อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 5 มิถุนายน 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 5 มิถุนายน 2563

สตรีและสตางค์ คือ..ศัตรูของพระภิกษุ??

''สตรี''ภิกษุอย่าพึงเข้าใกล้  หากจำเป็นเป็นต้องเข้าใกล้ อย่าคุย ส่วน''เงิน'' มันก็เหมือนอสรพิษ ทำร้ายผู้ประพฤติพรหมจรรย์ได้ตลอด พุธที่ 15 เมษายน 2563 เวลา 11.00 น.


ช่วงนี้ไม่ว่าจะเป็นฆราวาสหรือพระสงฆ์ต้องนำสมบัติเก่า มาใช้กันถ้วนหน้า ในแวดวงคณะสงฆ์มีสื่อหลายสำนักเสนอให้มหาเถรสมาคมนำเงินกรุที่เก็บมาจากคณะสงฆ์เอามาใช้บ้างในยามฉุกเฉินเกิดภัยพิบัติโดยเฉพาะ กองทุนวัดช่วยวัด

ผมเคยบอกหลายครั้งแล้วว่า เงินส่วนรวม ของคณะสงฆ์มีหลายกรุ
กรุแรกที่พระสงฆ์ พระสังฆาธิการ ถามหากันอยู่ตอนนี้ คือ กองทุนวัดช่วยวัด
มีกรรมการมหาเถรสมาคม 2 รูป เป็นคนดูแล
ทุกต้นปีเดือนมกราคม นิตยภัตหรือเงินเดือนของพระสังฆาธิการจะถูกตัดเงินเข้ากองทุนนี้



กองทุนนี้เริ่มมาตั้งแต่ก่อนปี 2545  สมัยยุคสมเด็จพระสังฆราชองค์ก่อน
กองทุนนี้เปลี่ยนผู้กุมบัญชีมาแล้วหลายรูป
กองทุนนี้ว่ากันว่า..มีเงินอยู่เลย หนึ่งร้อยล้านบาท

ผมเปิดดูมติมหาเถรสมาคม..ปัจจุบันผู้มีอำนาจเบิกจ่าย คือ
พระวิสุทธิวงศาจารย์ วัดปากน้ำ ในฐานะประธานกรรมการ  และสมเด็จพระมหาวีรวงศ์ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ในฐานะรองประธานกรรมการ...และมีอีกคนคือ ผอ.สำนักงานพุทธศาสนาแห่งชาติ..”

พระสงฆ์เมืองไทย..มีศัตรูอยู่ 2 ประเภท..ที่ทำให้เสีย “ความเป็นพระ”  คือ
หนึ่ง สตรี  สอง สตางค์
พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ตรัสว่า  สตรีภิกษุอย่าพึงเข้าใกล้  หากจำเป็นเป็นต้องเข้าใกล้ อย่าคุย หากจำเป็นต้องคุย ต้องตั้งสติ คุมสติเอาไว้ให้ดี

ส่วนเงิน..มันก็เหมือนอสรพิษ ทำร้ายผู้ประพฤติพรหมจรรย์ได้ตลอด



แต่แปลก พระสงฆ์ในบ้านเรา เมืองเรา หลายรูป ปฎิบัติตรงกันข้าม..ชอบสะสมเงิน ชอบเก็บเงิน ชอบปั่นเงิน ชอบแปลงเงิน ให้เป็นทรัพย์สิน

ที่แปลกยิ่งกว่า..ถูกสตรีเอาใจหน่อย ลุ่มหลง เชื่อไปหมด ใครเตือนอะไรก็ไม่เชื่อฟัง ซ้ำบางรูปเอาสตรีมาจุ้นจ้านภายในวัด จุ้นจ้านเงินที่เป็นของส่วนรวมแบบนี้ก็มีข่าวออกมาบ่อย ๆ

โชคดีของพระสงฆ์บ้านเรา..คือ ไร้คนตรวจสอบ ไร้คนตักเตือน และไร้คนกระตุกจีวร เพราะ “กลัวบาป”

ความจริง..พระภิกษุสงฆ์ ก็แค่ปุถุชนคนหนึ่งที่เข้ามาบวช..เพื่อแสวงหนทางแห่งความหลุดพ้น

เข้ามาบวช เพื่อลด ละ เลิก ไฟคือราคะ โทสะ และโมหะ



หากประพฤติผิดจากสิ่งที่กล่าวมาข้างต้น..หมายความว่า..บวชแต่กาย ใจยังไม่บวช ชาวพุทธต้องหมั่นตรวจสอบดูแลบ้าง หมดยุค ชั่วช่างชี ดีช่างสงฆ์

บางเรื่อง บางอย่าง หากพระคุณเจ้าทำอะไร โดยไม่คำนึงถึง ความเป็นพระสงฆ์ เป้าหมายของการบวช และเพื่อพระพุทธศาสนา

ฆราวาสอย่างพวกผมในฐานะพุทธบริษัทที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าฝากฝั่งพุทธศาสนาเอาไว้ ในฐานะผู้มีหน้าที่อุปถัมภ์ค้ำจุนพระสงฆ์  คงต้อง กระตุกจีวร บ้าง เพื่อดึง สติ กลับคืนมา
.................................
คอลัมน์ : ริ้วผ้าเหลือง
โดย “เปรียญ10” : riwpaalueng@gmail.com. 
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 226