อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 5 มิถุนายน 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 5 มิถุนายน 2563

เวลาผ่านไปนานแค่ไหน หมายจับก็ยังคงอยู่

ใครไม่มีความรัก ไม่มีทางรู้ว่า ความรักอันงดงามที่หญิงสาวได้รับรู้ แม้จะกินเวลาแสนสั้น แต่ประสบการณ์เจ็บปวดนี้จะตราตรึงเธอไปชั่วชีวิต พุธที่ 1 เมษายน 2563 เวลา 10.00 น.


“ชีวิตนี้รักน้องที่สุดเลย” ชายหนุ่มกล่าวกับคนรัก พิงซบอก ในห้องเช่าราคาถูกไม่มีแอร์ คนรักปิดตา ชายหนุ่มลูบผมหญิงคนรักไปเบา ๆ

“ไม่ว่าอย่างไรก็จะไม่ทิ้ง” คำพูดเน้นเสียงหนักแน่นเพื่อบอกให้เธอมั่นใจ

“จริงนะ”

“จริงสิ”

เธอยิ้มออกมา แล้วกอดเขาแน่น ณ ตอนนั้นเขายืนยันด้วยชีวิตตัวเองได้ว่า เขาพูดด้วยความจริงเป็นสัจจะในใจ แต่ในเวลาต่อมา เขากับเธอกลับไม่ได้รักกันอีกต่อไป



ผ่านไปหลายปี เขาไม่มีใครเคียงกาย ภายใต้สภาวะเศรษฐกิจและสถานการณ์โควิด -19 ชายหนุ่มทำงานค้าขายในสภาพตกสะเก็ด บางคืนแห่งความเหงาอ้างว่าง ตัวเขากลับคิดถึงอดีตหญิงคนรักขึ้นมา

เพราะเขาชอบเธอ และกล้าไปคุยกับเธอ ในที่สุดก็พาเธอหนีออกจากบ้านตั้งแต่อายุน้อย เข้ากรุงเทพพระมหานคร ด้วยความตั้งใจจะช่วยกันทำงาน ชีวิตช่วงนั้นเป็นช่วงความสุขที่มีความจนเป็นพยานรัก คำพูดที่ว่ายามรักกันนั้น น้ำต้มผักที่ว่าขมก็ยังหวาน

เป็นเรื่องจริง!

หญิงคนรักไม่เคยแม้แต่จะบ่น เขากลับจากการทำงานก็จะพูดคุยใช้เวลาเริงรมย์กับเธอเสมอ บางคืนเธอขอให้เขาเล่าว่า ถ้ารวยมาจะทำอย่างไร
เขาจะวาดวิมานในอากาศ เล่าว่าแอร์เย็น ๆ ฉ่ำ ๆ จะทำให้เธอหนาวจนลืมไปเลยว่าประเทศไทยร้อน จะมีรถขับไม่ต้องทนมลพิษ จะมีเสื้อผ้ามากมาย จนเธอไม่มีวันใส่ผ้าซ้ำกันเด็ดขาด จะมีลูกได้เรียนโรงเรียนดี ๆ

“พี่จะซื้อทองใส่ให้เธอกลับบ้านไปไม่อายครอบครัว พี่จะไปขอขมาพ่อกับแม่เธอ แล้วจะให้เงินทำขวัญ สินสอดเอาจนพ่อเธอต้องยิ้มเพราะพี่จนได้”



หญิงสาวยิ้มอย่างเป็นสุขแม้เรื่องเล่าจะซ้ำไปซ้ำมาแค่ไหน แค่ได้คิดก็ทำให้ใจพองโตแล้ว แต่สุดท้ายวิมานอากาศนี้ก็ล่มสลาย

อยู่ดี ๆ เขาก็เปลี่ยนไป บอกเลิกกับเธอ เพราะไปมีใจให้หญิงอื่น ตอนนั้นเธอร้องไห้น้ำตาแทบเป็นสายเลือด เขาใจร้ายโหดเหี้ยมกับเธอมาก พาเธอปาดน้ำตาแล้วส่งขึ้นรถทัวร์กลับบ้าน เธอวิงวอนอ้อนวอนถามไถ่ว่าทำอะไรผิด ทำไมเขาถึงทำแบบนี้

“ก็ไม่ได้รักเธอแล้ว” เป็นคำตอบสั้น ๆ ที่เจ็บปวดเหลือเกิน ชายหนุ่มคิดผ่านไปหลายปี แท้จริงเขาไม่เคยลืมเธอได้เลย แม้จะมีหญิงคนใหม่ แต่เขากลับคิดถึงเธอ สุดท้ายหญิงคนอื่นก็เป็นคนอื่นสำหรับเขา ไม่มีใครมาหลายปีเพราะยังตราตรึงอยู่กับเธอคนเดียว

