อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 5 มิถุนายน 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 5 มิถุนายน 2563

เปิดใจรักครั้งใหม่อย่างเรียบง่ายแต่ลงตัว

บทเรียนจากความรัก ที่ไม่ใช่ความรักแต่เป็นการครอบครอง เพราะอยากเคียงคู่ไม่ยอมแยกห่าง นำไปสู่การหึงไม่พอใจ ยามหญิงสาวจะไปไหน แม้รักกันแต่ก็ต้องมีที่ว่างแบ่งไว้คอย กวีผู้เป็นแรงบันดาลใจให้ แต่งเพลงบอกไว้ แต่ชายหนุ่มก้าวข้าม ไม่ต้องการให้มี ทุกอย่างต้องเคียงชิดใกล้ ไม่มีวันแยกไปไหนเด็ดขาด พุธที่ 22 เมษายน 2563 เวลา 10.00 น.


สารวัตรสืบสวนรอคอยในรถ นั่งเงียบกับลูกน้อง ไม่มีใครคุยอะไร ไม่มีใครลงจากรถแล้วเดินไปสูบบุหรี่ ทุกคนรู้ดีว่านี่คือช่วงเวลาสำคัญ ก่อนจับคนร้าย มันเป็นช่วงที่ตื่นเต้นสุด ๆ ในชีวิตการเป็นนักสืบ

เมื่อเป้าหมายมาถึง ทั้งหมดลงจากรถ หมายจับถือให้มั่น แล้วเดินไปหา ไม่ได้รีบเร่ง หรือแช่มช้า เดินปกติ แต่หัวใจเต้นแรง ล้อมหน้าหลัง แล้วแสดงหมายจับ บอกว่าเป็นตำรวจ ชายหนุ่มผงะ เขาจ้องตาสารวัตรกลับ นี่หรือแววตาของชายที่รักมากไป

เขาชอบหญิงสาวตั้งแต่แรกพบ อยากเคียงคู่อยู่ใกล้ไม่จางจากไปไหน แต่ทำอย่างไรถึงจะแสดงตัวออกไปได้ วิธีการจีบง่าย ๆ ที่สุดคือ กล้า! แต่อย่าสะเหร่อ และแสดงอะไรไม่เข้าท่า เข้าหา ไม่ใช่จู่โจม ทำให้น่าสนใจ ไม่ใช่ทำให้หวาดกลัว

เขาทำสำเร็จ เส้นทางเปิดกว้าง คืนนั้นในร้านเหล้า ทั้งสองจบลงที่เตียงนอน ดื่มด่ำและสุขสม



วันแรกที่คบหา ใครบอกเดี๋ยวก็เลิก ไม่จริง เขาพิสูจน์แล้วว่า เขาอยากอยู่กับเธอจริง ๆ อยู่ด้วยกันไปนาน ๆ จากวันแรกสู่วันต่อ ๆ มา จากอาทิตย์กลายเป็นเดือน กลายเป็นปี ความรักสืบเนื่อง สันดานเปิดเปลือย

เพราะอยากเคียงคู่ไม่ยอมแยกห่าง นำไปสู่การหึงไม่พอใจ ยามหญิงสาวจะไปไหน แม้รักกันแต่ก็ต้องมีที่ว่างแบ่งไว้คอย กวีผู้เป็นแรงบันดาลใจให้ แต่งเพลงบอกไว้ แต่ชายหนุ่มก้าวข้าม ไม่ต้องการให้มี ทุกอย่างต้องเคียงชิดใกล้ ไม่มีวันแยกไปไหนเด็ดขาด

มันกลายเป็นความหึงไม่พอใจ ครั้งแรก ๆ หญิงสาวสนุกเหมือนได้แกล้ง แต่ต่อมามันน่ากลัว ชายหนุ่มตามติด พูดจารุนแรง โมโหโกรธ หญิงสาวเริ่มคลายจากรักหล่นสู่ความจริง เธอเริ่มกลัว

แม้จะคบกัน แต่เธอเริ่มคิดถึงวันที่ไม่มีเขา



จวบจนความหึงสุดขีด เธอไปเที่ยวกับเพื่อน 3 วันต่างจังหวัด และไม่รับโทรศัพท์มือถือเขาที่โทร.มาทุก 1 ชั่วโมง ครั้งเดียว ทำให้เขาพูดจาข่มขู่ ถึงขั้นต้องการทำร้ายชีวิต

