อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 1 มิถุนายน 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 1 มิถุนายน 2563

Fake News ข่าวลวง อ่านให้ดีก่อนค่อยแชร์

ช่วงนี้ข่าวมักจะมาไวไปไว ไม่รู้ข่าวจริงข่าวปลอม เอาเป็นว่าเช็คข่าวกันให้ดีก่อนจะวิจารณ์อะไรออกไปดีกว่า จะได้ไม่สร้างความปั่นป่วน จนกลายเป็นวาระใหญ่กันไป อาทิตย์ที่ 29 มีนาคม 2563 เวลา 10.00 น.


เมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมาในโลกออนไลน์เกี่ยวกับจีน มีการแชร์ข่าวที่ทำให้คนสับสน คือข่าวว่าไทยเอาหน้ากากที่รับบริจาคจากจีนไปขายให้สหรัฐฯ ทำให้ชาวโลกออนไลน์ในจีนโกรธมาก จนมีการต่อว่ากันต่าง ๆ นานา

เริ่มจากที่ไทยเราเริ่มมีการระบาดของเชื้อโควิด -19 กันเป็นวงกว้าง และทางการจีนก็ได้ช่วยส่งเวชภัณฑ์มาให้ไทย โดยทำกันอย่างเป็นทางการ ทั้งนี้ในเฟซบุ๊กของสถานเอกอัครราชทูตจีนได้แจ้งว่า ในวันที่ 23 มี.ค. 63 นี้ เวชภัณฑ์ที่รัฐบาลจีนบริจาคให้ประเทศไทยในการต่อสู้กับโรคโควิด – 19 ได้ส่งมาถึงท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิเรียบร้อยแล้ว เวชภัณฑ์ดังกล่าวได้แก่ ชุดตรวจหาเชื้อโควิด -19 หน้ากากอนามัยทางการแพทย์ หน้ากาก N 95 และชุดอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล เป็นต้น

จากการบริจาคเวชภัณฑ์ดังกล่าว กับในช่วงแรกที่ไทยมีการตีข่าวของการเตรียมส่งออกหน้ากากอนามัยกว่า 5ล้านกว่าชิ้นไปยังสหรัฐฯ ที่ศุลกากรไทยตรวจพบในตู้คอนเทนเนอร์ ทำให้คนไทยในตอนแรกก็ถึงไม่พอใจว่า ในประเทศไทยก็ขาดหน้ากากอยู่แล้ว ยังจะส่งออกไปอีก ทำได้อย่างไร



อีกทั้งในโลกออนไลน์จีนก็ได้แพร่ข่าวนี้ จนจับมารวมกับข่าวที่จีนส่งเวชภัณฑ์รวมถึงหน้ากากมาให้ไทยแล้ว กลับถูกนำมาส่งไปขายต่อยังสหรัฐฯ ทำให้โลกโซเชียลในจีนต่างโกรธและเดือดดาลกันเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นเว็บ Tik Tok หรือแม้แต่ @jeyq และ Thailandheadlines.com จนในที่สุดความจริงก็ปรากฎว่า หน้ากากที่ศุลกากรตรวจพบเตรียมส่งออกนั้นเป็นหน้ากากของบริษัทที่ได้รับอนุญาตจาก BOI ในการผลิตเพื่อการส่งออกเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม ก็ยังมีบางเว็บพูดอีกว่า แม้ไทยจะไม่เอาหน้ากากที่จีนบริจาคไปขายก็ตาม แต่ถ้าไทยจะมีหน้ากากมากจนสามารถนำไปส่งออกได้มากมายหลายล้านชิ้น ก็แสดงว่าไทยมีหน้ากากเพียงพอ จีนไม่เคยปฏิเสธในการช่วยเหลือทุกชาติแต่อย่ามาหลอกลวงน้ำใจจีนก็แล้วกัน

ในเวลาต่อมาเมื่อมีการเช็คข่าวกันอย่างจริงจังก็พบว่า เรื่องที่แชร์กันนั้นเป็นการเข้าใจผิด โดยในเว็บไซต์จีนก็ได้ออกมาขอโทษและให้ความกระจ่างชัดว่า ไม่ใช่ดังที่เข้าใจผิดกัน แต่ความเป็นจริงคือ เนื่องจากในช่วงหลายปีก่อนหน้าภายใต้การทำงานที่ประเทศไทยเป็นฐานการผลิตสินค้าเพื่อส่งออก OEM (Original Equipment Manufacturer) ค่อนข้างมาก ซึ่งหนึ่งในโครงการนั้นคือการผลิตหน้ากากอนามัยที่ไม่สามารถส่งขายในประเทศได้ และโครงการนี้ยังได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานส่งเสริมการลงทุน BOI ดังนั้นหน้ากากที่ตรวจพบเพื่อส่งออกนั้น เป็นการทำงานภายใต้นโยบายและกฎหมายที่ได้กำหนดไว้



นอกจากนี้ ยังได้แนบคำชี้แจงต่อกรณีสื่อออนไลน์ของจีนหลายสำนักที่รายงานต่อเรื่องนี้ของสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงปักกิ่งที่ต่อกรณี “ประเทศไทยขอรับความช่วยเหลือด้านเวชภัณฑ์จากจีน ในขณะเดียวกันกลับส่งออกหน้ากากไปยังสหรัฐฯ” โดยอธิบายชัดเจนดังนี้

เรื่องนี้สอนให้รู้ว่าจะแชร์อะไร จะด่าจะว่าอะไรก็ควรเช็คให้แน่ ให้ชัวร์ก่อน จะได้ไม่เกิดความเข้าใจผิดจนเสียหายและลุกลามใหญ่โต

ไทยจีนก็บ้านพี่เมืองน้อง เมื่อจีนประสบปัญหา ไทยก็รีบช่วยกันอย่างรีบด่วน เมื่อไทยเดือดร้อน จีนก็ไม่เคยเพิกเฉย ได้ให้ความช่วยเหลือทันทีเช่นกัน หนักนิดเบาหน่อยอภัยให้กัน ช่วย ๆ กันไป โลกจะได้น่าอยู่ขึ้น คนที่จะหวังประโยชน์ ฉวยโอกาสบนความทุกข์คนอื่นก็น่าที่จะละอายใจบ้าง.

-------------------------
คอลัมน์ : ฝ่ากำแพงเมืองจีน
โดย “อ.ดร.ศิริเพ็ชร ทฤษณาวดี”
คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 95