อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 13 กรกฎาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 13 กรกฎาคม 2563

โควิดจ๋ารีบไปเถอะ นักท่องเที่ยวจีนอยากมาแล้ว

จากสถานการณ์โควิด – 19 ที่ระบาดไปทั่วโลก ซึ่งหากเราปิดประเทศแต่ต้นเราอาจจะไม่ต้องมากักตัวกันยาวแบบนี้ เราอาจจะยังท่องเที่ยวในประเทศได้ หรือแม้แต่ยังอาจจะเปิดกิจการต่าง ๆ ได้แบบในไต้หวัน   อาทิตย์ที่ 26 เมษายน 2563 เวลา 10.00 น.


เพียงเพราะในช่วงแรกที่เราก้าวช้าไป มัวแต่กังวลว่า จะกระทบการท่องเที่ยว จนที่สุดท่องเที่ยวก็ไม่สามารถทำอะไรได้ ไม่ว่าจะจากต่างประเทศหรือในประเทศเอง แต่เราก็กักตัวกันจนเหี่ยวแห้งไปตามกัน ก็ควรที่จะทำจนเรียบร้อยไม่มีการกลับมาระบาดซ้ำจนคุมกันไม่อยู่เลย เพราะนั่นหมายความว่าถ้าเราเปิดแล้ว มีการระบาดรอบใหม่ คราวนี้จะต้องปิดกันอีกยาวเลย ภาครัฐควรจะแสดงความจริงใจหน่อย ไม่ว่าจะช่วยกันออกมาหามาตรการเยียวยาที่ช่วยประชาชนทั้งประเทศ ไม่ใช่หาวิธีการช่วยที่ยุ่งยาก เช่นมาตรการการลดค่าไฟ ทำให้คนงงว่าตกลงจะได้ลดหรือไม่
 
ทั้งนี้ ประชาชนคนไทยคงอยากให้ภาครัฐทำงานเชิงรุกมากกว่านี้ เช่น ในขณะที่ผลไม้ส่งออกไม่ได้ ก็หันมาช่วยเกษตรกรในการหาตลาดภายในดีกว่าไหม หรือหน่วยงานที่ลอยตัวไม่กระทบ ก็ควรจะออกมาช่วยกัน ทำให้ทุกคนพอจะผ่านช่วงวิกฤตินี้ไปด้วยกัน
เรื่องการท่องเที่ยวก็คงต้องค่อยเป็นค่อยไป เพราะไหน ๆ เราก็เดินเกมผิดแต่ต้น แทนที่จะใช้มาตรการคุมเข้มเพื่อให้เราปลอดการระบาดก่อน กลับกลายเป็นระบาดแล้วมาหาทางแก้ ก็คงต้องค่อย ๆ รอให้สถานการณ์หายดีก่อน อย่าได้รีบเร่งจนเกิดปัญหารอบ 2 กันเลย ทุกคนอยากเปิดทุกภาคส่วนโดยเร็ว แต่ดูจากสถานการณ์โลก คงต้องใจเย็นๆ กันก่อน เพราะขนาดประเทศจีนก็ยังค่อยๆ จัดการทีละส่วน แม้กระทั่งโรงเรียนก็ยังไม่กล้าเปิด เปิดแค่ระดับชั้นประถม 3  และมัธยม 3 เท่านั้น



อย่างไรก็ตาม จากการสำรวจตลาดการท่องเที่ยวของชาวจีนเมื่อเดือนเมษายนนั้น พบว่าคนจีนจำนวนมากได้เตรียมหรือวางแผนที่จะมาท่องเที่ยวยังประเทศไทยหากว่ามีโอกาส ซึ่งก็คิดว่าน่าจะกลับมาได้ในช่วงตั้งแต่เดือนสิงหาคมหรือปลายปีนี้
 
จากสถิติการท่องเที่ยวในปีที่แล้วนั้น (2019) นักท่องเที่ยวจีนเป็นหนึ่งในกลุ่มนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามายังประเทศไทยมากเป็นอันดับต้นๆ จากตัวเลขการสำรวจพบว่าร้อยละ 71 ของนักท่องเที่ยวจีนในขณะนี้อยากจะเดินทางมาท่องเที่ยวยังประเทศไทย แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปคือกลุ่มนักท่องเที่ยวเหล่านี้สูงถึงร้อยละ 81 เป็นนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเที่ยวเองอย่างอิสระ ไม่ใช่กรุ๊ปทัวร์แบบเดิมๆ อีกต่อไป เมื่อสำรวจความสนใจของนักท่องเที่ยวจีน ยังคงต้องการมาเที่ยวยัง กรุงเทพฯ ภูเก็ต เชียงใหม่ สมุย และพัทยา ทั้งนี้ส่วนมากยังคงมีความสนใจกระจุกตัวอยู่ในสามอันดับแรก โดยนักท่องเที่ยวส่วนมากจะเป็นคนรุ่นใหม่ที่มีอายุตั้งแต่ 18 – 45 เป็นหลักถึงร้อยละ 85 โดยคิดเป็นเพศชายถึงร้อยละ 64 และเพศหญิงที่ร้อยละ 36
 
