อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 26 พฤศจิกายน 2563

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 26 พฤศจิกายน 2563

ยุคข้าวยากหมากแพง พระสงฆ์มีไว้ทำไม??

สถานการณ์บ้านเมืองเข้าสู่ยุคข้าวยากหมากแพงทุกข์ยากแบบนี้ เห็นพระสงฆ์ตั้งโรงทานร่วมกันทั่วประเทศ เพื่อแจกอาหารช่วยเหลือผู้ตกทุกข์ได้ยาก เราคงได้คำตอบแล้วว่า..พระสงฆ์มีไว้ทำไม?? พุธที่ 22 เมษายน 2563 เวลา 11.00 น.


ตลอดชีวิตของผมไม่เคยเห็นยุคใดที่ประชาชนอดหยากปากแห้งเท่ากับยุคนี้ ไม่เคยเห็นความสามัคคีของคณะสงฆ์ครั้งใด ที่ร่วมกันตั้งโรงทานร่วมกันทั่วประเทศ เท่ากับยุคนี้ และทั้งไม่เคยเห็นคนไทย ร่วมกันแจกอาหาร ร่วมใจกันช่วยเหลือผู้ตกทุกข์ได้ยาก เท่ากับยุคนี้  สิ่งที่ไม่เคยเห็นได้เห็น สิ่งที่ไม่เคยรู้ได้รู้

ท่ามกลางคณะสงฆ์สามัคคีกันออกโรงทานทั่วประเทศ สละเงินส่วนตัว สละเงินนิตยภัต สละเงินวัด และเป็นกำลังสำคัญในการประสานงานให้เกิดโรงทาน มีอาหารและมีคนทำอาหาร ส่งอาหาร มันก็มีคนอีกประเภทหนึ่ง “ที่ใจบอด” มองไม่เห็นสิ่งที่พระสงฆ์ทั้งประเทศทำ



มันก็มีคนอีกกลุ่มหนึ่งที่ “อ่านแต่ตำรา” เข้าไม่ถึงแก่นแท้ของหัวใจแห่งพระโพธิสัตว์” ประเภท มือไม่พาย เอาเท้าราน้ำ..มองบทบาทพระสงฆ์รับใช้ภาครัฐบ้าง มองบทบาทพระสงฆ์เป็นเครื่องมือให้กับราชการบ้าง หรือแม้กระทั้งบางรายมองว่า สิ่งที่คณะสงฆ์ทำอยู่นี้ “มิใช่กิจของพระสงฆ์” 

ผมคนหนึ่งที่ให้กำลังใจคณะสงฆ์ในการช่วยเหลือเยียวยาประชาชนที่ตกทุกข์ได้ยากขนาดนี้ และเสียดายสังคมพุทธเรา ละเลยบทบาทสถาบันแม่ชี กลุ่มภิกษุณีบ้านเรา ไม่อย่างนั้น เราคงจะได้เห็นบทบาทแม่ชี ภิกษุณี ออกไปช่วยเหลือ แม่ลูกอ่อนบ้าง ผู้ป่วยติดเตียงบ้าง หรือแม้กระทั้งผู้สูงอายุมากบ้าง



ขอบเขตเส้นภารกิจของคณะสงฆ์ คงทำได้แค่นี้ วางเป้าหมายพระนิพพานเอาไว้ก่อน ยามที่ประชาชนทุกข์ยากแบบนี้..ถึงเวลาสวมหัวใจพระโพธิสัตว์เอาไว้แน่นๆ 
ส่วนอาจจะมีคนบางคนเรียกร้องให้พระสงฆ์สละเงินวัด เสียสละเงินส่วนตัว ผมว่า “ไร้สาระเกินไป”

ความจริงเรื่องนี้ต้องเรียกร้องให้บรรดาสมาชิกวุฒิสภา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือแม้กระทั้งคณะรัฐมนตรี เพราะตอนนี้บางคนไม่ได้ทำอะไรเลย..นั่งกินเงินจากภาษีประชาชนฟรี ๆ





ผมยังไม่เห็นภาพคนต่างศาสนา ศาสนสถานใด ตั้งโรงทาน ตระเวนแจกจ่ายอาหารให้กับประชาชน เหมือนคณะสงฆ์ หากมีต้องขอภัย เนื่องจากยังไม่เคยเห็น
ความจริงบางศาสนา มีมูลนิธิ มีศาสนสถาน มีเงินบริจาคเหมือนกับคณะสงฆ์ เหมือนกับวัดในศาสนาพุทธเรานี่แหละ..

แต่นักวิชาการ คนที่เรียกร้องให้กับคณะสงฆ์สละเงินวัด เงินส่วนตัว แปลกไม่เคยแตะต้อง ไม่เคยตรวจสอบ เก่งต่อว่าอยู่กับพระสงฆ์อยู่นี่แหละ..อาจเป็นเพราะพระสงฆ์ไม่ตอบโต้ อาจเป็นเพราะพระสงฆ์ไม่มีเครื่องมือในการสื่อสาร

ท่ามกลางต่างคนต่างเอาตัวรอด ท่ามกลางต่างคนต่างเก็บเงินสด คณะสงฆ์ทำได้ขนาดนี้ เป็นสิ่งที่น่ายกย่อง เป็นสิ่งที่ชาวพุทธส่วนใหญ่กราบอนุโมทนา เป็นสิ่งที่คนยากจนได้ประโยชน์...อย่าเอาตำรามากางแล้ว ต่อว่าซึ่งกันและกัน





สุดท้าย..เมื่อวานนี้คือวันที่ 21 เมษายน เป็นวันครบรอบ 238 ปีแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ กระทรวงวัฒนธรรมผลิตสารคดีเฉลิมพระเกียรติใต้ร่มพระบารมี 238 ปี กรุงรัตนโกสินทร์ ย้อนรอยประวัติศาสตร์ชาติไทย สมัยกรุงรัตนโกสินทร์ ซึ่งมีพระมหากษัตริย์ดำรงสิริราชสมบัติสืบต่อกันมา 10 รัชกาล ผ่านทางสื่อต่างๆ โดยเฉพาะการจัดทำเว็บไซต์ www.รัตนโกสินทร์.com สำหรับภาษาไทย และ www.rattanakosin.co สำหรับภาษาอังกฤษ

เป็นคลังข้อมูลขนาดใหญ่รวมสาระความรู้ ทั้งทางด้านประวัติศาสตร์ ศิลปวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณีไทย ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน เพื่อให้ประชาชนที่อยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ เข้าถึงกิจกรรมได้อย่างสะดวก และได้รับองค์ความรู้ครบถ้วน

หรือติดตามข่าวสารและชมได้ทางเฟชบุ๊ก กลุ่มประชาสัมพันธ์ สำนักงานปลัดกระทรวงวัฒนธรรมก็ได้...พวกเราต้องภูมิใจที่เรามีสถาบันพระมหากษัตริย์ พวกเราต้องภูมิใจที่เรามีสถาบันสงฆ์..ยามบ้านเมืองข้าวยากหมากแพงทุกข์ยากแบบนี้เราคงได้คำตอบแล้วว่า..พระสงฆ์มีไว้ทำไม??
          
 
.................................
คอลัมน์ : ริ้วผ้าเหลือง
โดย “เปรียญ10” : riwpaalueng@gmail.com. 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    98%
  • ไม่เห็นด้วย
    2%

บอกต่อ : 639