อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 5 มิถุนายน 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 5 มิถุนายน 2563

อุดหนุน "นมเกษตร" ช่วยเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม

‘โรงนมเกษตร’ ยังคงรับซื้อน้ำนมดิบจากเกษตรกรและแปรรูปน้ำนมเป็นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ เพื่อจำหน่ายให้แก่ผู้บริโภค ภายใต้สถานการณ์ปริมาณน้ำนมดิบที่ล้นเกินความต้องการบริโภค เราทำให้เกษตรกรส่วนหนึ่งยังคงสามารถจำหน่ายผลผลิตได้ในราคาที่เป็นธรรม จันทร์ที่ 13 เมษายน 2563 เวลา 10.00 น.


ผมนี่เป็นแฟน “นมเกษตร” ตั้งแต่สมัยที่ยังเรียนอยู่โรงเรียนสาธิตเกษตร นักเรียนทุกคนจะได้ดื่มนมเกษตรทุกวันเป็นเวลา 12 ปี บางคนติดใจซื้อกลับบ้านอีกต่างหาก จนมาถึงรุ่นลูกชาย เขาก็ยังได้ดื่มนมเกษตร ผมเคยเล่าให้ลูกชายฟังด้วยว่า พ่อเคยดื่มนมเกษตรตอนเป็นกล่องสามเหลี่ยม แล้วต้องใช้กรรไกรตัดตรงมุมให้เป็นรู แล้วใช้หลอดดูด เมื่อ 2 ปีก่อนผมและครอบครัวไปเดินในงานเกษตรแฟร์ เราได้เห็นแพ็คเกจใหม่ของนมเกษตรที่มีสีสันสดใสสวยงาม



ผมไม่ได้นึกถึง “นมเกษตร” อีกเลย จนกระทั่งได้อ่านบทความของ ผศ.รัชด ชมภูนิช รองอธิการบดี ฝ่ายพัฒนาเชิงยุทธศาสตร์และสื่อสารองค์กร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ในฐานะประธานกรรมการบริหารศูนย์ผลิตภัณฑ์นม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ที่ได้เขียนเกี่ยวกับ “นมเกษตร...เมื่อขาดทุน คือ กำไร”
 
นับจากวันที่ 25 มีนาคม 2563 มาจนถึงวานนี้ (2 เมษายน 2563) รวมเวลา 9 วัน ยอดการจำหน่าย ‘นมเกษตร’ ทุกรสชาติในราคา 5 บาท ทำให้เราสามารถจำหน่าย ‘นมเกษตร’ ออกไปได้รวม 260,728 ถุง ทั้งจากการจำหน่ายให้กับลูกค้าโดยตรงและจากการสนับสนุนบุคลากรทางการแพทย์ตามโรงพยาบาลต่าง ๆ ที่ต่อสู้กับ COVID-19 จากยอดปริมาณการจำหน่ายดังกล่าว ดูเหมือนเราจะประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากในการขาย แต่สิ่งที่หลายคนอาจจะยังไม่รู้ก็คือ...

1. เรายังมีสต๊อกของปริมาณนม ซึ่งเป็นผลกระทบจากการหยุดเรียนล่วงหน้าก่อนกำหนดประมาณ 3 สัปดาห์ อยู่ราว 756,000 ถุง และนั่นก็แปลว่า เรายังต้องพยายามขายให้ได้อีกประมาณ 500,000 ถุง
 
2. เรารับน้ำนมดิบจากเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมและสหกรณ์โคนม เฉลี่ยวันละ 7.5 ตัน ซึ่งจะสามารถแปรรูปเป็นนมถุงพาสเจอไรซ์ได้ราววันละ 36,000 ถุง หรือตกเดือนละ 1 ล้านถุงโดยประมาณ และภายใต้สถานการณ์วิกฤตเช่นนี้ เราจะขายหรือระบาย ‘นมเกษตร’ หรือ ‘นมของเกษตรกรของเรา’ ไปที่ไหนดี
 
3. ต้นทุนเฉลี่ยของการแปรรูปน้ำนมดิบ 1 ตัน อยู่ที่ 30,000 บาท (หรือประมาณ 6.25 บาท/ถุง) แต่รายได้เฉลี่ยที่เกิดจากการขายนมในราคา 5 บาท/ถุง คือ 24,000 บาท/ตัน ซึ่งนั่นก็หมายถึงว่า เรายังขาดทุนอยู่ที่ประมาณตันละ 6,000 บาท หรือเฉลี่ยขาดทุนอยู่ที่ 45,000 บาท/วัน


 
คำถามที่หลายคนคงสงสัยก็คือ ‘ขาดทุน’ แล้วทำไปทำไม?
 
เพราะพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่ ในหลวงรัชกาลที่ 9 ได้ทรงตรัสไว้ว่า ‘ขาดทุน คือ กำไร’ และนี่คือหนึ่งในหลักการทรงงานข้อสำคัญข้อหนึ่งของพระองค์ท่านที่พวกเรา ‘ชาวเกษตรศาสตร์’ ได้น้อมนำมาใช้ และนำมาเป็นคำตอบของคำถามที่ว่า ‘ขาดทุน’ แล้วจะทำไปทำไมกัน
 
เพราะ ‘อาชีพการเลี้ยงโคนม’ เป็นอาชีพพระราชทานจากในหลวงราชการที่ 9 และพระองค์ท่านทรงเป็นพระบิดาแห่งโคนมไทย ผู้ให้กำเนิดอาชีพการเลี้ยงโคนม
 
⦁ เพราะ ‘โรงนมเกษตร’ เป็นโรงนมแห่งแรกของประเทศไทยที่ผลิตนมพาสเจอไรซ์ โดยได้เริ่มเปิดดำเนินการอย่างเป็นทางการเมื่อ วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2506 และตลอดระยะเวลากว่า 57 ปีที่ผ่าน เครื่องจักรในโรงนมของเรายังคงทำงานกันทุกวันโดยไม่มีหยุด เพื่อผลิตนมคุณภาพดีออกจำหน่ายให้กับผู้บริโภค
 
⦁ เพราะ ‘ถ้าเกษตรไม่ทำ แล้วใครจะทำ?’ ซึ่งถือเป็นคำตอบและคำสั่งการของท่านรักษาการอธิการบดี (ดร.จงรัก วัชรินทร์รัตน์) เมื่อทราบถึงปัญหาที่เกิดขึ้น เสมือนการเปิดไฟเขียวให้เราสามารถทำการผลิตและจำหน่าย ‘นมเกษตร’ ในราคาขายที่เรียกกันว่า ‘ขาดทุนทุกถุง’ เพื่อช่วยเหลือและสนับสนุนเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม รวมถึงสหกรณ์โคนม ให้สามารถจำหน่ายน้ำนมดิบต่อไปได้ ตลอดจนผู้บริโภคสามารถเข้าถึงนมแปรรูปคุณภาพดีในราคาประหยัด เพื่อบรรเทาสภาพปัญหาทางเศรษฐกิจที่กำลังเกิดขึ้นในขณะนี้ได้ 
 
⦁ เพราะ ‘ถ้าเกษตรหยุดรับนม หยุดซื้อนม หยุดผลิตนม เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมจะเป็นอย่างไร? เกษตรกรและสหกรณ์จะเดือนร้อนไหม? ถ้าเราหยุดแล้วเขาเดือดร้อน เราก็ต้องทำต่อไป มหาวิทยาลัยเกษตศาสตร์ขาดทุนไม่เป็นไร เพราะถ้าเราทำแล้วเกษตรกรไม่เดือดร้อน สังคมโดยรวมได้ประโยชน์ เราต้องทำต่อ 
 
เพราะในหลวง ร.9 ทรงตรัสไว้แล้วว่า ขาดทุน คือ กำไร’ ซึ่งคำกล่าวของท่านรักษาการอธิการบดีประโยคนี้นี่เองน่าจะเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้เราได้รับอนุมัติให้เดินหน้าผลิตและจำหน่าย ‘นมเกษตร’ ในราคาถุงละ 5 บาท ต่อไปจนถึงวันที่ 12 เมษายน 2563

แล้ว ‘กำไร’ ของพวกเราอยู่ที่ไหน?

วันนี้ ‘โรงนมเกษตร’ ยังคงรับซื้อน้ำนมดิบจากเกษตรกรและแปรรูปน้ำนมเป็นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ เพื่อจำหน่ายให้แก่ผู้บริโภค ภายใต้สถานการณ์ปริมาณน้ำนมดิบที่ล้นเกินความต้องการบริโภค เราทำให้เกษตรกรส่วนหนึ่งยังคงสามารถจำหน่ายผลผลิตได้ในราคาที่เป็นธรรม และทำให้ครัวเรือนเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมเหล่านี้ยังคงเดินหน้าต่อไปได้ ตามพระราชปณิธานของในหลวงรัชกาลที่ 9 ผู้พระราชทานอาชีพการเลี้ยงโคนม 


 
นอกจากนี้ พนักงานของโรงนมเกษตรกว่า 60 ชีวิต ทุกคนต่างก็ยังคงมีงานทำและมีรายได้เพื่อเลี้ยงดูครอบครัวของตน เพราะหากโรงนมหยุดหรือลดการผลิตลง พนักงานกว่า 60 ชีวิตเหล่านี้ก็คงจะได้รับผลกระทบตามไปด้วย ยิ่งไปกว่านั้น จากการเร่งจำหน่ายและระบายผลผลิต ‘นมเกษตร’ ในช่วง 9 วันที่ผ่านมา เราได้เห็นและได้เรียนรู้ถึงคุณค่า (Value) ใหม่ ๆ ของ ‘นมเกษตร’ ในหลากหลายมิติ อาทิเช่น
 
