อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 13 กรกฎาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 13 กรกฎาคม 2563

สตรีเหล็กขัดตาทัพ โสมแดงในมือ"คิม โย-จอง"

นับตั้งแต่นายคิม จอง-อึน ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ เมื่อเดือนธ.ค. 2554 จนถึงปัจจุบันรัฐบาลเปียงยางไม่เคยเปิดเผยอย่างเป็นทางการ หรือแม้แต่ส่งสัญญาณว่า “หากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน” กับผู้นำหนุ่มรุ่นที่สามของประเทศ ใครจะสืบทอดอำนาจแทน อาทิตย์ที่ 26 เมษายน 2563 เวลา 09.30 น.

นับตั้งแต่นายคิม จอง-อึน ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ เมื่อเดือนธ.ค. 2554 จนถึงปัจจุบันรัฐบาลเปียงยางไม่เคยเปิดเผยอย่างเป็นทางการ หรือแม้แต่ส่งสัญญาณว่า “หากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน” กับผู้นำหนุ่มรุ่นที่สามของประเทศ ใครจะสืบทอดอำนาจแทน
        
จากกระแสข่าวว่าคิม จอง-อึน เข้ารับการผ่าตัดระบบหัวใจและหลอดเลือด เมื่อวันที่ 12 เม.ย. ที่คลินิกฮยางซาง บนหุบเขามโยฮยาง ทางตอนกลางของเกาหลีเหนือ ซึ่งเป็นสถานที่ดูแลด้านสุขภาพของสมาชิกทุกคนในตระกูลคิมมาตั้งแต่ต้น โดยการผ่าตัดอยู่ภายใต้การกำกับดูแลอย่างใกล้ชิดของศัลยแพทย์ฝีมือดีที่สุด แห่งโรงพยาบาลคิม มัน-ยู ในกรุงเปียงยาง หลังจากนั้นท่านผู้นำเดินทางไปพักฟื้นต่อที่บ้านพักในหุบเขาคุมกัง รายล้อมด้วยเจ้าหน้าที่อารักขามากกว่า 30 คน ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนคุ้มกันท่านผู้นำตลอด 24 ชั่วโมง


        
ไม่ว่ารายงานที่ออกมาจาก “แหล่งข่าว” จะมีมูลความจริงมากน้อยเพียงใด แต่สถานการณ์ที่โลกภายนอกรับทราบในตอนนี้ สอดคล้องกับข่าวเกี่ยวกับสุขภาพของคิม จอง-อึน ไม่น้อย นั่นคือเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ครองอำนาจ ที่ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือไม่ได้เข้าร่วมพิธีสำคัญในวันที่ 15 เม.ย.ของทุกปี ซึ่งตรงกับวันคล้ายวันเกิดของนายคิม อิล-ซุง ผู้ก่อตั้งประเทศและประธานาธิบดีตลอดกาลของเกาหลีเหนือ
        
อนึ่ง คิม อิล-ซุง ถึงแก่อสัญกรรมด้วยภาวะหัวใจล้มเหลว เช่นเดียวกับบุตรชายคือนายคิม จอง-อิล ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งผู้นำสูงสุด และยังเป็นบิดาของคิม จอง-อึน ทั้งนี้ ผลงานวิจัยด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์หลายชิ้นยืนยันตรงกันว่า โรคหัวใจอาจถ่ายทอดทางพันธุกรรม ขณะที่มีข้อมูลออกมาว่าผู้นำหนุ่มคนปัจจุบันของเกาหลีเหนือมีน้ำหนักตัวเกินมาตรฐาน สูบบุหรี่จัด และมีโรคประจำตัวคือเกาต์และเบาหวาน “เป็นอย่างน้อย” อีกทั้งยังสูบบุหรี่จัด ไม่ต่างจากปู่และบิดา แต่ในระยะหลังดูเหมือนคิม จอง-อึน พยายามเลี่ยงการถือบุหรี่ไว้ในมือเมื่อต้องมีภาพปรากฏผ่านสื่อของทางการ
        
ขณะเดียวกัน “เป็นที่น่าสังเกต” เช่นกันว่า เกาหลีใต้และจีนไม่ได้ยอมรับหรือปฏิเสธประเด็นที่ว่า คิม จอง-อึน เข้ารับการผ่าตัดระบบหัวใจและหลอดเลือดจริงหรือไม่ แต่ใช้คำว่า “ยังไม่มีข้อมูล” หลักฐานหรือเบาะแสยืนยัน ว่าสภาพร่างกายของท่านผู้นำแห่งเกาหลีเหนือกำลังทรุดโทรม และ “อยู่ในภาวะวิกฤติ”
        


สถานการณ์ตอนนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่คิม จอง-อึน หายหน้าหายตาไปจากสื่อ และรัฐบาลเปียงยางไม่ให้ข้อมูลใด ย้อนกลับไปเมื่อปี 2557 ผู้นำหนุ่มของเกาหลีเหนือหายหน้าไปนานราว 6 สัปดาห์ แล้วกลับมาปรากฏตัวพร้อมถือไม้เท้า ต่อมาเกาหลีใต้เผยว่า คิม จอง-อึน หายไปเข้ารับการผ่าตัดถุงน้ำที่ข้อเท้า และรัฐบาลโซลยังให้ข้อมูลด้วยว่า ผู้นำหนุ่มของเกาหลีเหนือเคยมีอาการของโรคหลอดเลือดสมอง เมื่อปี 2551
        
