อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 5 มิถุนายน 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 5 มิถุนายน 2563

"นายอำเภอต้นแบบ" หน้าที่ขรก.ต้องรับใช้ประชาชน     

ข้าราชการตัวอย่าง...ยกย่องนายอำเภอปากชม เมืองเลย ผุดไอเดียโครงการ “ลูกนายอำเภอ”หาทุนส่งเด็กยากจนไปเรียนเพื่อกลับมาทำงานในพื้นที่ แทนคุณแผ่นดิน-สำนึกรักบ้านเกิด ระลึกเสมอหน้าที่ข้าราชการต้องรับใช้ประชาชน     เสาร์ที่ 25 เมษายน 2563 เวลา 10.00 น.


น่าเวทนาจริง  ๆ ในยามที่ประเทศชาติกำลังวิกฤติจากไวรัสโควิด-19 พวกผีเจาะปากมาพูดออกมาวิจารณ์ให้ถูกคนด่าทั้งประเทศ ตอนที่แล้วเตือนไปคน...ผ่านไปวันเดียวมาอีกแล้ว นักการเมืองหญิงกับศิลปินคนดังที่ชอบเรียกแขกโผล่มาซ้ำรอยอีกแล้ว...สมองคิดหน่อยเวลาที่หลาย ๆ คนกำลังระดมสมองแก้ไขปัญหาโรคระบาดกับปัญหาปากท้องของประชาชน จะพูดอะไรดูบ้าง...หาจุดโยงเรื่องโจมตีฝ่ายตรงข้าม-ไล่ชาวบ้านไปตาย มันไม่เข้าท่า...จะบ้าการเมือง บ้าสี บ้าเลือกข้างให้มันถูกเวลาด้วย ...เห็นหลายคนในเฟซฯมีความรู้พยายามโยงเรื่องราวไปที่การเมือง...ลูกอีช่างติ(เตียน)ก็เบาๆกันหน่อย พวกโต้ดึงสีเสื้อมาเกี่ยวก็พอเหอะ หยุดบ้าเพื่อชาติบ้างทำได้มั้ย  
 


หากไม่รู้จะพูดอะไร-คิดอะไร(ดีๆ) เข้ามาอ่านเรื่องราวในคอลัมน์นี้ได้ไม่ว่ากัน  พูดถึงโครงการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากโควิดฯ ต่าง ๆ ของรัฐบาล บางอย่างดี-บางอย่างไม่ขอพูดถึง ต้องเข้าใจว่าที่ผ่านมาไม่มีใครหรือรัฐบาลชุดไหนเจอกับวิกฤติโควิดฯมาก่อน การทำงานอาจไม่ถูกใจใครบางคนไปบ้าง แต่ภาพรวม(ส่วนตัว) ถือว่าสอบผ่าน เอาแค่ข้อเดียวยอดผู้ติดเชื้อ-ยอดคนตาย ไทยเรายังน้อยกว่าประเทศอื่นมาก เรื่องการทุ่มเทช่วยเหลือผู้คนไม่ว่าจะเป็นแพทย์-พยาบาล ทหาร ตำรวจ กู้ภัยฯ ฝ่ายปกครอง อสม.ท้องถิ่น ฯลฯ สุดยอด-ทำได้ดีเกินร้อย
 


เกริ่นนำหอมปากหอมคอเข้าเรื่องดี ๆ กันเลยดีกว่า วีคนี้จะพาไปรู้จักนายอำเภอคนหนึ่งคือ “สิบเอกเชษฐา ขาวประเสริฐ” นายอำเภอปากชม จ.เลย ผู้ที่ทุ่มเทให้กับ“โครงการลูกนายอำเภอ” สนับสนุนให้เยาวชนได้มีโอกาสเรียนรู้ วางแผนยกระดับคุณภาพชีวิต หวังเติมเต็มบุคลากรทางการแพทย์ -พยาบาล และครูเป็นคนในพื้นที่ ผ่านอุปสรรคปัญหา-ความลำบากมากมาย แต่นายอำเภอท่านนี้มิได้ย่อท้อตรงกันข้ามเดินหน้าทำจนโครงการสำเร็จอย่างงดงาม 
 


“สิบเอกเชษฐา” บอกว่า ชาวอำเภอปากชมส่วนใหญ่มีอาชีพทำไร่ -ทำสวน  สภาพแวดล้อมของสังคมส่วนมากมีการหย่าร้างทำให้เด็กหลายคนขาดความอบอุ่น ต้องอาศัยอยู่กับปู่ ย่า ตา ยาย ทำให้เด็ก ๆ ไม่มีโอกาสศึกษาเล่าเรียน มีปัญหาด้านการเงิน จึงเห็นความสำคัญจัดทำโครงการลูกนายอำเภอ และตั้งกองทุนเพื่อพัฒนาการศึกษาอำเภอปากชมขึ้น เพื่อสนับสนุนส่งเสริมให้เยาวชน ได้เล่าเรียน ทุกระดับ เพื่อกลับมารับใช้ พัฒนาบ้านเกิด เติมเต็มบุคลากร สาขาที่ขาดแคลน