ทั้งนี้ นักท่องเที่ยวมากกว่าร้อยละ 80 จะให้ความสำคัญกับข้อมูลการท่องเที่ยว โดยเฉพาะความปลอดภัยจะในการท่องเที่ยวเป็นหลัก โดยกว่าร้อยละ 40 นอกจากสนใจการท่องเที่ยวแล้วยังให้ความสำคัญกับการจับจ่ายซื้อของราคาถูกอีกด้วย ฉะนั้น เตรียมของไว้ขายกันได้เลย


 
จากการกลับมาท่องเที่ยวหลังสถานการณ์การระบาดแล้วนั้น คนจีนยังคงให้ความสำคัญกับวันหยุดกับราคาพิเศษ ซึ่งสนใจ 3 อันดับแรกคือ มาตรการในความปลอดภัยของวิสาหกิจการท่องเที่ยว การจัดการวันหยุดที่จะมีขึ้น มาตรการการให้โปรโมชั่นที่จะออกมาของการท่องเที่ยว
 
อย่างไรก็ตาม จากความกดดันที่คนจำนวนมากมากอยากจะออกมาท่องเที่ยว แต่ต้องมาได้รับผลกระทบของโรคระบาดนั้น ทำให้แม้ว่าจะอยากที่จะกลับมาฟื้นฟูการท่องเที่ยวให้เหมือนเดิม แต่ก็ต้องดูเรื่องความปลอดภัยให้ดีเสียก่อน เพื่อให้นักท่องเที่ยวมีความมั่นใจที่จะท่องเที่ยวได้ ทั้งนี้จากการสำรวจชาวจีนนั้นพบว่าร้อยละ 90 ยังคงสนใจท่องเที่ยวในประเทศก่อนเพื่อความปลอดภัยในสถานการณ์โรคระบาด  
 
จากสถิติพบว่าแนวโน้มการท่องเที่ยวน่าจะเปลี่ยนไปเป็นการท่องเที่ยวกลุ่มเล็ก ท่องเที่ยวเองแบบอิสระ เป็นกลุ่มหลัก โดยอาจจะขับรถมาเที่ยวเอง ซึ่งนักท่องเที่ยวส่วนมากเห็นว่าการท่องเที่ยวแบบนี้น่าจะปลอดภัยและเหมาะสมกับสถานการณ์มากกว่า
 
ระหว่างนี้ที่เรายังเปิดการท่องเที่ยวไม่ได้ ก็ช่วยการเตรียมกันวางแผนให้เป็นการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน และให้คนไทยได้รับผลประโยชน์สูงสุด ไม่ใช่นักท่องเที่ยวจีนมา ใช้รถจีน กินร้านจีน ซื้อของคนจีน แต่น่าจะจัดการบริหารจัดการอย่างเป็นระบบและยั่งยืน และวางกฎเกณฑ์มาตรการอย่างดี เช่น หากคนจีนต้องการจะขับรถเที่ยวก็ต้องดูเรื่องความปลอดภัยของคนเดินถนนในไทยด้วย


 
ทั้งนี้ เพราะการขับรถที่ต่างกันในประเทศจีนกับประเทศไทย และควรออกกฎอย่างเคร่งครัดและมีการวางเงินประกันที่มากเพียงพอกับการคุ้มครองความเสียหาย การวางกฎไว้ก่อนจะช่วยจัดการกับการท่องเที่ยวได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ต้องกลัวว่าจะไม่มีนักท่องเที่ยว เราต้องการนักท่องเที่ยวที่มีคุณภาพ เพื่อช่วยให้การท่องเที่ยวไทยไม่ให้เสียหายแบบเดิม ควรมีการทำสำรวจว่าแต่ละแห่งจะรองรับนักท่องเที่ยวได้เท่าไร จำกัดจำนวนการท่องเที่ยวให้เหมาะสม ไม่ให้รับแต่ปริมาณแต่ต้องสูญเสีย จำกัดการลักลอบเข้ามาทำงานของคนจีนอย่างผิดกฎหมาย โดยออกกฎลงโทษอย่างรุนแรงเพื่อป้องกัน
 
โรคระบาดนี้ทำให้ธรรมชาติได้มีโอกาสกลับมาฟื้นตัว ฉะนั้น เราก็ควรจะกลับมาเปลี่ยนวิถีคิด วิถีการท่องเที่ยวเสียใหม่ คิดใหม่ทำใหม่เสียเถิด

.......................................
คอลัมน์ : ฝ่ากำแพงเมืองจีน
โดย “อ.ดร.ศิริเพ็ชร ทฤษณาวดี”
คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    26%
  • ไม่เห็นด้วย
    74%

บอกต่อ : 94