อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 5 มิถุนายน 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 5 มิถุนายน 2563

จิตอาสาด้านอาหาร เพื่อคนตกงานและคนยากไร้

เรื่องปากท้องเป็นเรื่องสำคัญ ผมเห็นหลายคนในสังคมที่มีจิตเมตตา มีจิตอาสา ทั้งที่ทำเป็นส่วนบุคคลและรวมตัวกันเป็นกลุ่ม ช่วยกันจัดหาอาหารให้กับคนที่ตกงานและคนยากไร้ จันทร์ที่ 20 เมษายน 2563 เวลา 10.00 น.


ภรรยาผมอยู่บ้าน ทำงานที่บ้านเช่นเดียวกับผม แต่เธอเจียดเวลามาทำหน้ากากป้องกันใบหน้า หรือ Face Shield เพื่อนำไปบริจาคตามโรงพยาบาลเหมือนที่หลาย ๆ คนได้ทำกัน เธอทำเสร็จและส่งไป 2 ชุดแล้ว แถมใส่พวกอาหารแห้งที่เปิดกินง่ายไปในกล่องด้วย เผื่อคุณหมอและบุคลากรทางการแพทย์จะได้รับประทานได้สะดวกขึ้น
 
ส่วนผมเอง ตามปกติผมต้องเขียนแนะนำถึงร้านอาหารทุก ๆ เดือน แต่ในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด19 แบบนี้ เขียนแนะนำร้านอาหารไปก็ไม่มีประโยชน์ เพราะร้านปิด คนอ่านก็ไปรับประทานไม่ได้อยู่ดี แม้บางร้านจะปรับตัวเร็วเปลี่ยนเมนูทำขายแบบจัดส่งถึงบ้าน แต่ผมว่ายังมีคนที่ชอบรับประทานอาหารที่จัดใส่จานสวย ๆ ปรุงเสร็จแล้วได้รับประทานทันที และสัมผัสบรรยากาศดี ๆ ในร้าน…นั่นคือ กลุ่มลูกค้าที่พอมีกำลังทรัพย์ แต่ถ้าดูข่าวเหตุการณ์บ้านเมืองช่วงนี้ คนหยุดงานอยู่บ้าน คนถูกเลิกจ้าง บางร้านบางบริษัทปิดกิจการชั่วคราว คนที่หาเช้ากินค่ำ รายได้พวกเขาหายไปเลย เงินเก็บก็ไม่มี แล้วพวกเขาจะเอาอะไรกิน…
 
เรื่องปากท้องเป็นเรื่องสำคัญ ผมเห็นหลายคนในสังคมที่มีจิตเมตตา มีจิตอาสา ทั้งที่ทำเป็นส่วนบุคคลและรวมตัวกันเป็นกลุ่ม ช่วยกันจัดหาอาหารให้กับคนที่ตกงานและคนยากไร้ ผมจึงอยากเผยแพร่เพื่อขอบคุณถึงสิ่งที่พวกท่านได้ช่วยเหลือสังคม และเป็นการประชาสัมพันธ์เพื่อช่วยต่อยอดความคิดนี้ให้กระจายไปหลาย ๆ ที่ เป็นการเกื้อกูลกันระหว่างคนที่พอมีเพื่อช่วยเหลือคนที่ไม่มี


 
ส่วนใหญ่ที่ผ่านตาผมก็มักจะอยู่ในกรุงเทพฯ เช่น กลุ่ม “จิตอาสาตามรอยเท้าพ่อ” ผมไม่เห็นเพจเป็นทางการ แต่ได้เห็นผ่านคนที่เป็นเพื่อนในเฟซบุ๊ก ใช้ hashtag ว่า #จิตอาสาตามรอยเท้าพ่อ เป็นการรวมตัวของกลุ่มคนที่ช่วยกันทำอาหาร เตรียมอาหารแห้ง และได้รับการสนับสนุนจากร้านอาหาร แล้วน้ำและอาหาร รวมถึงหน้ากากอนามัย ไปแจกให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตโควิด-19 ไม่ว่าจะเป็นคนไร้บ้านหรือคนที่ตกงาน ทั้งผู้ให้และผู้รับต่างป้องกันตัวเองโดยใส่หน้ากาก เว้นระยะห่างในขณะที่ทำการแจกจ่ายอาหาร ขณะนี้ได้ไปแจกอาหารตามที่ต่าง ๆ แล้ว 3 ครั้ง


