อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 5 มิถุนายน 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 5 มิถุนายน 2563

เดินตลาดอย่างปลอดภัย…ปรับตัวทั้งผู้ขายและผู้ซื้อ

สัปดาห์นี้คุยเรื่องของการขายและการซื้อ ที่มีการประชาสัมพันธ์เรื่องโรคโควิด-19 สุขอนามัย และมาตรการต่าง ๆ ที่ขอความร่วมมือจากผู้ซื้อและผู้ขายผ่านทางป้าย เสียงตามสาย และโซเชียลมีเดีย ตลาดได้ขอความร่วมมือกับทางคู่ค้าหมั่นทำความสะอาดแผงค้า จันทร์ที่ 27 เมษายน 2563 เวลา 10.00 น.


หลายสัปดาห์ก่อนผมทำการเจรจากับคุณพ่ออยู่หลายครั้งว่าไม่อยากให้ออกจากบ้านเพราะท่านอายุมากแล้วและอยู่ในกลุ่มเสี่ยง คุณพ่อขอร้องว่าช่วยพาไปตลาดหน่อยเถอะ อยู่บ้านมาตลอดเจ็ดวันไม่ได้ออกไปไหนเลย ขอแค่ไปเดินตลาดเช้าไม่เกินหนึ่งชั่วโมง ผมเห็นใจว่าคุณพ่อชอบจ่ายตลาดมาตั้งแต่ผมยังเล็ก ๆ แล้วท่านก็ทำมาตลอด

ในที่สุดผมก็ใจอ่อนยอมให้คุณพ่อไปเดินตลาดจนได้ แต่มีเงื่อนไขและต้องวางแผนให้รัดกุมครับ โดยไปถึงตลาดแต่เช้ามาก ๆ คนจะได้น้อย ให้คุณพ่อใส่หน้ากากอนามัยให้เรียบร้อย ใส่แว่นตา วางแผนตั้งแต่แรกว่าจะซื้ออะไรบ้าง จะได้รีบไปรีบกลับและไม่ต้องจับอะไรเลย ผมเอาถุงผ้าใบใหญ่ไปด้วย จะซื้ออะไรก็ให้แม่ค้าใส่ของลงมาในถุงผ้าเลย พอถึงบ้านก็ให้คุณพ่อรีบล้างมือฟอกสบู่ แล้วให้ขึ้นไปอาบน้ำและเปลี่ยนชุด 
 
นั่นเป็นฝั่งคนซื้อ ส่วนในมุมของตลาด ด้วยความที่ผมเดินซื้อของแต่ในซูเปอร์มาร์เก็ต ผมไม่ได้เดินตลาดนานมาก จนได้พาคุณพ่อมาเดินตลาดเช้านี่แหละครับ ถึงได้เห็นการจัดการของตลาดเล็ก ๆ ในหมู่บ้านช่วงสถานการณ์โควิด-19 ว่าทางตลาดก็เตรียมการได้ดีพอสมควร อาทิเช่น ให้ร้านแต่ละร้านตั้งแผงขายห่าง ๆ กัน ร้านไหนที่ลูกค้าต้องเลือก เช่น ผลไม้มีเปลือก อาหารใส่ถุงใส่ภาชนะมิดชิดเรียบร้อยแล้ว ร้านนั้นจะเปิดโล่ง

ส่วนร้านไหนขายอาหารประเภทที่ต้องตัก เช่น กับข้าว แกงต่าง ๆ ร้านนั้นต้องทำโครงขึ้นมา คลุมด้วยพลาสติกใส ผมเห็นแม่ค้าและพ่อค้าใส่หน้ากากอนามัยและใส่ถุงมือยางกันทุกคน มีแต่คนไปซื้อนี่แหละครับ บางคนใส่หน้ากากก็จริง แต่ปิดแค่ปากไม่ดึงขึ้นมาปิดจมูก หรือบางคนใส่หน้ากากมาเรียบร้อยดี แต่พอเจอคนรู้จัก กลับดึงหน้ากากออกมาคุยกันเสียอย่างนั้น แถมอายุก็รุ่นคุณพ่อผมทั้งนั้น น่าเป็นห่วงมาก ๆ ครับ


 
ผมสนใจเรื่องตลาดเพราะเป็นสถานที่ค้าขายและพบปะผู้คนที่ผูกพันกับวิถีชีวิตของคนไทยมาตลอด ผมดูตลาดเล็ก ๆ แถวบ้านยังมีการจัดการที่ดีอย่างนี้ ถ้าเป็นตลาดที่มีขนาดใหญ่กว่านี้ เขาจะมีการจัดการอย่างไร โชคดีที่ผมมีเพื่อนทำตลาดอยู่ที่จังหวัดนนทบุรี เธอได้แนะนำให้รู้จักกับคุณอุดมลักษณ์ พงษ์สุพรรณ ผู้จัดการทั่วไปตลาดบางใหญ่
 
