อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 16 กรกฎาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 16 กรกฎาคม 2563

กอนช.คาดปริมาณน้ำท่าดีกว่าฝนปี 2562

โอกาสทองของชาวนาไทยปริมาณน้ำท่าดีกว่าฝนปี 2562 พุธที่ 29 เมษายน 2563 เวลา 09.00 น.


“ฤดูฝนปีนี้ดีกว่าปี 62 แน่นอน” ดร.สมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ในฐานะรองผู้อำนวยการกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) ที่มี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน กล่าวถึงสถานการณ์น้ำในฤดูฝนปี 2563

สัญญาณดี ตั้งแต่ 1 มีนาคม-26 เมษายน 2563 มีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้นเป็นช่วง ๆ และมีปริมาณตกหนักช่วงวันสงกรานต์ มีน้ำไหลลงอ่างเก็บน้ำทั่วประเทศกว่า 767 ล้านลูกบาศก์เมตร ประกอบด้วย ภาคเหนือ 175 ล้าน ลบ.ม. ภาคอีสาน 110 ล้าน ลบ.ม. ภาคกลาง 14 ล้าน ลบ.ม. ภาคตะวันตก 118 ล้าน ลบ.ม. และ ภาคใต้ 326 ล้านลูกบาศก์เมตร

“ช่วง 3 เดือน ตั้งแต่ 1 เมษายน-30 มิถุนายน 2563 คาดว่าจะมีน้ำไหลลงอ่างเก็บน้ำ 4,269 ล้าน ลบ.ม. กอนช. ได้เน้นย้ำให้หน่วยงานรับผิดชอบแหล่งน้ำทุกแห่ง เร่งแผนเก็บกักน้ำให้ได้มากที่สุด เพื่อสำรองไว้สำหรับฤดูแล้ง 2563/2564 และพยายามให้เกิดความมั่นคงน้ำให้ได้”



สำหรับฤดูฝน 2563 ดร.สมเกียรติ กล่าวว่า จะอยู่ราวๆ กลางเดือนพฤษภาคม ใกล้เคียงหรือเร็วกว่าปี 2562
การบริหารจัดการน้ำช่วงฤดูฝนมีความสำคัญ หมายถึงการสะสมปริมาณน้ำต้นทุนในอ่างเก็บน้ำและแหล่งน้ำที่จะใช้สำหรับฤดูแล้ง 2563/2564 เพราะปกติในฤดูฝนสามารถใช้น้ำฝนเป็นหลักในการเพาะปลูก โดยเฉพาะข้าวนาปีที่ใช้น้ำมาก โดยกำหนดให้น้ำชลประทานเป็นน้ำเสริม (Supplimentary Irrigation) ในเวลาฝนทิ้งช่วงเท่านั้น

“การบริหารจัดการน้ำฤดูฝนนี้ เนื่องจากปัจจุบันอ่างฯ โดยส่วนใหญ่มีปริมาณน้ำค่อนข้างน้อย จึงมีความสำคัญและต้องละเอียดยืดหยุ่นกว่าที่ผ่านมา ปกติใช้ค่าเฉลี่ยของปริมาณน้ำไหลลงอ่างฯ ย้อนหลัง 30 ปีเป็นเกณฑ์ ข้อมูลนี้อย่างเดียวคงไม่พอแล้ว ยังต้องใช้เกณฑ์การคาดการณ์ในฤดูฝนเป็นช่วงๆ เพิ่มเติมด้วย เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดและเกิดความมั่นคงด้านน้ำ ทั้งเขื่อนที่มีน้ำน้อยกว่า 30% และเขื่อนที่มีน้ำมากกว่า 80%” ดร.สมเกียรติ กล่าว



รอง ผอ.กอนช. กล่าวอีกว่า ในช่วงฤดูแล้งที่ผ่านมา หน่วยงานต่างๆ ได้ระดมแก้ไขภัยแล้ง ทั้งน้ำอุปโภคบริโภค รวมทั้งหาแหล่งน้ำต้นทุนและแหล่งเก็บกักน้ำเพิ่มเติม ทั้งโดยงบประมาณปกติและงบประมาณพิเศษ และคาดว่าจะดำเนินการได้ทันรองรับช่วงฝนตกหนักในเดือนสิงหาคมนี้เป็นต้นไป ซึ่งจะช่วยเพิ่มปริมาณน้ำในระบบได้ดีขึ้นด้วย

สำหรับนาปี 2563 ซึ่งเป็นเศรษฐกิจฐานรากของประเทศ ดร.สมเกียรติ กล่าวว่า เป็นนาทีทองของชาวนาไทยที่จะปลูกข้าว และขายได้ในราคาดีกว่าปีที่ผ่านมา เพราะข้าวเป็นที่ต้องการในตลาดต่างประเทศมาก หลังเกิดวิกฤติเชื้อไวรัสโควิด-19 ระบาด ซึ่งขณะนี้ก็ยังไม่ยุติ โดยองค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) ได้ออกมาเตือนล่วงหน้าว่าอาจเกิดภาวะขาดแคลนอาหาร

 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 24