อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 5 มิถุนายน 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 5 มิถุนายน 2563

เสียงปรบมือดังก้อง กำลังใจจากเพื่อนมนุษย์

สิบตำรวจโทขี่จยย.ออกจากจากอพาร์ทเมนท์เพื่อไปทำงาน ระหว่างขี่มาปากซอย เห็นหญิงสาวใส่ชุดพยาบาลกำลังเดินมา สภาพอิดโรย เขาขี่ผ่านไป แต่ก็แอบหันมามองเธอด้วยความแปลกใจ พุธที่ 15 เมษายน 2563 เวลา 10.00 น.


ท่ามกลางสภาวะโควิด-19 ระบาดหนัก มีการประกาศเคอร์ฟิว สิบตำรวจโทยังคงทำงานเหมือนเดิม เขาไปเข้าเวรทำหน้าที่ตำรวจรับแจ้งเหตุ ช่วงเวลาเคอร์ฟิว อาจจะเงียบ แต่ตำรวจก็ยังคงทำหน้าที่ตามปกติ แม้เหตุอาชญากรรมจะเงียบเหงาไปบ้าง แต่ก็เป็นความเงียบเหงาดั่งเดินเข้าไปในป่าช้ายามค่ำคืน

เขาออกเวรมาตอนเกือบรุ่งเช้า หมดเวลาเคอร์ฟิวแล้ว ชีวิตมนุษย์เริ่มทำงาน รถราแม้จะน้อย แต่ก็ยังเห็นคนเดินออกมาทำงาน ทุกคนใส่ผ้าปิดปาก บีบเจลล้างมือกันเป็นปกติ ยืนห่างกัน แววตาอ่อนแรงแฝงความหวั่นเกรง นี่คือสภาวะที่คนทั้งโลกเผชิญพบเจอ ภัยแห่งโรคระบาด

เขาเห็นหญิงสาวเดินออกจากอพาร์ทเมนท์ ขณะที่ดวงตาเธออ่อนแรง ตาสบตา ตำรวจหนุ่มลงจากรถ อยากจะพูดอะไรสักอย่าง แต่ไม่มีคำพูดใด

ทั้งสองเดินผ่านไป



เวลาเดินอย่างแช่มช้า ตื่นนอน อยู่ในห้องไม่ได้ไปไหน เมื่อไม่ได้ทำงานเข้าเวร ตำรวจก็คือราษฎร เปลืองเวลาไปกับการอ่านหนังสือ หวังว่าหากมีการสอบก็จะได้เป็นนายตำรวจสัญญาบัตร แต่ก็จบลงที่ดูซีรีย์ในเน็ทฟลิกทุกคราวไป



ใกล้จะสี่ทุ่มแล้ว ได้เวลาออกไปทำงาน เขาขี่จยย.ออกจากอพาร์ทเมนท์อีกครั้ง หญิงสาวใส่ชุดพยาบาลเดินทางกลับเข้ามา สภาพอิดโรย

ทั้งสองสบตากันอีกครั้ง

ไม่มีคำพูดใด ๆ ออกมา

ต่างคนต่างแยกย้าย

เช้าตรู่ ตำรวจหนุ่มออกเวร ขี่จยย.กลับมาที่พัก หญิงสาวใส่ชุดพยาบาลออกไปทำงาน

เป็นเขาเองที่ควรเอ่ยปากออกไปก่อน



“ผมไปส่งไหมครับ”

เธอมองสบตาเขา ภายใต้ผ้าปิดปาก ไม่เห็นริมฝีปากจะว่าอย่างไร กินเวลาความเงียบสักพัก เธอจึงตอบว่า “ไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวเดินออกไปเองได้”

“ให้ผมไปส่งดีกว่าไหมครับ”

เธอยืนฉงน

“ให้ตำรวจได้ดูแลประชาชนครับ”

คราวนี้เธอยิ้ม แม้ไม่เห็นปาก ก็รู้ว่าเธอยิ้ม เขาไปส่งเธอถึงปากซอย เธอขอบคุณ ตำรวจหนุ่มกลับที่พัก ขึ้นไปนอน น่าแปลกที่หัวใจเต้นแรงไม่รู้ตัวเป็นเพราะอะไรไม่ทราบ เขาฉงนนึกสงสัย อย่างว่าแหละหนุ่มน้อย เจ้าเยาว์นัก เยาว์เกินไปที่จะไม่รู้ว่าหัวใจกำลังเบิกบาน

แต่จะช้าหรือเร็ว เจ้าก็จะรู้จักมัน ความรัก...

วันนั้นขณะที่เขากำลังจะไปทำงาน เธอกลับมา ทั้งสองสบตากัน เธอยื่นขนมให้เขาเป็นการขอบคุณ จากนั้นตามมาด้วยการถามข่าวคราวเรื่องราว รู้จักชื่อกัน

เขาไปทำงานเพื่อที่จะแช่งให้เวลาเดินไวกว่านี้ ตอนเช้าจะได้เจอเธออีกครั้ง จะได้ไปส่ง

ทำแบบนั้นอยู่ 2 วัน ก็มีคนคิดแคมเปญขอบคุณบุคลากรทางแพทย์ที่ต่อสู้กับโควิด-19 ไม่ใช่แค่ในประเทศไทย แต่เป็นทั่วทั้งโลก ทุกคนอยากให้ออกมาปรบมือที่ห้องที่ระเบียง ตอนทุ่ม ของใครของมัน ไม่ต้องรวมตัวให้โรคมันได้ระบาดวุ่นวาย



เมื่อถึงเวลาทุ่ม เสียงปรบมือก็ดังขึ้น ในเฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์มีคนโพสท์ ทำกันในที่บ้าน ที่พัก ไม่ได้ออกมารวมตัว ต่างคนต่างทำ ที่พักของตำรวจหนุ่ม เขาได้ยินเสียงปรบมือดังออกมา  มีคนให้กำลังใจ

“แม้จะเป็นแค่เสียงปรบมือ แต่มันมากกว่าเสียงปรบมือ มันคือกำลังใจจากเพื่อนมนุษย์ ถึงเพื่อนมนุษย์” ตำรวจหนุ่มอ่านข้อความในเฟซบุ๊กจากนักข่าวสักคน

แล้วเขาก็เริ่มปรบมือ ปรบดังกังวาน จากนั้นอพาร์ทเมนท์ก็เต็มไปด้วยเสียงปรบมือ



หญิงสาวในชุดพยาบาลที่พึ่งกลับจากการทำงาน เดินเข้ามาในตึก ขณะที่เสียงปรบมือดังก้อง เธอเป็นเพียงคนเดียวที่ไม่ได้ปรบมือ แต่เธอยิ้มอย่างมีความสุข หล่นน้ำตาแห่งความดีใจ อย่างน้อยเพื่อนมนุษย์ก็ไม่ทิ้งกัน

เธอสบตาเห็นสิบตำรวจโทมองลงมา เสียงปรบมือยังดังก้อง และหัวใจเบิกบานอย่างถึงที่สุด

เธอยิ้มออกมา ไม่ใช่ให้เขาเพียงคนเดียว แต่ให้คนทั้งโลก

เพราะมนุษย์ไม่ทิ้งกัน

หนอนโรงพักขอเป็นกำลังใจให้บุคลากรทางแพทย์ ผู้ยืนหยัดป้องกันโรคระบาดทุกท่านทุกคน
................................
คอลัมน์ : หนอนโรงพัก
โดย "ณัฐกมล ไชยสุวรรณ"
ขอบคุณภาพประกอบจาก : Pixabay

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 208