อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 13 กรกฎาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 13 กรกฎาคม 2563

อยู่คนเดียวมีความสุขดีกว่าจริงหรือ

เรื่องของความโสด ไม่ใช่เรื่องแปลกประหลาดสำหรับสังคมในประเทศจีนอีกต่อไป ทุกวันนี้สภาพสังคมที่มีแต่ความเร่งรีบ พบว่า หนุ่มสาวสมัยใหม่ของจีนครองตัวเป็นโสดมากขึ้น ซึ่งมีมากถึง 200 ล้านคน และการที่อยู่คนเดียวมีความสุขจริงหรือไม่ ไปพบคำตอบกัน...? อาทิตย์ที่ 3 พฤษภาคม 2563 เวลา 10.00 น.


ปัจจุบันนี้สังคมที่ค่อนข้างเร่งรีบ ความทันสมัย รวมถึงความคล่องตัวในการทำงาน ตลอดจนการหาคู่ชีวิตก็เป็นเรื่องที่ไม่ง่าย ทำให้หนุ่มสาวสมัยใหม่ในจีนต้องครองตัวโสดกันมากขึ้น แม้ว่าตามธรรมเนียมจีนนั้น คนเมื่อถึงวัยก็ควรจะสร้างครอบครัว แต่งงาน และมีลูกเพื่อสืบสกุลกันไป จากการสำรวจของกระทรวงมหาดไทยจีนนั้นพบว่า คนที่ครองตัวโสดของจีนนั้นมีมากกว่า 200,000,000 ล้านคน ซึ่งในจำนวนนี้คิดเป็นคนที่อยู่คนเดียวมากกว่า 77,000,000 ล้านคน ซึ่งหากคิดจากประชากรจีนแล้วพูดได้ว่าทุก 7 คนจะมีคนที่โสดอยู่ถึง 1 คน

ในบรรดาคนที่อยู่คนเดียวนั้น มีจำนวนมากที่เป็นวัยรุ่นโสดสนิทอยู่คนเดียว ซึ่งจากการสำรวจพบว่า "มีคนหนุ่มสาวที่อยู่คนเดียวจำนวนมากกว่า 50,000,000 คน แต่สำหรับหนุ่มโสด สาวโสดแล้วนั้น ความโสดทำให้พวกเขาเข้าใจอารมณ์ตนเองได้ดี ทั้งๆ ที่นักจิตวิทยาจะกล่าวว่า หนึ่งในความทุกข์ที่คนยากจะทานทนก็คือความโดดเดี่ยวนั่นเอง"



ระดับความโดดเดี่ยวนั้น มีหลายระดับด้วยกัน ตั้งแต่ระดับแรกไล่ไปเรื่อย ดังนี้คือ ไปช็อบปิ้งคนเดียว ไปกินข้าวที่ร้านอาหารคนเดียว ไปร้านกาแฟคนเดียว ไปดูหนังคนเดียว ไปกินหม้อไฟคนเดียว ไปร้องคาราโอเกะคนเดียว ไปเที่ยวทะเลคนเดียว ไปสวนสนุกคนเดียว ย้ายบ้านคนเดียว และไปผ่าตัดที่โรงพยาบาลคนเดียว เป็นต้น 

ลองดูว่าความโสดอยู่ระดับไหนกัน จากรายงานของเว็บไซต์ในจีน สำรวจพบว่า ร้อยละ 57.7 ของบรรดาคนโสดนั้น พบว่า สิ่งที่ช่วยขจัดความเหงาโดดเดี่ยวได้ค่อนข้างดี มีประสิทธิภาพก็คือ “การใช้จ่าย” หรือจับจ่ายซื้อของนั่นเอง จึงกลายเป็นที่มาของเศรษฐศาสตร์ฉบับคนโสด สังคมในปัจจุบันที่คนหนุ่มสาวนั้น ไม่เพียงแต่อยู่คนเดียว แต่ไม่มีความคิดในเรื่องความอยากที่จะแต่งงาน ใช้ชีวิตคู่ ส่งผลให้อัตราการแต่งงานของคนจีนต้องดิ่งลงอย่างน่าตกใจในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา 



