อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 5 มิถุนายน 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 5 มิถุนายน 2563

เตือนกักตุนผิดชีวิตเปลี่ยน ไตพังแถมโรคถามหา!

สัปดาห์นี้ขอเตือนอันตรายจากการ "กักตุนอาหาร" ที่หากเลือกทานไม่ถูกต้อง ยิ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคไตและโรคเรื้อรังอย่างคาดไม่ถึง! เสาร์ที่ 18 เมษายน 2563 เวลา 12.00 น.


ในช่วงสถานการณ์ที่มีการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ช่วงเวลาเคอร์ฟิวส์ รวมไปถึงการต้องกักตัวอยู่ที่บ้าน และมาตรการต่างๆเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธ์ใหม่2019 หรือโควิดข19 ซึ่งหนึ่งในมาตการเหล่านั้น ก็รวมไปถึงร้านค้า ร้านอาหาร ตลาดสดและซุปเปอร์มาร์เก็ตต่างๆ

ซึ่งมาตรการเหล่านี้เอง ก็อาจจะทำให้เกิดความไม่สะดวกในการเดินทาง ที่หากจะออกไปซื้อหาอาหารมารับประทานได้ไม่คล่องตัวนัก จะเลือกซื้ออะไรทีก็ต้องเป็นอาหารที่เก็บไว้ได้นาน เพราะฉะนั้น "อาหารที่กักตุน" ส่วนใหญ่คงจะหนีไม่พ้นอาหารยอดฮิตอย่าง บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปและปลากระป๋อง ผักกาดดอง โจ๊กซอง และอาหารสำเร็จแช่เเข็งต่างๆ 



แต่ "การกักตุนอาหารมากเกินพอดี" โดยเฉพาะกลุ่มอาหารไฮโซเดียม ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความเสี่ยงต่อความดันโลหิตสูงเช่นนี้ย่อมส่งผลถึงการทำงานของ "ไต" โดยทางด้าน ผศ.ดร.เอกราช บำรุงพืชน์ ประธานชมรมโภชนวิทยามหิดล ได้ให้ข้อมูลเอาไว้ว่า โดยปกติแล้ว ปริมาณโซเดียมในบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป 1 ซอง อยู่ที่ ~ 1,500  มก. แถมส่วนใหญ่ก็มักจะใส่กับปลากระป๋องลงไปอีก 1 ป๋อง เสริมโซเดียม เข้าไปอีก ~  600 มก. สิริรวมมื้อนี้ รับโซเดียมไปถึง 2,100 มก. เกินโควต้า ที่วันหนึ่งแนะนำไม่ให้กินเกิน 2,000  มก. นี่แค่มื้อเดียวก็เกินลิมิตกันไปแล้ว  

โดย "อาหารที่กักตุน" ควรเลือกอาหารที่ไม่เสี่ยงให้ความดันขึ้นหรือไตทำงานหนัก จากการกินอาหารโซเดียมสูง พลังงานสูง และไม่ค่อยได้เคลื่อนไหวร่างกายไปไหน มิเช่นนั้นจะเกิดอาการตัวบวม น้ำหนักขึ้นไขมันสูง ความดันเพิ่ม ซึ่งในช่วงกักตัวเช่นนี้ ลองเปลี่ยนเป็นหมวดคาร์โบไฮเดรต เป็นวุ้นเส้น ก๋วยเตี๋ยวแห้ง ข้าวกล้อง ข้าวไรซ์เบอร์รี่ หมวดโปรตีน อย่างเนื้อปลาสด(แล่เป็นชิ้นแช่แข็งไว้) ไข่ไก่ ถั่ว ธัญพืชต่างๆ เต้าหู้ถั่วเหลือง ถ้าเป็นทูน่ากระป๋อง ก็เลือกแบบเเช่ในน้ำแร่ 



ส่วนหมวดไขมัน เลือกน้ำมันมะกอก น้ำมันรำข้าว หมวดผักผลไม้ที่ไม่ควรขาดเป็นอย่างยิ่ง ก็ควรเลือกผักผลไม้ที่เก็บได้ทน เช่น บล็อคโคลี่ กระหล่ำปลี กระหล่ำดอก แครอท ไชเท้า คะน้า (อาจเอาผักมาทำความสะอาดและหั่นใส่ถุงเป็นแพ็คๆ เเช่เเข็งไว้พร้อมออกมาปรุงประกอบสะดวกทุกมื้อ) ผลไม้ก็พวก แอปเปิ้ล กล้วย (ใส่ถุงปิดสนิท แช่ตู้เย็น) อโวกาโด ฯลฯ

อย่างไรก็ตาม "การกักตุนอาหาร" ควรเก็บไว้ให้กินได้สัก 7-10 วัน แล้วค่อยออกไปซื้อมาเก็บใหม่อีกครั้ง มิต้องตุนแต่บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป อาหารแช่แข็งหรือปลากระป๋องกันมากมาย เพราะคุณจะได้รับแต่แป้ง พลังงานและโซเดียมสูง ไม่มีใยอาหาร แถมแทนที่จะรอดพ้นจากโควิด-19 ก็อาจจะต้องกลับมากังวลกับการหวุดหวิดเป็นโรคเรื้อรังแทนก็เป็นได้...

......................................
คอลัมน์ : Healthy Clean
โดย “พรรณรวี พิศาภาคย์”
คลิกติดตามอ่านการดูแลสุขภาพได้ทั้งหมดที่นี่

 

 
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    76%
  • ไม่เห็นด้วย
    24%

บอกต่อ : 227