คุณอุดมลักษณ์ หรือ “คุณตุ๊ก” ได้ให้ข้อมูลกับผมพอสังเขปว่า ตลาดบางใหญ่เป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดในจังหวัดนนทบุรี มีเนื้อที่ 35 ไร่ มีแผงขายกว่า 2,000 แผง เปิดมาแล้ว 28 ปี ถือเป็นตลาดกลางผักและผลไม้ มีทั้งตลาดกลางวันและตลาดกลางคืน เปิดตลอด 24 ชั่วโมงทุกวัน ถ้าเป็นตลาดกลางวัน ลูกค้าจะมาตั้งแต่ตี 4 จนถึงประมาณ 1 ทุ่ม ลูกค้าก็จะเป็นคนทั่วไปมาซื้อกับข้าวและของสด แต่ถ้าเป็นตลาดกลางคืน กลุ่มลูกค้าจะเป็นรถเร่ขายกับข้าว (รถพุ่มพวง) ร้านอาหารมาซื้อของเป็นวัตถุดิบในครัว เช่น เนื้อสัตว์ ผัก ผลไม้ จะมากันตั้งแต่ 5 ทุ่มจนถึง 9 โมงเช้า
 
ผมอยากทราบว่าตั้งแต่มีสถานการณ์โควิด-19 ตลาดมีการเปลี่ยนแปลงอย่างไรบ้าง คุณตุ๊กเล่าให้ฟังว่า ก่อนรัฐบาลจะมี พรบ.ฉุกเฉินหรือประกาศเคอร์ฟิว ตลาดได้ตั้งคณะทำงานของบริษัทเพื่อวางแผน เตรียมมาตรการ เฝ้าติดตามสถานการณ์และเตรียมการตลอดเวลา เมื่อมีประกาศออกมาแล้ว ทางตลาดก็ได้ดำเนินการตามคำสั่งทันทีในวันที่ 21 มี.ค.ที่ผ่านมา เช่น ปิดร้านเสื้อผ้า ปิดร้านมือถือ ปิดร้านสังฆภัณฑ์ ปิดร้านดอกไม้ ปิดแผงลอตเตอรี่ ส่วนร้านอาหารอนุญาตให้เปิดได้ แต่เฉพาะซื้อกลับบ้านเท่านั้น ทางตลาดก็ยกเก้าอี้คว่ำหมดเลยเพื่อเป็นสัญลักษณ์ว่าห้ามนั่งกินในร้าน “มีประกาศปั๊บ เราทำทันที ” 


 
นอกจากนี้ ทางตลาดก็มีมาตรการเพื่อเพิ่มความมั่นใจด้านสุขอนามัยให้กับผู้ซื้อและผู้ขายมากขึ้น เช่น จากเดิมตลาดเข้าออกได้ทุกทาง เราก็เอาเชือกมาขึง บังคับเส้นทางให้คนเดินมาที่จุดคัดกรองที่ให้เข้าตลาดได้เพียง 4 จุดเท่านั้นสำหรับตลาดกลางวัน มีเครื่องกดเจลแอลกอฮอล์และมีอ่างล้างมือแบบใช้เท้าเหยียบ ซึ่งช่างของตลาดเป็นคนติดตั้งทำกันเอง เพื่อลดการใช้มือสัมผัสให้มากที่สุด มีเจ้าหน้าที่ตรวจวัดอุณหภูมิก่อนเข้าตลาด ถ้าอุณหภูมิเกิน 37.5 องศาไม่ให้เข้า (จะให้นั่งพักก่อน แล้วมาวัดใหม่อีกครั้ง) ทั้งผู้ซื้อและผู้ขายต้องใส่หน้ากากอนามัย มิฉะนั้นห้ามเข้า

กำหนดอายุคนเข้าตลาดทั้งคนซื้อและคนขาย “อายุเกิน 70 ห้ามเข้า เพราะเป็นกลุ่มเสี่ยง” (พ่อผมอดเดินตลาดนี้เลยนะเนี่ย) นอกจากนี้ยังมีการล้างตลาดด้วยน้ำ EM ผสมมะนาวและคลอรีนอย่างสม่ำเสมอ มีการฉีดพ่นฆ่าเชื้อโรคในช่วงแรก (แต่ตอนหลังยกเลิกไปเพราะมีข่าวว่าอาจจะทำให้เชื้อโรคฟุ้งกระจาย) เน้นเรื่องความสะอาดมากกว่าเดิม โดยเฉพาะห้องน้ำทำความสะอาดถี่ขึ้น
 