“ตั้งแต่ก่อนที่จะมีการส่งเด็กไปเรียนพยาบาล เห็นสภาพเด็กที่อยู่กับญาติหรืออยู่คนอื่นซึ่งไม่ใช่พ่อแม่เด็กมักจะก้าวร้าว หลงใหลไปกับสิ่งเร้า-ยั่วยุให้เกิดกระทำผิดอาจส่งผลเสียในอนาคตได้ จึงเกิดโครงการลูกนายอำเภอ โดยให้โรงเรียนคัดเลือกเด็กมาเข้าค่าย มีเงื่อนไขว่าเด็กต้องไม่ได้อาศัยอยู่กับพ่อ-แม่ เด็กไม่ต้องเรียนดี-ไม่ดี ความประพฤติจะดีหรือไม่ดีไม่เป็นไร มาเข้าโครงการฯเพื่อให้มีประสบการณ์ในการอยู่ร่วมกันกับเพื่อน ดูการทำงานแบบเป็นทีม ดูแนวทางในการใช้ชีวิตที่ดีขึ้น เริ่มตั้งแต่ปี 60 เป็นรุ่นที่ 1 ส่วนใหญ่จะเป็นนักเรียนโรงเรียน ตชด. 3 แห่งในพื้นที่”
 


นายอำเภอ บอกต่อว่า รุ่นแรกมีนักเรียนประมาณ 20 คนมาอยู่ค่าย 5 วัน 4 คืน คัดเลือกจากนักเรียนประถมฯต่ำกว่าชั้น ป. 6 รุ่นที่ 2 ปี 61 เปิดโอกาสให้กับนักเรียนทุกโรงเรียนทุกระดับ มีนักเรียน 100 กว่าคน รุ่นนี้ได้สมาคมนักเรียนเก่าธรรมศาสตร์ จ.เลย มอบทุนให้คนละ 1,000 บาท ส่วนรุ่น 3 ปี 62 มีนักเรียน 300 กว่าคน รุ่นที่ 4 ปีนี้มีการคัดเลือกจากโรงเรียนต่าง ๆ รวม 155 คน ปัจจุบันรุ่นแรกก็จะมาเข้าค่ายร่วมกันทุกปี โดยเปิดโอกาสให้ผู้ปกครองเข้าทำกิจกรรมร่วมกับเด็ก สร้างเครือข่ายทางอำเภอให้เด็กรู้จักกันในฐานะ ลูกนายอำเภอซึ่งเป็นเหมือนเครื่องหมายติดหน้าผากการันตีว่าเป็นลูกนายอำเภอแล้วจะประพฤติตัวผิดไม่ได้
 


“โครงการส่งเด็กไปเรียนพยาบาล เริ่มจากคนในพื้นที่เรียนไม่ค่อยสูงนัก โดยเฉพาะด้านสาธารณสุข เห็นได้จากพยาบาลที่มารับราชการในอำเภอส่วนใหญ่ไม่ได้เป็นคนปากชม พอถึงวาระก็จะย้ายกลับ ไม่มีคนย้ายมาแทน พยาบาลจึงไม่เพียงพอกับงานที่เพิ่มขึ้น คณะกรรมการมีแนวความคิดต้องสร้างคนในพื้นที่ให้เข้ามาทำงานแทน ต้องเริ่มจากสาธารณสุขก่อน ซึ่งรพ.ปากชมขาดแคลนบุคลากรมาก ประชาชนที่มารับบริการทั้งฝั่งลาว และฝั่งไทยวันละ 500 กว่าคนไม่มีกำลังพอ จึงต้องสกัดผู้รับบริการให้ไปใช้บริการจาก รพ.สต.รอบนอกรักษาเบื้องต้นก่อน ถ้าอาการหนักค่อยส่งตัวมา ซึ่งรพ.สต.ในอำเภอมีอยู่ 10 แห่งมีพยาบาลวิชาชีพประจำเพียง 4 คน นอกนั้นเป็นนักวิชาการทางสาธารณสุข เจ้าพนักงานสาธารณสุข ไม่ชำนาญการพยาบาล คณะกรรมการจึงเห็นว่าควรส่งนักเรียนไปเรียนการพยาบาล”
 
“สิบเอกเชษฐา”  บอกต่อว่า พอดีปี 61 โครงการพระเมตตาสมเด็จย่า และสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดให้โควตาไปเรียนการพยาบาลที่วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนีขอนแก่น หลังเรียนจบสามารถบรรจุเป็นข้าราชการ ประจำ รพ.สต.ตามภูมิลำเนาบ้านเกิด นอกจากนี้โรงพยาบาลปากชมทำ MOU กับมหาวิทยาลัยราชภัฏชัยภูมิ ให้โควตาเรียน 3 ที่ หลักสูตรปริญญาตรี 4 ปี แต่ต้องออกค่าใช้จ่ายเอง โดยการกู้ยืมกองทุนเพื่อการศึกษา(กยศ.)สามารถกู้ได้เต็ม เมื่อจบแล้วต้องไปใช้ทุนที่ รพ.ปากชม ช่วงปิดเทอมนักศึกษาต้องกลับมาช่วยทำงานที่กองทุนพัฒนาศึกษาเพื่อหาทุนให้รุ่นน้องรุ่นต่อไป โดยทางอำเภอมีเป้าหมายส่งไปเรียนพยาบาลให้ครบทั้ง 10 รพ.สต.แห่งละ 2 คน โดยส่งไปเรียนทุนปีละ 3 คน ปัจจุบันส่งไปแล้ว 7 คน ยังขาดอีก 13 คน จะบรรลุเป้าหมายในปี 64
 