 
โครงการ “ปันอิ่ม” เป็นโครงการที่คนอยากจะส่งต่ออาหารให้กับคนที่ลำบาก แต่อาจจะไม่มีเวลาหรือไม่สะดวกที่จะออกไปแจกอาหารเอง โครงการนี้จะเป็นตัวกลางที่จะรวบรวมเงินและติดต่อร้านอาหารที่ร่วมโครงการ หลังจากนั้นจะกระจายความอิ่มให้กับคนที่ต้องการ ผมดูวิธีการแล้วได้ถึงสองต่อ เพราะร้านอาหารเองก็อยู่รอดเพราะมีรายได้จากโครงการที่มาสั่งอาหาร คนที่ลำบากแถว ๆ ร้านก็มารับอาหารไปรับประทานได้ (ที่มีคนออกเงินให้แล้ว) ถือว่าเป็นการระดมทุนแบบ local crowdfunding ที่น่าสนใจครับ สามารถเข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.facebook.com/pg/pannimm
 
โครงการที่ดีคล้าย ๆ กัน ชื่อ “โรงทาน Delivery” เป็นการระดมทุน ติดต่อร้านอาหาร และนำอาหารไปส่งให้ถึงที่ แต่กลุ่มเป้าหมายอาจจะต่างกันนิดหนึ่งครับ เพราะเริ่มต้นมุ่งเน้นที่แบ่งเบาภาระเรื่องปากท้องให้กับทีมแพทย์ พยาบาล เจ้าหน้าที่ ในโรงพยาบาลต่าง ๆ รวมถึงมูลนิธิที่ดูแลเด็กและคนชรา ตอนนี้จัดอาหารไปแล้ว 1,500 ชุด ส่งไปยัง 18 องค์กร

ตอนนี้ขยายไปยังผู้ได้รับผลกระทบ คนไร้บ้านแถวคลองหลอด (พอไม่มีเงินจ่ายค่าเช่าบ้าน ต้องมานอนข้างถนน) วันที่ 25 เมษายนโครงการนี้จะไปที่ชุมชนคลองเตย จัดผ่านวัดสะพาน จะไปมอบอาหาร ยากันยุง ให้ความรู้และแจกอุปกรณ์ป้องกันโรค ใครที่สนใจอยากจะช่วยสนับสนุน ลองเข้าไปดูได้ที่ โรงทาน Delivery

 
โครงการล้ำๆ ที่ชื่อว่า “แบ่งปัน” อันนี้ใช้เทคโนโลยีมาช่วยเชื่อมโยง “ผู้แบ่งปัน” และ “ผู้รับปัน” ที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตโควิด-19 โดยใช้ LINE Application ในการกระจายข่าวการแบ่งปันอาหาร โดยผู้แบ่งปันจะให้ข้อมูลเมนูอาหาร จำนวน สถานที่ และเวลาการแจก

ส่วนผู้รับปันสามารถค้นหาจุดรับอาหาร โดยแจ้งตำแหน่งที่อยู่กับแชทบอท เพื่อช่วยกันค้นหาจุดรับอาหารที่ใกล้เคียง นอกจากนี้ ยังมี “ผู้บอกต่อ” แชร์พิกัดจุดรับอาหารและช่วยกระจายข่าวการแบ่งปันอาหารให้ผู้รับปันได้ทราบ สามารถเข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.facebook.com/bangpunnsociety
 
