อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 25 มกราคม 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 25 มกราคม 2564

'ใส่หูฟังบ่อย' ภัยเงียบของคนยุค5G

"ใส่หูฟังบ่อย" ฟังเพลงนาน แถมเสียงดังเกินความจำเป็น.. อีกหนึ่งภัยเงียบของคนยุคใหม่ ทำ "ประสาทหูเสื่อม" ก่อนวัยอันควร! เสาร์ที่ 25 เมษายน 2563 เวลา 12.00 น.


ในยุคที่การสื่อสารก้าวไกลไปถึง5Gในขณะนี้  ทำให้เทคโนโลยีเป็นเรื่องใกล้ตัวมากขึ้น พร้อมๆกับชีวิตคนเมืองที่มีความสันโดษมากยิ่งขึ้นเช่นเดียวกัน ซึ่งหนึ่งสิ่งที่คนเมืองส่วนใหญ่ รวมไปถึงวัยรุ่น วัยทำงานมักจะมีพกตัวตัวก็คือ "หูฟัง" ในการฟังเพลง ไม่ว่าจะเดินทางไปที่ไหนก็ตาม เพื่อหลีกเลี่ยงเสียงโหวกเหวกในชีวิตจริง จน "หูฟัง" กลายเป็นอวัยวะชิ้นที่ 33 ไปเสียแล้ว

แต่การ "ใช้หูฟังมากเกินไป" ย่อมจะมีผลเสียตามมาอย่างแน่นอน.. โดยทาง รศ.นพ.เพิ่มทรัพย์ อิสีประดิฐ หัวหน้าภาควิชาโสต ศอ นาสิกวิทยา คณะแพทย์ศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ให้ข้อมูลเอาไว้ว่า อันที่จริงแล้วเรามักเคยได้ยินอยู่บ่อยๆ ว่าเมื่อสูงวัยหูจะตึง ได้ยินอะไรไม่ค่อยชัด แต่ด้วยพฤติกรรมการใช้ชีวิตในปัจจุบัน พบว่ามีผู้ป่วยที่มีภาวะประสาทหูเสื่อมก่อนวัยมากขึ้น ซึ่งปัญหาเรื่องการได้ยินที่ผิดปกตินั้น อาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ  เช่น การติดเชื้อไวรัส การทำงานที่ต้องได้ยินเสียงที่ดังมากๆเป็นเวลานานๆ โดยไม่ได้ใช้ที่ครอบหูฟัง โดยในปัจจุบันพบว่า คนเรามีการใช้หูฟังเพื่อฟังเสียงฟังเพลงเพิ่มมากขึ้น ทำให้อัตราการเสื่อมของหูของคนที่อายุน้อย หรือวัยทำงานเพิ่มมากขึ้นจากการที่ได้รับเสียงดังเป็นเวลานาน



ตัวหูฟังมีผลไหมต่อปัญหาการได้ยิน? หากเราไปดูตัวอุบัติการณ์ทางการได้ยิน ความเสื่อมทางการได้ยิน จะเห็นได้ว่า ทางองค์การอนามัยโลกเคยมีการศึกษาว่า ปัจจุบันในคนหนุ่มสาว อายุประมาณ 12-35 ปี มากกว่าครึ่งหนึ่ง มีความเสี่ยงทีจะเกิดปัญหาทางการได้ยิน จากการที่ได้ยินเสียงดังมากเกินไป เช่นจากการใช้หูฟัง หรือจากการทำงาน ถ้าถามว่าหูฟังมีผลอย่างไรนั้น อันที่จริงหูฟังก็มีข้อดี ตรงที่เราสามารถใช้เสียงโดยไม่รบกวนผู้อื่น แต่ถ้าหากเราใช้อย่างไม่ถูกวิธีก็คงจะทำให้เกิดปัญหาตามมาได้