เธอหลอนสุดขีด เมื่อกลับไป ก็ใจดีสู้เสือ พอกันที! ถามใครก็บอกต้องเลิก อยู่แบบนี้ไม่ได้ มันมากเกินไป

“ผิดเหรอ ที่เขารักตัวเองมากไป”

นี่ไม่ใช่ความรัก มันคือการครอบครอง บังคับ โลกใบนี้ไม่เหลือที่ให้ความสัมพันธ์แบบนี้อีกแล้ว การลาจากเกิดขึ้น หญิงสาวโล่งใจ เธอยังมีชีวิตรอด เขาไม่ได้ฆ่า หรือทำร้ายร่างกายเธอ



แต่ต่อมา เขากลับคิดว่าเธอคือรักอมตะนิรันด์กาล ง้อคืนดี พยายามรื้อความสัมพันธ์ตลอด แต่เธอห่างจากเขา ไม่ได้รักอีกต่อไปแล้ว
ความพยายามกลายเป็นความแค้น เขาส่งภาพมาหญิงสาวตกใจ ภาพเธอเปลือยกาย เขาถ่ายเก็บไว้ บอกว่าถ้าไม่คืนดี จะปล่อยภาพลงอินเทอร์เน็ตให้เธอได้อับอาย

มากเกินไป! นี่ 2 ปีที่เลิกรา แต่ชายหนุ่มยังไม่ยอมไปไหน ไม่ยอมเริ่มต้นใหม่อะไรเลยในชีวิต ต้องแจ้งความกับตำรวจ เรื่องไปถึงสายสืบ ดำเนินการสอบปากคำ หาพยานหลักฐาน และให้ร้อยเวรยื่นเอกสารให้ศาลอนุญาตออกหมายจับ จากนั้นชุดสืบสวนก็ไปดักรอ

แม้จะเป็นคดีไม่ใหญ่ แต่ทีแรกพวกเขาก็กลัวว่าผู้ต้องหาจะคลั่ง แต่เมื่อเจอตัวจริง เขากลับเป็นคนธรรมดาอย่างเรา ๆ ดูไม่มีพิษมีภัย

แต่เมื่อมีความสัมพันธ์ ชายหนุ่มกลับแปรเปลี่ยนกลายเป็นผู้ครอบครองราวกับนายทาส เขาถูกพาตัวมาโรงพัก ขณะนั้นยังอ้อนวอนขอพบอดีตแฟนสาวเพื่อขอโทษ แต่ที่ห้องสืบสวนวันนั้น มีเพียงตำรวจที่พาตัวเขาเข้าตารางดำเนินการตามกฎหมาย “เอ็งควรปล่อยวาง แล้วเริ่มต้นใหม่” ชายหนุ่มบอกทำไม่ได้

บางทีในคุกในตาราง อาจทำให้ชายหนุ่มลืมเธอ หรือทำใจได้กับความจริงตรงหน้า

หญิงสาวนั่งนิ่งอยู่ในร้านอาหาร เธอสบตากับใครสักคน แต่ความหวาดกลัวยังปรากฏ นั่งนิ่งไม่พูดไม่จา เธอกลัว ไม่แน่ใจว่าควรจะเริ่มความสัมพันธ์นี้หรือไม่ 2 ปีที่อดีตคนรักรังควาน เธอผวา เธอหวาดระแวง



“ขออนุญาตนะ”

เป็นอีกครั้งที่เจอคนเดินเข้ามาในชีวิต อย่าหวาดระแวงในรักครั้งใหม่ อะไรบางอย่างดลใจ คำพูดของใครสักคนดลบันดาล น่าจะเป็นเพื่อนสนิทที่บอกให้เข้มแข็ง หญิงสาวเริ่มปริยิ้มให้กับใครบางคนที่เข้ามาทักพร้อมยื่นแก้วมาขอชน แล้วบทสนทนาก็เปิดขึ้นมาอย่างเรียบง่าย แต่ลงตัว
................................
คอลัมน์ : หนอนโรงพัก
โดย "ณัฐกมล ไชยสุวรรณ"
ขอบคุณภาพประกอบจาก : Pixabay

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 186