อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 13 กรกฎาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 13 กรกฎาคม 2563

เมื่อ 'สารวัตร-ไทน์' กระโดดจาก 'นิยาย' มาสู่ความจริง

ใครเป็นแฟนซีรีส์สุดฮิต #คั่นกู ต้องมาเกาะขอบจอและวิเคราะห์ไปพร้อมๆกันเลยว่าเพราะอะไรทำไมซีรีส์เรื่องนี้ถึงได้ฮอตฮิตและส่งให้หนุ่มหล่อ ไบร์ท-วชิรวิชญ์ และ วิน-เมธวิน โด่งดังในเวลาอันรวดเร็วแบบนี้ พฤหัสบดีที่ 7 พฤษภาคม 2563 เวลา 11.00 น.


ถ้าจะบอกว่าในช่วงที่ผ่านมา คงไม่มีใครฮอตและร้อนแรงไปกว่าสองหนุ่มจากซีรีส์เรื่องดัง “เพราะเราคู่กัน 2gether The Series” หรือ #คั่นกู ทางช่อง GMM TV อย่างหนุ่ม ไบร์ท-วชิรวิชญ์ ชีวอารี และหนุ่ม วิน-เมธวิน โอภาสเอี่ยมขจร ก็คงไม่ผิด เพราะต้องยอมรับจริงๆว่าทั้งสองคนฮอตฮิตติดลมบนไปแล้วกับบทบาท “สารวัตร” หนุ่มนักดนตรีหน้าหล่อ มาดนิ่งที่กุมหัวใจทุกคนไว้อย่างอยู่หมัด กับหนุ่ม "ไทน์" ลีดมหาวิทยาลัยหนุ่มมองโลกในแง่ดีและแสนสดใส ซึ่งหนุ่มไบร์ทและหนุ่มวินถ่ายทอดตัวละครดังกล่าวออกมาได้ดีมากๆ   

        

สัปดาห์นี้ yimyim เลยขอทำตามหัวใจ อุ้ย!ทำตามคำเรียกร้องของแฟนๆที่อยากให้เขียนถึงซีรีส์เรื่องนี้สักหน่อย ซึ่งต้องบอกเลยว่าเรานั้นถูกป้ายยามาดูซีรีส์เรื่องนี้ใน EP9 แล้วและเพียงแค่ EP เดียวเท่านั้น เราก็ไม่สามารถต้านทานเคมีและทุกองค์ประกอบในซีรีส์เรื่องนี้ได้จริงๆ มันทำให้เราหลุดจากโลกของความเป็นจริงเข้าไปสนุก ซึ้งและเรียนรู้ชีวิตของ "สารวัตร-ไทน์" ในซีรีส์พร้อมๆกับพวกเขาทันที



จริงๆต้องยอมรับก่อนว่าการทำ "ซีรีส์วาย" ให้เข้าไปอยู่ในใจของนักอ่านหรือคนอ่านที่มีภาพของสารวัตรและไทน์อยู่ในหัวและจินตนาการอยู่แล้ว มันยากมาก ยิ่งนิยายเรื่องนี้ได้รับความนิยมสุดๆก่อนนำมาสร้างเป็นซีรีส์ มันยิ่งเป็นงานหนักของนักแสดงที่ต้องถ่ายทอดเรื่องราวออกมาให้คนดูลบภาพนั้นและเชื่อในการนำเสนอของตัวเองให้ได้และวันนี้หนุ่มไบร์ทกับหนุ่มวินก็ทำได้แล้วเพราะในซีรีส์เรื่องนี้ เราไม่ได้เห็นเลยว่าเขาคือหนุ่มไบร์ทกับหนุ่มวิน แต่เราเห็นแค่สารวัตรและไทน์ที่มีความรักดีๆให้กันและพร้อมจะเดินเคียงข้างกันตลอดไปนั่นเอง