นอกจากนี้ ยังมีการประชาสัมพันธ์เรื่องโรคโควิด-19 สุขอนามัย และ มาตรการต่าง ๆ ที่ขอความร่วมมือจากผู้ซื้อและผู้ขายผ่านทางป้าย เสียงตามสาย และโซเชียลมีเดีย ตลาดได้ขอความร่วมมือกับทางคู่ค้าหมั่นทำความสะอาดแผงค้า มีเจลแอลกอฮอล์ประจำร้าน เพื่อให้ลูกค้าได้ล้างมือฆ่าเชื้อโรค ซึ่งร้านค้าก็ให้ความร่วมมือดี


 
ผมถามคุณตุ๊กว่า คู่ค้าในตลาดได้รับผลกระทบขนาดไหนและมีการช่วยเหลืออย่างไร คุณตุ๊กบอกว่ามีบางร้านที่ทางการแจ้งว่าให้ปิดต้องห้ามขาย ร้านอาหารบางร้านก็ยอดขายลดลงเพราะลูกค้ามานั่งกินในร้านไม่ได้ อย่างไรก็ตามโดยรวมยอดขายของคู่ค้าในตลาดไม่ได้ลดลงมากสำหรับตลาดกลางวัน บางร้านขายดีขึ้นด้วยซ้ำ ยิ่งโดยเฉพาะช่วงแรกก่อนจะประกาศเคอร์ฟิว คนมาตลาด มาซื้อตุนของสด ของแห้งกันคึกคัก พวกร้านยา เวชภัณฑ์ต่าง ๆ ก็ขายดี

แต่พอหลังประกาศเคอร์ฟิว คนไม่ได้น้อยลงอย่างที่คิด เพราะว่าห้างปิด คนมาเดินตลาดกันเพราะเห็นว่า เปิดโล่ง หรือตอนกลางวันกลุ่มคนทำงานที่ทำงานอยู่กับบ้านก็มา กลายเป็นได้ลูกค้ากลุ่มใหม่ที่ไม่เคยมาเดินตลาด ส่วนคนที่เดินตลาดปกติก็ปรับตัว จากที่เคยมาเวลาหนึ่งเห็นว่าคนเยอะ ก็ขยับเวลาเลี่ยงที่จะมาในเวลาที่คนน้อยกว่า พวกลูกค้าที่เป็นรถเร่หรือรถพุ่มพวงของตลาดกลางคืนที่เคยมาห้าทุ่มเที่ยงคืน ก็ต้องมาถึงตลาดก่อนสี่ทุ่ม (ก่อนเคอร์ฟิว) แล้วพอพ้นตีสี่ก็ออกรถไปขายของได้เลย ส่วนลูกค้ารายย่อยของตลาดกลางคืนก็จะสามารถออกมาซื้อของได้หลังเวลาเคอร์ฟิวตีสี่
 
ส่วนการช่วยเหลือสำหรับร้านที่ได้รับผลกระทบ ทางบริษัทก็จะดูเป็นกรณีไป เช่น ร้านที่ถูกสั่งปิดโดยทางการ ทางตลาดจะยกเว้นค่าเช่าให้ หรือถ้าเป็นร้านอาหาร จะลดค่าเช่าให้ 50% แต่ถ้าเป็นร้านที่ได้รับผลกระทบบางส่วน จะลดค่าเช่าให้ 20%ในเดือนเม.ย.และพ.ค. นอกจากนี้ทางตลาดมีช่องทางการสื่อสารผ่านเฟซ บุ๊กก็จะช่วยประชาสัมพันธ์ร้านต่าง ๆ ให้ด้วย เช่น ร้านอาหารขายได้ยอดน้อยลง ก็ต้องช่วยโปรโมทร้านค้า โดยบอกเบอร์โทรศัพท์ ถ่ายภาพอาหาร และราคา คนส่งโทรศัพท์สั่งได้เลย บางร้านปรับตัวเร็วมีบริการส่งอาหารถึงบ้าน ถ้าร้านไหนไม่มีบริการส่วนนี้ ก็ให้ลูกค้าโทรสั่งแล้วมารับที่ร้าน เพื่อความสะดวก ไม่ต้องรอนาน 
 
มากไปกว่านั้นอีกทางหนึ่งที่ช่วยเหลือพ่อค้าแม่ค้าร้านอาหารภายในตลาด คือ ผู้บริหารและพนักงานของตลาดรวมตัวกันจัดซื้ออาหารจากผู้ค้าวันละ 300 กล่อง นำไปบริจาคแจกให้กับผู้ยากไร้ในชุมชน อำเภอบางใหญ่ ซึ่งเป็นอำเภอที่ตั้งของตลาด นอกจากช่วยผู้ค้าแล้ว ยังแบ่งปันให้กับสังคมและชุมชนที่อยู่อาศัยอีกด้วย 
 
