อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 3 มิถุนายน 2563

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 3 มิถุนายน 2563

ลุ้นกันไปมาตรการชุดที่ 3 ให้ใคร?ใครได้?แค่ไหน?

เชื่อได้ว่าหลายคนที่ได้ยินได้ฟังการแถลงข่าวมาตรการชุดที่ 3 ของรัฐบาล ที่ผ่านการเคาะ ผ่านการไฟเขียว มาจากที่ประชุมครม.นัดพิเศษ เมื่อวันศุกร์ สุดสัปดาห์ที่ผ่านมา คงงงเป็นไก่ตาแตก จันทร์ที่ 6 เมษายน 2563 เวลา 08.00 น.


ก็จะอะไรล่ะคะ แถลงกันมายาวนาน พูดกันมามากมายว่าจะดูแลคนโน้น ดูแลคนนี้ ดูแลให้ครบกลุ่ม ฟังไปฟังมา เอ๊ะ!!! ที่บอกว่า ดูแล ดูแล น่ะ แล้วมันคืออะไร?

เพราะเนื้อหาที่แถลง ที่ชี้แจง ออกมา ไม่สามารถจับใจความได้ว่า รัฐบาลจะทำอะไร?

เพียงแค่มาตรการชุดที่ 2 ที่ออกมาสารพัดมาตรการ เอาเข้าจริง ชาวบ้านชาวช่องรู้แค่ว่า บรรดาแรงงานที่ตกงาน ที่ได้รับผลกระทบจากเจ้าไวรัสโควิด-19 จะได้รับเงินเยียวยาคนละ 5,000 บาท เป็นเวลา 3 เดือน

แถมจนถึงป่านนี้ ยังไม่รู้หมู่รู้จ่า รู้แต่เพียงว่า…บรรดาผู้เดือดร้อนทั้งจริง ทั้งเก๊ แห่แหนกันเข้าไปลงทะเบียนขอสิทธิ์ กันมากมาย ทะลุไปกว่า 23.5 ล้านคน เข้าไปแล้ว



จ่ายเงินให้ 3 เดือน ๆ ละ 5,000 บาท รวมแล้วก็ตกคนละ 15,000 บาท ก็คูณกันเอาเองก็แล้วกันค่ะ ว่า เงินช่วยเหลือแบบให้เปล่าก้อนนี้จะกี่เหมื่น กี่แสนล้านบาท

ต่อให้รัฐบาลออกมาป่าวประกาศ ตัวเลขว่าจะดูแล เก็บตกให้ 9 ล้านคน จากทีแรกที่ประเมินไว้ 3 ล้านคน เพราะไม่คิดว่า สุดท้ายจะถูกประกันสังคมเทแรงงานตามมาตรา 39 และ 40 มาให้ด้วย

แต่สุดท้ายเอาจริง ๆ เถอะ การคัดกรองผู้ลงทะเบียนกว่า 23 ล้านคนน่ะ แม้การันตีความสามารถของระบบเอไอ ว่าคำนวณ ได้ดี ได้ถูกต้องแม่นยำ ก็ตามทีเถอะ

ถามหน่อย? รัฐบาลสามารถยอมทนเสียงบ่นเสียงสรรเสริญ จากบรรดา ผู้หาเช้ากินค่ำ ได้สักเท่าใด? ก็ทุกคนต่างเดือดร้อนเหมือนกันหมดนั่นแหล่ะ อันนี้ต้องย้ำว่าคนหาเช้ากินค่ำน่ะ เดือดร้อนกันสุด ๆ พวกมีเงินเดือน อยู่ภายใต้ระบบประกันสังคม ก็พอทน ก็ยังพอทู่ซี้ต่อไปได้บ้างสักระยะหนึ่ง

แต่ขณะเดียวกัน ถ้านายจ้างเขาเดือดร้อน จ้างต่อไม่ไหว ก็เหมือนกับเสียงเรียกร้องจากบรรดาผู้ประกอบการโรงแรมนั่นแหล่ะ ที่มีแรงงานที่เกี่ยวข้องไม่น้อยกว่า 2 ล้านคน กำลังจะตกงาน!!!
มารอบนี้!! แม้รัฐบาลจะพยายามสื่อสาร จะพยายามชี้ให้เห็นว่า เน้นช่วยเหลืออย่างครอบคลุมในทุกมิติ ภายในเวลา 6 เดือน เพื่อยันเศรษฐกิจไม่ให้ล้มหัวคะมำ



