว่าผู้ป่วยหลายรายอาการบาดเจ็บของปอดเหมือนถูกเผาไหม้จากสารเคมีมากกว่าการบาดเจ็บที่เชื่อมโยงกับวิตามินอีอะซิเตท หน่วยงานรัฐบาลกลางทั้งสองของสหรัฐจึงยังคงต้องสอบสวนหาสาเหตุต่อไป

บุหรี่อิเล็กทรอนิกส์มีผลต่อสุขภาพอย่างไร?
        
อาการบาดเจ็บของปอด ประกอบด้วยอาการไอ, หายใจถี่, เจ็บหน้าอก, คลื่นไส้, อาเจียน, ท้องร่วง, อ่อนเพลีย, มีไข้ หรือปวดท้อง ประเทศไทยยังไม่อนุญาตให้ใช้บุหรี่อิเล็กทรอนิกส์ แต่มีการลักลอบใช้และพบผู้ป่วยมีอาการบาดเจ็บของปอดที่เกี่ยวข้องกับการใช้บุหรี่อิเล็กทรอนิกส์แล้วอย่างน้อย 2 ราย
        
ความเป็นพิษของสารบางชนิดในละอองลอยบุหรี่อิเล็กทรอนิกส์ มีผลการศึกษาที่แสดงให้เห็นว่าละอองลอยเหล่านี้มีผล กระทบต่อเซลล์เยื่อบุผิวทางเดินหายใจ และเซลล์เยื่อบุผิวอื่น ๆ ตั้งแต่ลดความอยู่รอด, เพิ่มสารก่อการอักเสบและภาวะเครียดออกซิเดชั่น (การที่อนุมูลอิสระเข้าไปทำลายระบบต่าง ๆ ภายในเซลล์ของสิ่งที่มีชีวิต), ลดการป้องกันการติดเชื้อ และส่งเสริมการเกิดมะเร็ง - โพรพิลีนไกลคอล สารรักษาความชื้นและทำให้เกิดควันจำลองการสูบบุหรี่ เมื่อได้รับความร้อนอาจกลายเป็นโพรพิลีนออกไซด์ ซึ่งถูกระบุว่าอาจเป็นสารก่อมะเร็งในมนุษย์ - สารแต่งกลิ่นรส โดยเฉพาะอย่างยิ่งรสหวาน อาจทำให้เกิดการระคายเคืองและการอักเสบในระบบทางเดินหายใจ และระบบหัวใจหลอดเลือด
        
การระเบิดของบุหรี่อิเล็กทรอนิกส์ สถิติจากแผนกฉุกเฉินทั่วสหรัฐอเมริกา พ.ศ. 2558-2560 ระบุว่ามีการระเบิดของบุหรี่อิเล็กทรอนิกส์และมีผู้ได้รับบาดเจ็บจากไฟไหม้ 2,035 ครั้ง ผู้เสียชีวิต 2 ราย สาเหตุการระเบิดถูกระบุว่าเป็นปัญหาแบตเตอรี่ชำรุด การชาร์จที่ไม่ถูกต้อง และการดัดแปลงอุปกรณ์ด้วยตนเอง
        
พิษจากการสัมผัสนิโคตินเหลว ในเดือน ธ.ค. 2557 มีรายงานเด็ก 1 ขวบเสียชีวิตจากการกลืนสารละลายนิโคตินเหลวสำหรับเติมบุหรี่อิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งมีการชูรสหลากหลายรสชาติ มีกลิ่นและสีที่น่าดึงดูดใจสำหรับเด็ก เช่น รสขนมหวาน รสผลไม้ ปริมาณนิโคตินเหลวเข้มข้นเพียงหนึ่งช้อนชาทำอันตรายถึงชีวิตได้สำหรับเด็กวัยหัดเดินน้ำหนักตัวเฉลี่ย 12 กก. การสัมผัสที่เป็นพิษเกิดจากเด็กเอาใส่ปากและการหกบนผิวหนัง
        
อาการชัก เดือน ส.ค. 2562 อย.สหรัฐรายงานว่าพบผู้ป่วยมีอาการชักหรืออาการทางระบบประสาทอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการใช้บุหรี่อิเล็กทรอนิกส์ 127 ราย การค้นหาผู้ป่วยเริ่มในเดือน เม.ย. 2562 หลังจากพบผู้ป่วย 3 รายมีประวัติการชักและการใช้บุหรี่อิเล็กทรอนิกส์ยี่ห้อ Juul อย่างไรก็ตาม การเชื่อมโยงระหว่างการชักและการใช้บุหรี่อิเล็กทรอนิกส์ Juul ยังต้องการข้อมูลเพิ่มเติมให้ชัดเจนขึ้น
        
เนื่องจากบุหรี่อิเล็กทรอนิกส์ไม่ใช้การเผาไหม้ ผู้ใช้จึงอาจหลีกเลี่ยงสารอันตรายหลายอย่างที่มักพบในควันบุหรี่ได้ แต่ละอองลอย (aerosol)ของบุหรี่อิเล็กทรอนิกส์อาจมีสารอันตรายที่ไม่พบในควันบุหรี่แบบเดิม ข้อมูลอุบัติใหม่แสดงให้เห็นการเชื่อมโยงของการใช้บุหรี่อิเล็กทรอนิกส์ไปสู่โรคปอดเรื้อรัง โรคหอบหืด และความสัมพันธ์กับโรคหลอดเลือดหัวใจ ผู้ใช้บุหรี่อิเล็กทรอนิกส์จึงจำเป็นต้องเข้าใจและยอมรับว่ากำลังเสี่ยงต่อสารเคมีทุกชนิดที่ยังไม่เป็นที่รู้จักดีพอ ซึ่งอาจไม่ปลอดภัย
        
ประเทศที่คุ้มครองสุขภาพประชาชนอย่างเข้มงวด เช่น สิงคโปร์ ออสเตรเลีย แคนาดา อิสราเอล ห้ามจำหน่ายบุหรี่อิเล็กทรอนิกส์ เนื่องจากยังไม่ได้รับการทดสอบความปลอดภัยอย่างเพียงพอ

ภาพ X-ray อาการบาดเจ็บของปอดที่เกี่ยวข้องกับการใช้บุหรี่อิเล็กทรอนิกส์ ในผู้ป่วยรายหนึ่ง
      
ซ้าย : หลังจากเข้าโรงพยาบาล 36 ชั่วโมง ขวา: สภาพปอดดีขึ้นหลังจากอยู่โรงพยาบาล 18 วัน

      
ที่มา : CNN Health วันที่ 30 ส.ค. 2562

      
https://edition.cnn.com/2019/08/30/health/vaping-lung-disease-texas-teen/index.html



ภาพ น้ำยาสารละลายนิโคตินที่ใช้กับบุหรี่อิเล็กทรอนิกส์ มีการชูรสหลากหลายรสชาติ กำลังถูกห้ามจำหน่ายในสหรัฐอเมริกาเนื่องจากระบาดอย่างหนักในหมู่เด็กนักเรียน และการสูดดมสารเคมีที่ใช้แต่งกลิ่นรสเพิ่มอันตรายต่อสุขภาพมากขึ้น
      
ข้อมูลจาก นายแพทย์หทัย ชิตานนท์ ประธานสถาบันส่งเสริมสุขภาพไทย, มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ ประธานรัฐภาคีกรอบอนุสัญญาว่าด้วยการควบคุมยาสูบขององค์การอนามัยโลก (2550-2551).


................................................
นายแพทย์สุรพงศ์ อำพันวงษ์

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 32