“มีคนถามว่าอนาคตหากต้องย้ายไปแล้วจะมีใครมาสานต่อ ส่วนตัวแต่งงานแล้วไม่มีลูก มีความคิดอย่างหนึ่งว่ากิดมาถึงเวลาตายก็ตายคนเดียว จะมีลูกหรือไม่มีลูกก็เอาไปด้วยไม่ได้ ดังนั้นสิ่งที่จะเหลือไว้ขณะที่เราอยู่ผมเป็นข้าราชการ ไปไหนก็ได้ทั่วประเทศ แต่ขณะที่อยู่ที่นี่ผมจะทำให้เขาตระหนักว่าพวกเขาต้องช่วยเหลือตัวเองให้ได้ เราเพียงมาเป็นคนกระตุ้น ช่วยเขาทำ ผมพยายามจะไม่ทำหรือคิดเพียงคนเดียว ต้องให้มีเครือข่ายในพื้นที่ ตลอด 3 ปีที่ผมมารับราชการอยู่ที่นี่ยังคิดว่าทำน้อยไป กองทุน และวิสาหกิจชุมชนต่าง ๆ ที่ตั้งไว้กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำท้องถิ่นทราบดีว่าต้องอยู่ได้โดยไม่มีนายอำเภอ เป็นเรื่องส่วนรวมของชาวปากชม ซึ่งคนไทยทุกคนต้องช่วยกันทำเพื่อทดแทนคุณแผ่นดิน ผมได้รับการปลูกฝังความคิดนี้มาตั้งแต่เด็ก ยิ่งเป็นข้าราชการแล้วต้องทำหน้าที่รับใช้ประชาชน”
 
นายอำเภอปากชม กล่าวทิ้งท้ายต่อว่า โครงการที่ร่วมกันทำเป็นแค่จุดเล็ก ๆ แต่ทุกคนที่ทำได้หมด อยากให้พื้นที่ต่าง ๆ นำโครงการฯนี้ไปเป็นแนวทาง จุดประกายความคิดให้ชุมชนเข้มแข็งและอยู่ได้ด้วยตัวเอง สำหรับท่านใดอยากจะบริจาคเรามีกองทุนพัฒนาการศึกษา มีคณะกรรมการดูแลรับผิดชอบ สามารถบริจาคได้ที่อำเภอปากชม คณะกรรมการจะออกใบเสร็จ เพื่อเป็นการสร้างโอกาสทางการศึกษาให้แก่เด็กและเยาวชนได้มีความรู้เทียบเท่ากับเด็กที่อยู่ในเมือง
 


“มุทิตา ปันธะนะ-นลิน บัวอินทร์-รินรดา อยู่สวัสดิ์” ลูกนายอำเภอรุ่นที่ 1 ที่ได้รับทุนจากกองทุนพัฒนาการศึกษาอำเภอปากชม เรียนที่วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนีขอนแก่น ปีที่ 2  พูดออกมาจากหัวใจว่า ขอขอบคุณท่านนายอำเภอปากชม เชษฐา ขาวประเสริฐ ที่หยิบยื่นโอกาสให้ได้รับการศึกษา ตลอดจนดูแลให้ได้รับการบรรจุหลังจบการศึกษา พวกเราแม้ว่าการเรียน อาจจะไม่ค่อยเก่ง แต่สัญญาว่าจะตั้งใจเรียนจนจบเพื่อที่จะกลับมาดูแลคนในชุมชน และผู้สูงอายุ ที่นับวันแต่จะมีมากขึ้น เพื่อทดแทนแผ่นดินเกิด และขอขอบคุณกองทุนวิสาหกิจชุมชนพญาอนันตนาคราช ที่แบ่งรายได้จากการจำหน่ายดอกไม้ธูปเทียน ชุดสักการะมาสมทบช่วยส่งค่าเล่าเรียนค่าใช้จ่ายระหว่างเรียน”
 




น่ายกย่องสรรเสริญกับนายอำเภอปากชมมาก ๆ ท่านทำหน้าที่ได้อย่างสมบูรณ์แบบ เห็นแล้วนึกถึงละครเรื่องหนึ่งขึ้นมาทันทีกับประโยคที่ว่า หน้าที่ของข้าราชการ คือต้องรับใช้ประชาชน”.
........................................
คอลัมน์ คนดีของสังคม
โดย “เหยี่ยวขาว”
ข้อมูล-ภาพ “ดำรงค์ รักษ์จรรยาวงศ์” เดลินิวส์ออนไลน์ จ.เลย



คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    96%
  • ไม่เห็นด้วย
    4%

บอกต่อ : 228