หลังจากนั้น ผมขอเดินไปสำรวจสภาพตลาดและสอบถามความคิดเห็นของร้านค้าในตลาด ผมได้เห็นแนวเชือกขึง สร้างเส้นทางไปยังจุดคัดกรอง ได้ลองเหยียบทั้งที่กดเจลแอลกอฮอล์และอ่างล้างมือ เจ้าหน้าที่ตรวจวัดอุณหภูมิตามมาตรการที่ตั้งไว้ ร้านแรกที่ผมได้คุยกับคนขาย คือร้านโชติมาขนมหวาน เจ้าของร้านเล่าให้ผมฟังว่า ร้านเขาไม่ได้รับผลกระทบเท่าไหร่นัก เพราะปกติขายขนมแบบซื้อกลับบ้านอยู่แล้ว แถมได้ลูกค้าใหม่ด้วยเพราะห้างปิด มีคนใหม่ ๆ มาเดินตลาด

ส่วนมาตรการที่ตลาดออกมาก็ปรับตัวได้ไม่ยากเพราะเห็นด้วย เนื่องจากภรรยาทำงานด้านสาธารณสุข เรื่องใส่หน้ากากก็ปรับตัวได้ หรือเรื่องการเตรียมเจลล้างมือให้กับลูกค้า ไม่มีปัญหา พร้อมให้ความร่วมมือ (ผมประทับใจขนมร้านนี้เป็นการส่วนตัวครับ ถ้าใครได้มา แนะนำให้ลองชิม ขนมข้าวฟ่างราดกะทิ กับลูกตาลนมสด ผมกินแล้วสดชื่นมากครับ)
 

 
อีกร้านคือ ร้านขายผัก น้ำสลัด และสลัดโรล เจ้าของร้านบอกว่า ร้านของเธอได้รับผลกระทบจากการขายส่ง จากเดิมที่รับผักจากในฟาร์มวันละ 150 กิโล ลดลงเหลือวันละ 50 กิโล เพราะลูกค้ากลุ่มที่เป็นโรงเรียนปิด กลุ่มที่ทำงานให้คนทำงานที่บ้าน ร้านอาหารปิด เหล่านี้คือลูกค้าของเธอทั้งนั้น เธอต้องปรับตัว โดยรับผักมาแค่ 50 กิโลต่อวัน ผักที่เหลือต้องทิ้งไว้ในฟาร์ม จัดวันเก็บผักใหม่ ส่วนที่แพ็คมาก็เบาลงและน้อยลง เพื่อให้ประหยัดค่าน้ำมันและค่าขนส่ง

ส่วนผักที่ขายปลีก ยังขายได้ ลูกค้าประจำยังมาซื้อเหมือนเดิม ผมสอบถามเรื่องมาตรการของตลาดที่ต้องมีการเปลี่ยนแปลง เจ้าของร้านบอกว่าส่วนตัวไม่มีปัญหาเพราะเป็นการป้องกันที่ดีแล้ว แม้จะได้ยินลูกค้าบ่นว่าต้องเดินอ้อมเข้าตลาด ไม่สะดวกเหมือนเคย แต่เธอเข้าใจตลาดเพราะต้องมีการคัดกรองคนป่วย เพื่อป้องกันคนปกติที่อยู่ในตลาด
 
คุณตุ๊ก ผู้จัดการทั่วไปตลาดบางใหญ่ทิ้งท้ายไว้ว่า อยากทำตลาดให้ได้ตรงกับสโลแกนที่ตั้งไว้ “ตลาดบางใหญ่ สด สนุก สุข สะอาด” ใครที่อยู่ละแวกนี้ ถ้าชอบมาเดินตลาด ผมแนะนำเลยครับ ตลาดมีพื้นที่กว้างขวาง เดินสบาย ไม่เบียดเสียด ของสด อาหาร ขนมมีให้เลือกมากมายจริง ๆ และมาตรการของตลาดค่อนข้างเข้มงวดและรัดกุม

ส่วนตลาดอื่น ๆ สามารถนำมาตรการของตลาดบางใหญ่ไปปรับใช้ได้ด้วยนะครับ…ผมมีรุ่นน้องทำตลาดศรีเมืองทองที่จังหวัดขอนแก่น นั่นก็มีมาตรการการจัดการในตลาดได้ดีเหมือนกันครับ ลองชมผ่าน VDO นี้ครับ ''ศรีเมืองทองร่วมใจ ห่างไกลโควิด-19''
..............................
คอลัมน์ : ก้อนเมฆเล่าเรื่อง
โดย “น้าเมฆ”
หนังสือเด็กก้อนเมฆ


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 176