           
สำหรับซีรีส์เรื่องนี้ ถ้าจะให้จำแนกเหตุผลว่าทำไมซีรีส์คั่นกูถึงดังและสร้างปรากฎการณ์ความนิยมทั้งในไทยและระดับโลกได้มากแบบนี้ เรามาดูไปด้วยกันนะเริ่มจาก
บทละครหรือนิยายที่สนุก เนื้อหาอยู่บนพื้นฐานของความพอดี ไม่มากหรือน้อยเกินไป ไม่ขายฉากเลิฟซีนจนรู้สึกรับไม่ไหว นี่เป็นข้อแรกที่ทำให้ซีรีส์วายเรื่องนี้ต่างจากซีรีส์วายเรื่องอื่นๆ คั่นกูอาจจะไม่ได้เป็นซีรีส์วายที่สมบูรณ์หรือดีที่สุดเท่าที่มีมา แต่คั่นกูมันลงตัวด้วยเนื้อหาที่ต้องบอกว่าเป็นแนวฟีลกู๊ดคือดูหรืออ่านแล้วยิ้มตามได้ไม่ยาก เพราะน้อยมากที่ในเรื่องนี้จะมีการชิงดีชิงเด่นกัน หรือฉากแรงๆที่ทำให้เรารู้สึกเกินรับไหว


           
แน่นอนการทำซีรีส์วายมีหลายเรท ยิ่งเรทแรงๆที่ถอดมาจากนิยายเลยอาจจะได้รับความนิยมจากคนดูบางกลุ่ม แต่การเอาเบบี้เรท ขอใช้คำนี้คือมีเลิฟซีนหรือฉากรักแบบน่ารัก แต่ได้รับความนิยมมันทำยากมาก เพราะมันต้องอาศัยหลายๆองค์ประกอบกว่าจะไปถึงจุดนั้น ซึ่งคั่นกูทำได้และทำได้ดีมากเพราะความสัมพันธ์ของตัวละครที่เสนอออกมา เราแทบไม่ได้เห็นสารวัตรหรือไทน์ในมุมแรงๆเลย แต่เราจะเห็นพัฒนาการความสัมพันธ์ของเขาจากวันแรกที่เริ่มจีบกัน จนในที่สุดความดี น่ารักและใส่ใจของสารวัตรก็ไปละลายหัวใจของไทน์ได้นั่นเอง



ต่อมาเป็นเรื่องของ
การแคสติ้งนักแสดงที่ตรงกับบทเหมือนพวกเขาเดินออกมาจากนิยายยังไงอย่างนั้น จุดนี้ต้องชม GMM TV ที่ตาถึงมากๆ บอกตามตรงตอนแรกนึกภาพไม่ออกว่าหนุ่มไบร์ทจะเป็นสารวัตรได้ยังไง และหนุ่มวินที่ดูแมนๆจะกลายมาเป็นไทน์แบบไหน แต่น่าแปลกเพราะยิ่งถ้าคุณดูพวกเขาแสดงในซีรีส์แล้ว คุณจะเห็นภาพของสารวัตรที่อยู่ในตัวของหนุ่มไบร์ท และคุณจะเห็นหนุ่มวินเป็นไทน์ทันที คือมันลงตัวด้วยตัวนักแสดงจริงๆ

ยิ่งถ้าใครอ่านนิยายมาก่อนจะรู้ว่าสารวัตรเป็นหนุ่มนักดนตรีมาดนิ่ง ที่แสดงออกทางความรู้สึกหรือท่าทางไม่เก่ง เป็นคนนิ่งๆ เงียบๆ ส่วนไทน์จะเป็นคนที่สดใส ทำอะไรด้วยความทุ่มเท ไม่เคยคิดร้ายต่อใคร ซึ่งคุณแค่อ่านคาแรกเตอร์นี้แล้วคุณไปดูซีรีส์ คุณจะเข้าใจเลยว่าสารวัตรและไทน์เขาเดินออกมาจากนิยายมันเป็นยังไง