โดยขุนคลัง อย่าง “อุตตม สาวนายน” โพสต์เฟสบุ๊กส่วนตัว โดยย้ำว่า มาตรการชุดที่ 3 ได้เน้นใน 3 เรื่องหลัก ทั้งมาตรการเยียวยาประชาชน เยียวยาภาคธุรกิจ ในส่วนที่ยังขาด หรือตกหล่นไป ทั้งเกษตรกรที่ยังไม่ได้รับการดูแล ทั้งการดูแลกลุ่มผู้ประกอบการ แรงงาน อาชีพอิสระ ลูกจ้างชั่วคราว เช่น ลดภาระด้านสินเชื่อในส่วนของสถาบันการเงินที่ไม่ใช่ธนาคาร เป็นต้น

มาตรการดูแลโครงสร้างและกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ไม่ให้เศรษฐกิจหยุดชะงักใน 3-4 เดือนข้างหน้า โดยเฉพาะเศรษฐกิจฐานราก ที่แรงงานเดินทางกลับบ้าน ที่การทำมาหาเลี้ยงชีพต้องเปลี่ยนแปลงไป ด้วยการสร้างอาชีพ สร้างโอกาส สร้างทักษะใหม่ ๆ

มาตรการดูแลภาระด้านการเงินให้เอสเอ็มอี เพื่อให้มีสภาพคล่องเพียงพอ ด้วยการให้แบงก์ชาติสามารถนำเงินของแบงก์ชาติมาปล่อยกู้ดอกเบี้ยต่ำหรือซอฟท์โลน ให้โดยตรงกับเอสเอ็มอี และการเข้าไปซื้อตราสารหนี้เองได้เองเพื่อดูและตลาดตราสารหนี้ที่มีมากกว่า 3.5 ล้านล้านบาทในเวลานี้ไม่ให้ล้มครืนลงไป

ส่วนเรื่องเงินที่จะนำมาดูแลมาใชช้ในมาตรการทั้งชุดที่ 2 และชุดที่ 3 ก็มีอย่างน้อย 9-10% ของจีดีพี ณ เวลานี้ จีดีพีของไทยอยู่ที่ประมาณ 16.8 ล้านล้านบาท คิดวงเงินแค่ 10% ก็ตกประมาณ 1.68 ล้านล้านบาท



ว่ากันว่า…วงเงินที่เตรียมออกพ.ร.ก.กู้เงิน ตกอยู่ที่ประมาณ 8 แสนล้านบาท ถึง 1 ล้านล้านบาท และเป็นการกู้เงินภายในประเทศเป็นหลัก โดยเวลานี้ต้องไปเคลียร์ใจกับสำนักงบประมาณให้ชัดเจนก่อนว่าจะเรียกงบประมาณปี 63 กลับคืนมาได้สักเท่าไหร่?

ก็เอาเถอะค่ะ!!! จะเรียกเงินคืน จะกู้เงิน หรือจะอะไรก็ตามที แต่ขอให้ไว ขอให้ชัดเจนกันหน่อย เพราะความรุนแรงของไวรัสโควิด 19 กำลังมากขึ้นเรื่อย ๆ

ถ้ายังคลุมเครือ ถ้ายังออกแบบมาตรการ แบบชาวบ้านเข้าไม่ถึง โดยเฉพาะเรื่องเงินสินเชื่อพิเศษ ที่พอเอาเข้าจริง ก็ติดโน่นติดนี่ กู้ไม่ได้สะดวก อย่างที่ออกมาประกาศโครม ๆ

สุดท้าย!!! ความเชื่อมั่น ความไว้วางใจของประชาชนคนไทยจะมลายหายสิ้น!!
......................
คอลัมน์ : เศรษฐกิจจานร้อน
โดย “ช่อชมพู” 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 97