แม้บุคคลรอบกายนายคิม จอง-อึน มีมากมาย และล้วนแล้วแต่เป็นเจ้าหน้าที่อาวุโสผู้มากประสบการณ์ แต่บุคคลที่โลกภายนอกให้ความสนใจมากที่สุดตอนนี้จะเป็นใครไปไม่ได้ นอกจากน.ส.คิม โย-จอง น้องสาวร่วมสายเลือดของท่านผู้นำหนุ่มแห่งเกาหลีเหนือ หากคิม จอง-อึน จำเป็นต้องพักการปฏิบัติหน้าที่เป็นระยะเวลา “นานกว่าที่คิด” นอกจากความรู้และความสามารถที่แน่นอนว่า “ต้องพอตัว” หากวัดจากชาติกำเนิด “สายเลือดเพ็กตู” ตามความเชื่อของเกาหลีเหนือ คิม โย-จอง คือผู้ที่สมควรได้รับความไว้วางใจจากพี่ชายมากที่สุดแล้ว
        
คิม โย-จอง เพิ่งได้รับการแต่งตั้งเข้าสู่ทำเนียบคณะกรรมการกลางแห่งกรมการเมืองหรือโปลิตบูโร ของพรรคคนงานเกาหลี ปูทางสู่การ “คัมแบ๊ก” บนถนนสายอำนาจของเกาหลีเหนือ หลังก่อนหน้านั้นดูเหมือนเธอถูกลดบทบาทไปมาก ว่ากันว่าเป็นความไม่สบอารมณ์ของพี่ชาย ต่อผลลัพธ์ของการประชุมอย่างเป็นทางการทั้งสองครั้งกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ที่สิงคโปร์ เมื่อเดือนมิ.ย. 2561 และที่กรุงฮานอย เมืองหลวงของเวียดนาม เมื่อเดือนก.พ. 2562
        
ขณะเดียวกัน คิม จอง-อึน ยังคืนตำแหน่งรองผู้อำนวยการสำนักงานการผลิตสื่อโฆษณาชวนเชื่อ โดยงานล่าสุดของคิม โย-จอง ที่เกี่ยวข้องกับด้านนี้ รวมถึงการเผยแพร่จดหมายที่ทรัมป์ส่งถึงพี่ชาย ยืนยัน “ความสัมพันธ์อันราบรื่น” และเสนอมอบความช่วยเหลือให้แก่เกาหลีเหลือ ในการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 และเมื่อพี่ชายของเธอบัญชาการให้กองทัพกลับมาทดสอบขีปนาวุธอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เดือนมี.ค.ที่ผ่านมา แล้วเกาหลีใต้ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ คิม โย-จอง เรียกรัฐบาลโซลว่า “เป็นสุนัขที่กำลังเห่าหอนด้วยความหวาดกลัว”
        
นอกจากนี้ยังมีรายงานด้วยว่า คิม โย-จอง บัญชาการคำสั่งไปยังหนึ่งในหน่วยทหารหญิงของกองทัพประชาชนเกาหลีเป็นครั้งแรก เมื่อเดือนธ.ค.ปีที่แล้ว ซึ่งอาจเป็นบททดสอบความแข็งแกร่งของเธอในการเป็นผู้นำทางทหารด้วยก็ได้ นอกเหนือจากการที่กลับมาเธอปรากฏตามติดพี่ชายแทบทุกงานอีกครั้ง ตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว แม้มีหลายครั้งสามารถสัมผัสได้จากภาพถ่าย ว่าคิม โย-จอง พยายามเลี่ยงการอยู่แถวหน้าเมื่อต้องปรากฏตัวในสถานที่สาธารณะ แต่สื่อของเกาหลีเหนือถ่ายภาพของเธอออกมาเผยแพร่จนได้ และโลกภายนอกมองหาว่าเธออยู่ตรงไหน ในภาพภารกิจของผู้เป็นพี่ชาย
        
ความมั่นคงของเกาหลีเหนือไม่ได้มีความหมายซับซ้อนมากไปกว่า ความมั่นคงและการคงอยู่ของตระกูลคิม “เท่านั้น” การถ่ายโอนอำนาจจากคิม อิล-ซุง สู่คิม จอง-อิล และจากคิม จอง-อิล สู่คิม จอง-อึน ไม่ได้สร้างความเปลี่ยนแปลงใดให้กับโครงสร้างอำนาจและการเมืองภายในเกาหลีเหนือ แต่หากมีความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นกับการใช้อำนาจในมือของคิม จอง-อึนภายในระยะเวลานี้จริง น่าจะเริ่มจาก “เฉพาะในยามฉุกเฉิน” ก่อน เนื่องจากต่อให้ผู้ชายยังคงเป็นใหญ่กว่า ในสังคมอนุรักษนิยมแบบเกาหลีเหนือ แต่ไม่สามารถปฏิเสธได้ว่า ตอนนี้คิม โย-จอง คือบุคคลที่เป็นตัวแปรสำคัญลำดับต้นของประเทศ ที่ความคิดของเธอคือคำตัดสินชี้ขาด ในการกำหนดชะตากรรมให้กับเกาหลีเหนือ ว่าจะเดินหน้าไปในทิศทางใดต่อไป.

................................................
ภัทราพร ไพบูลย์ศิลป.
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    85%
  • ไม่เห็นด้วย
    15%

บอกต่อ : 91