วิธีสังเกตว่าใช้หูฟังเสียงดังมากเกินไปหรือเริ่มมีปัญหาทางการได้ยินนั้น สามารถสังเกตได้ อาทิ การใชหูฟังแบบครอบ แล้วคนอยู่ข้างๆยก็ได้ยินไปด้วย แบบนี้แสดงว่าฟังเสียงดังมากเกินไป ก็แนะนำว่าไม่ควรฟังที่ระดับเสียงความดังเกิน 50-60 เปอร์เซ็นต์จากความดังสูงสุด ถ้าเกิดมากกว่านี้ ถือว่าเสียงเริ่มดังแล้ว และไม่ควรใช้หูฟังติดต่อกันนานเกินกว่า 1 ชม. ควรพักบ้าง เพื่อให้ประสาทหูได้พัก กระตุ้นให้การทำงานไม่ผิดปกติ พักสัก 5 นาทีก็จะดีมากหากเป็นไปได้ 



สำหรับอาการของผู้ที่เริ่มมีปัญหาทางการได้ยิน เมื่อ "ใช้หูฟังเป็นเวลานาน" ก็อาจจะได้ยินเสียงวี๊ดๆในหู หรือเมื่อคนอยู่รอบข้างเรียก ก็อาจจะไม่ได้ยิน ซึ่งต้องมีการตรวจประเมินว่าไม่ได้ยินจริงหรือไม่ หรือมีความสนใจในการได้ยินเสียงอย่างอื่นมากกว่า รวมไปถึงอาการได้ยินเสียงน่ารำคาญภายในช่องหู ถ้าบางคนเป็นมากขึ้นถึงขั้นประสาทหูเสื่อม หูก็อาจจะเริ่มตึง มีปัญหาในการพูดคุยติดต่อสื่อสารกับผู้อื่น อาจมีปัญหาในการใช้ชีวิตรุนแรง จนสุดท้ายแล้วก็จะไปถึงขั้นใช้เครื่องช่วยฟังโดยไม่จำเป็นพราะเป็นสิ่งที่ป้องกันได้

"ในเรื่องของการหูตึง หูเสื่อมจากเสียง สิ่งที่ดีที่สุดคือการป้องกันอย่าให้เกิด เพราะมันเป็นปัญหาที่ป้องกันได้ ฉะนั้นการใช้อุปกรณ์การฟังเหล่านี้จึงควรใช้อย่างถูกวิธี อย่าใช้เสียงดังเกินไป ควรพักเป็นช่วงๆ เพราะถ้าเกิดเป็นแล้ว รู้ตัวเร็วและหยุด ไม่ใช้ มีการพัก  ประสาททางการได้ยินบางส่วนอาจจะมีการคืนกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้ หรือที่เรียกว่าความผิดปกติแบบชั่วคราว แต่หากเกิดความผิดปกติแบบถาวร หรือที่เรียกว่าประสาทหูเสื่อมแบบชัดเจน จะไม่สามารถกลับคืนมาเป็นปกติได้ ทานยาก็ไม่ได้ผล หากจะผ่าตัดก็ไม่ใช้โรคที่จะต้องมีการผ่าตัด ซึ่งการหยุดกิจกรรมทำร้ายหู ก็จะทำให้อาการเหล่านั้น ไม่รุนแรงเพิ่มมากขึ้น"



เพราะ "หู" ของคนเราไม่ได้มีอะไหล่สำรอง เมื่อเสียแล้วย่อมเสียเลย ยากที่จะกลับมาเป็นเหมือนเดิม ฉะนั้นการเลือกใช้หูฟังให้น้อยลง ฟังเสียงเบาลง ก็คงไม่ใช่เรื่องเหนือบ่ากว่าแรงในการเลือกใช้หูฟัง เพราะคงไม่มีใครอยากใช้เครื่องช่วยฟังโดยยังไม่ถึงวัยสูงอายุ เริ่มป้องกันไว้ก่อนสายเกินแก่ย่อมเป็นสิ่งที่ดีกว่าอย่างแน่นอน...

......................................
คอลัมน์ : Healthy Clean
โดย “พรรณรวี พิศาภาคย์”
ขอบคุณภาพจาก : Pixabay
คลิกติดตามอ่านการดูแลสุขภาพได้ทั้งหมดที่นี่

 



คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น