เขาอยากด่าตัวเองในอดีตมาก ทำไมถึงทำกับเธอแบบนั้น ตอนเธอขึ้นรถทัวร์ เขาให้แว่นตาดำกับเธอไปใส่เพื่อปิดบังตาแดง ๆ แต่ใครมองเห็นก็จะรู้ว่าคราบน้ำตาในใบหน้านั้นชอกช้ำน้อยกว่าใจเธอด้วยซ้ำไป



ความรักอันงดงามที่หญิงสาวได้รับรู้ กินเวลาแสนสั้น แต่ประสบการณ์เจ็บปวดนี้จะตราตรึงเธอไปชั่วชีวิต

รถกระบะขับเข้าด่านโควิด -19 ตำรวจกวักมือให้เบาลง พร้อมกับขอตรวจวัดอุณหภูมิ ไม่ถึงเกณฑ์ป่วยไข้ แต่ตำรวจขอบัตรประชาชนชายหนุ่มไปตรวจเช็ก เขาให้ไป ตำรวจเดินไปตรวจสอบ เช็กประวัติว่าเคยถูกกักกันหรือต้องถูกกักกันหรือไม่ กินเวลาไม่นาน ตำรวจเดินมาหาเขาเพิ่มกำลังมากขึ้น ชายหนุ่มแปลกใจ ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์บอกให้เขาลงจากรถ ก่อนจะเข้าประชิดแล้วคุมตัวทันที

 “เอ็งมีหมายจับ” ตำรวจนายหนึ่งบอก ก่อนเชิญตัวมาที่เต้นท์ เขาโชว์หมายจับที่พบในทะเบียนราษฎร์ ชายหนุ่มถึงกับแปลกใจ พรากผู้เยาว์ เขาไม่รู้มาก่อนว่ามีหมายจับในชีวิตเขามาก่อนเลย “เอ็งไปทำอะไรเด็กต่ำกว่า 15 ปีหรือเปล่า”

นั่นแหละความทรงจำถึงหญิงคนรักปรากฏขึ้น ตอนนั้นเธออายุเพียง 14 ปีเท่านั้นตอนพบรักกับเขา และเป็นเขานี่แหละพาเธอเข้ากรุงเทพพระมหานคร และก็เป็นเขานี่แหละถีบส่งเธอกลับบ้านพร้อมคราบน้ำตาและความร้าวราน



5 ปีผ่านไป หมายจับคงอยู่ และเขาไม่เคยรู้ตัวว่ามีคดีนี้ ตำรวจจับเขาถ่ายรูปลงไลน์รายงานนาย ก่อนประสานตำรวจท้องที่สภ.ต่างจังหวัดมารับตัว พวกเขารื้อค้นคดีสักพักจึงรับทราบ ชายหนุ่มรับรู้เรื่องราวจากตำรวจที่ด่าน หญิงสาวกลับไปหาพ่อแจ้งเรื่อง พ่อพาไปแจ้งความ ไม่ว่าจะรักหรือไม่รัก กฎหมายห้ามการคบหาสานสัมพันธ์กับเด็กต่ำกว่า 15 ปี

เขาทำผิดกฎหมาย 1คืนในห้องขัง ตำรวจสภ.มารับเขากลับไป กินเวลาอีก 1 วัน เขาจึงไปถึงห้องขังของสภ. ขณะถูกพาตัวออกจากห้องขังเพื่อไปส่งตัวต่อศาลในวันที่ 3...เขาก็สังเกตเห็น

กี่ปีจะผันผ่าน วันคืนจะแปรผันไปอย่างไร เธอก็ยังเหมือนเดิม ผิดแค่ว่าโตขึ้น ดวงตากร้าวแกร่งขึ้น หญิงสาวมองหน้าเขา สิ่งที่เขาตกใจคือเธอกำมือเด็กผู้ชายวัยเยาว์ไว้ข้าง ๆ เขาสบตาเธออีกครั้ง หญิงสาวมองหน้าเขาเรียบ ๆ ไม่พูดอันใด

จะเป็นไปได้ไหมว่าเด็กนั่นคือลูกเขา จะเป็นไปได้ไหมว่าเธอมีลูกกับคนอื่น เธอมีความรักครั้งใหม่อย่างรวดเร็ว เขาไม่มีทางทราบ รู้เพียงว่าตอนนี้อยากจะเอ่ยปากขอโทษต่อสิ่งที่ทำลงไปในอดีต มันเป็นความผิดของมนุษย์คนหนึ่งที่โง่เหลือเกิน

เขาอ้าปากเตรียมหล่นคำขอโทษต่ออดีตคนรัก

น่าเสียดายหัวใจเศร้า!

เธอไม่อยู่ตรงนั้นเสียแล้ว
................................
คอลัมน์ : หนอนโรงพัก
โดย "ณัฐกมล ไชยสุวรรณ"   

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 261