ผมมีเพื่อนในเฟซบุ๊กเป็นเจ้าของร้านอาหารหรือไม่ก็เชฟหลายคน แต่มีภาพที่เด้งขึ้นมาทำให้ผมประทับใจมากคือ ร้านคอหมูพระราม 5 แจกข้าวกล่อง (แถมมีน้ำพริก น้ำจิ้ม ผักสด) ให้กับคนที่ถูกเลิกจ้าง พักงาน ขาดรายได้ ให้โดยไม่มีข้อแม้ ไม่ต้องยืนยันตัวตนอะไรทั้งนั้น ขอแค่คำขอบคุณสั้น ๆ เพื่อเป็นกำลังใจให้กับทีมงานก็พอแล้ว

ผมจำได้ว่าร้านนี้ เพื่อนผมเคยพาไปกิน “นมย่าง” เป็นเมนูที่ผมไม่เคยกินมาก่อน วันนั้นผมติดใจสั่งไปหลายจาน พอเจ้าของร้านมีโครงการนี้ ให้ตายเถอะ..ยอมรับว่าได้ใจผมจริง ๆ ครับ ผมนัดเพื่อนที่เคยชวนทันที หมดโควิด-19 เมื่อไหร่เจอกัน ใครอยู่แถวพระราม 5 เข้าไปดูรายละเอียดได้ที่ https://www.facebook.com/kawmoorama5

 
จากกรุงเทพฯ ขอขึ้นไปที่เชียงราย เพจ “นายแพทย์ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์” คุณหมอประเสริฐมักจะให้คำแนะนำในการเลี้ยงดูบุตรหลาน แนะนำกิจกรรมและหนังสือนิทานให้กับคุณพ่อคุณแม่ เพื่อนำไปใช้กับลูก ๆ ตอนนี้คุณหมออยู่ที่จังหวัดเชียงราย สิ่งที่คุณหมอจะทุกวันก็คือ จัดอาหาร 50 ชุดให้กับคนที่ตกงาน เริ่มแจกเวลา 9 โมงเช้าที่หน้าประตู 2 สนามกีฬากลางเชียงราย

คุณหมอเล่าว่า มีคนมารอตั้งแต่ 8 โมงครึ่ง ตั้งแถวยาว เว้นระยะห่างหนึ่งช่วงแขน พอเริ่มแจกก็หมดภายในครึ่งชั่วโมง บางคนหยิบไปเผื่อคนที่บ้าน ซึ่งอาจจะทำให้คนอื่นไม่พอใจ แต่คุณหมอบอกว่าที่บ้านเขาอาจจะมีหลายคน ช่วงนี้ต้องเข้าใจกันและช่วยเหลือเกื้อกูลกัน เริ่มต้นจากคุณหมอ ต่อมามีคนอื่นนำอาหารมาวางมอบให้กับผู้ตกงานเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ https://www.facebook.com/prasertpp
 
นี่เป็นแค่ส่วนหนึ่งที่ผ่านตาเข้ามาในแวดวงที่ผมพอจะได้เห็น ผมเชื่อว่ายังมีคนดี ๆ โครงการดี ๆ ในสังคมอีกมากมายในทุกจังหวัดที่พอมีกำลังช่วยเหลือคนที่ลำบากกว่าเราได้ วันนี้จึงขอนำเสนอเฉพาะประเด็นอาหารเพียงเรื่องเดียวก่อนครับ อย่างที่บอกไป เรื่องกินเรื่องใหญ่ งานไม่มี เงินไม่มีไม่เป็นไร ขอให้มีอาหารและกำลังใจ เพื่อทำให้พวกเขามีแรงที่จะสู้ต่อไปได้หลังจากหมดวิกฤต โควิด-19
..............................
คอลัมน์ : ก้อนเมฆเล่าเรื่อง
โดย “น้าเมฆ”
หนังสือเด็กก้อนเมฆ


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 198