1. การสนับสนุนให้ผู้บริโภคหันมาดื่มนมเพิ่มมากขึ้น ทำให้คนมีสุขภาพดี แข็งแรง พร้อมต่อสู้กับโรคร้าย
 
2. ‘นมเกษตร’ ถูกนำไปใช้เป็นสื่อกลาง เพื่อให้กำลังใจกับบุคลากรทางการแพทย์ที่กำลังต่อสู้กับการแพร่ระบาดของโรค COVID-19 โดยจะเห็นได้จากการที่มีลูกค้าสั่งซื้อ ‘นมเกษตร’ โดยให้จัดส่งไปยังโรงพยาบาลต่าง ๆ รวมถึงมีการมอบ ‘นมเกษตร’ ให้กับองค์กรการกุศลและสถานสงเคราะห์ต่าง ๆ ด้วย
 
3. เกิดการสร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างรายได้ ซึ่งมากับรูปแบบและบริการจัดส่ง ‘นมเกษตร’ ให้กับลูกค้าทั้งภายในและภายนอกมหาวิทยาลัย
 
4. เกิดการพัฒนาเครือข่ายทางด้านการตลาดและช่องทางการตลาดในรูปแบบใหม่ๆ ของ ‘นมเกษตร’
 
5. การได้มีโอกาสสื่อสารโดยตรงกับผู้บริโภค และแนะนำ ‘นมเกษตร’ ให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง

สิ่งต่าง ๆ ที่ได้กล่าวมาในข้างต้นเหล่านี้ ถือเป็นบางส่วนของ ‘กำไร’ ที่มีทั้ง ‘มูลค่า’ และ ‘คุณค่า’ ที่ ‘โรงนมเกษตร’ ได้รับจากการเกิดวิกฤต COVID-19 ในครั้งนี้ 
 
ผมมีโอกาสได้ส่งข้อความพูดคุยกับ ผศ.รัชด ชมภูนิช รองอธิการบดี ว่าคนทั่วไปจะช่วยสนับสนุน “นมเกษตร” ได้อย่างไรต่อไป ผศ.รัชด กล่าวว่าปัจจุบันผลิตภัณฑ์ของ ‘นมเกษตร’ มีด้วยกัน 6 รส คือ รสจืด รสหวาน รสช็อคโกแลต รสสตรอเบอร์รี่ รสกาแฟ และนมพร่องมันเนย

นอกจากนั้นยังมี ‘นมเปรี้ยว’ อีก 4 รสชาติ คือ รสส้ม รสลิ้นจี่ รสสับปะรด และรสมะนาว โดยช่วงนี้ เรามีโครงการ ‘นมเกษตร ช่วยเกษตรกร ช่วยชาติ ทุกรส 7 บาท ซื้อ 20 ถุง แถม 2 ถุง (โปรโมชั่นนี้จะมีถึงวันที่ 30 เมษายน 2563 เท่านั้น)


 
ท่านสามารถติดต่อซื้อนมเกษตรได้โดยตรงที่หน้าโรงงาน (ทางเจ้าหน้าที่ได้จัด Social Distancing เว้นระยะห่างสำหรับผู้ที่จะมาซื้อไว้ด้วย) หรือสั่งผ่านทาง Application: Lineman หรือ ท่านสามารถส่ง ‘นมเกษตร’ เพื่อสนับสนุนบุคลากรทางการแพทย์ในการต่อสู้กับโรค COVID-19 ตามโรงพยาบาลต่าง ๆ ได้ ภายใต้โครงการ ‘นมเกษตร เพื่อบุคลากรทางการแพทย์’ ซึ่งในขณะนี้ทางโรงนมได้มีการสนับสนุน ‘นมเกษตร’ เฉลี่ยวันละ 4,000 ถุง ให้กับโรงพยาบาลต่าง ๆ รวม 8 แห่งด้วย 
 
ตอนนี้ผมเห็นหลาย ๆ คนอยู่บ้านเหมือนกับผม น่าจะดีถ้าเรานัดกับเพื่อนบ้าน แล้วสั่งมาเป็นล็อตแล้วแบ่งกันครับ ถ้าท่านไหนสนใจอยากสั่งซื้อนมเกษตร ติดต่อผ่านทาง Facebook: นมเกษตร หรือที่ โทร. 02-579-9594 และ 02-942-8515 ได้เลยครับ
..............................
คอลัมน์ : ก้อนเมฆเล่าเรื่อง
โดย “น้าเมฆ”
หนังสือเด็กก้อนเมฆ


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 227