จากสถิติของสำนักงานสถิติแห่งชาติจีนในปี 2018 อัตราการแต่งงานของคนจีนมีเพียงร้อยละ 7.2 เท่านั้น ไม่ว่าจะด้วยเพราะความคิดทัศนคติคนที่เปลี่ยนไป คนทุกวันนี้มีเรื่องให้ทำมากมาย ทำให้คนค่อย ๆ คุ้นเคยกับการอยู่ตามลำพังคนเดียว หรือบางครั้งถึงกับรู้สึกว่า สองคนมันยุ่งยากวุ่นวาย ในสมัยก่อนเวลาเดินเข้าร้านอาหารคนเดียวจะเป็นเรื่องที่แปลกประหลาดมาก บริกรจะไม่ค่อยพอใจ หรืองงได้ว่ามากินอาหารคนเดียว โดยเฉพาะร้านหม้อไฟ 

แต่ในปัจจุบันร้านอาหารหลาย ๆ แห่งในจีนนั้น มีเมนูสำหรับการรับประทานอาหารคนเดียว หรือมีเซอร์ไพรส์ สำหรับคนมาทานอาหารคนเดียวด้วยซ้ำ โดยเฉพาะการไปทานหม้อไฟที่ถึงกับเอาตุ๊กตามานั่งเป็นเพื่อนรับประทาน น่ารักไปอีกแบบไม่เพียงแต่ร้านอาหารเท่านั้น รวมไปถึงการเดินทางท่องเที่ยวคนเดียวก็มาอยู่ในเทรนที่กำลังนิยม ที่ออกโปรโมชั่นตั๋วราคาพิเศษ โรงแรมราคาประหยัดห้องเล็ก ๆ ค่ำไหนนอนนั่นได้เลย หรือแม้แต่ธุรกิจความบันเทิง เช่น คาราโอเกะ ที่สถิติคนมาร้องเพลงคนเดียวนั้นสูงถึงร้อยละ 35.6 และกำลังโตกันต่อไป 



นอกจากร้องเพลงแล้ว ยังไปยิมฟิตเนส หรือไปดูหนังคนเดียว ก็นับวันก็ยิ่งมากขึ้นเรื่อย ๆ แต่เมื่อสรุปรวมจากการวิเคราะห์แล้วจะพบว่า ปัจจัยในการจับจ่ายนั้น มาจากการที่คนหนุ่มสาวจีนกว่าร้อยละ 60 จะเป็นพวกไวท์คอล่าร์ โดยปกติจะยุ่งมากกับทำงานออฟฟิศ จึงไม่มีเวลากับชีวิตส่วนตัวนัก อีกทั้งพวกเค้ามักจะรู้สึกสนุกกับการใช้ชีวิตใหม่ ๆ และชอบอะไรที่สะดวกสบาย ไม่ว่าจะเป็นซื้อของออนไลน์ ไปร้านสะดวกซื้อ สั่งอาหารมากิน เล่นเกมส์ออนไลน์ ความสุขของหนุ่มสาวกลุ่มนี้จึงอยู่ในห้องเล็กๆ ของตนเอง 

การจับจ่ายใช้สอยจึงเป็นสิ่งที่นำมาซึ่งความสุขอย่างง่าย ๆ สบาย ๆ ยิ่งวันก็ยิ่งคุ้นเคยกับชีวิตแบบนี้ และเมื่อต้องมาอยู่กับคนอื่น หรือมีคู่ชีวิตก็อาจจะรู้สึกอึดอัดได้ แต่ว่า แม้ว่าจะสบายแต่ว่าไม่มีความรัก หรือพูดได้ว่า “ความรัก” หายไป แต่ทำอย่างไรได้ โลกกำลังก้าวไปสู่เศรษฐกิจของคนโสด โสดแบบสุขภาพแข็งแรง เช้าไปทำงาน เลิกงานเข้าฟิตเนส ไปกินอาหารและดูหนังฟังเพลงคนเดียวคนรุ่นใหม่จึงต้องเรียนรู้กับการหาความสุขจากชีวิตแบบโสดๆ จะไม่หลบซ่อนหรือหลีกหนีจากความจริงของชีวิต 

หนุ่มสาวไทยล่ะ หรือเทรนนี้เรามากันนานแล้ว “เศรษฐศาสตร์ฉบับคนโสด" หรือ “อยู่คนเดียวถ้ามันดีกว่า…..”

………………….
คอลัมน์ : ฝ่ากำแพงเมืองจีน
โดย “อ.ดร.ศิริเพ็ชร ทฤษณาวดี”
คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 102