        
มาที่ประเด็นต่อไป
เคมีนักแสดง จุดนี้ไม่พูดไม่ได้เลยว่าโคตรลงตัว เพราะทั้งไบร์ทและวินก็ทำหน้าที่ของตัวเองได้ดีมากๆ อย่างฉากทะเลาะเราก็จะเห็นเลยว่าตอนนี้สารวัตรน้อยใจไทน์ โกรธหรืองอนกัน พอฉากกุ๊กกิ๊กเราก็เห็นเลยว่าสารวัตรและไทน์เขาเริ่มมีความรู้สึกดีๆต่อกันและเริ่มก้าวข้ามความรู้สึกบางอย่างไปแล้ว และมันก็เป็นฉากที่น่ารักมากๆ ไม่แรงเกินไป  

ส่วนฉากกวนหรือฉากเศร้าก็ทำได้มากๆเช่นกันเพราะมันดูน่ารัก น่าหยิกจนอยากจะบิดหมอนและเข้าไปปาดน้ำตาให้สารวัตรและไทน์จริงๆ อันนี้สปอยยากมากต้องให้แฟนๆพิสูจน์เองในซีรีส์แล้วกันว่าเคมีอะไรบางอย่างที่เราพูดไปมันเป็นยังไง แต่บอกเลยว่ามันไม่ได้ขัดแย้ง แต่มันลงตัวมากจริงๆและมันก็ทำให้จิ้นได้แบบฟินสุดๆเลย


       
ประเด็นต่อมา
ไดอะล็อคและภาษาพูดที่ง่ายต่อการเข้าใจ อันนี้อาจจะต้องชมรวม ทั้งบทโทรทัศน์ที่ถอดแบบนิยายและดึงจุดเด่นของนิยายออกมานำเสนอได้แบบไม่มีสะดุดและก็ไม่น่าเชื่อว่าเราจะสามารถเขินกับคำพูดง่ายๆเรียบๆ แต่เป็นของสารวัตรและไทน์ได้ ส่วนนิยายนั้นก็ไม่ต้องพูดอะไรมาก เพราะภาษาที่ดูง่ายและทันสมัยทำให้นิยายเรื่องนี้ได้รับความนิยมมากๆมานานแล้ว เข้าประเด็นไดอะล็อคต่อ



งานนี้เราขอยกประโยคที่ดูในซีรีส์เรื่องนี้แล้วต้องเขิน ต้องฟิน ต้องอินไปกับสารวัตรและไทน์มาให้รู้กัน อาทิ “มึงมองกูขนาดนี้ เดี๋ยวกูก็จูบให้ล้มเลย” หรือจะเป็น “ก็กูบอกกูจะจีบมึง มึงจะให้กูไปเล็งใคร” หรือ “กูจีบมึงอยู่ มึงไปจีบคนอื่นทำไมวะ” หรือ “กูจองมึงแล้ว มึงห้ามไปจีบใครดิ” หรือ “คนเดียวที่กูชอบมาตลอดคือมึง ไทน์ กูชอบมึง กูชอบมึงมาตั้งแต่วันแรกที่เห็นแล้ว” เรียกว่าทุกคำพูดนั้น เราสามารถเข้าถึงความรู้สึกตัวละครได้เป็นอย่างดี แถมถ้าเป็นใครได้ฟังประโยคแบบนี้แล้วล่ะก็ ไม่รักสารวัตรก็ไม่ไหวแล้วล่ะจริงไหม ><


           
ประเด็นสุดท้ายคือ
การบอกปากต่อปาก จนกลายเป็นไวรัล ซึ่งผลลัพธ์ส่วนหนึ่งเป็นเพราะการแสดงและเคมีของสารวัตรและไทน์ รวมถึงตัวละครสมทบอื่นๆที่ลงตัวจนกลายเป็นซีรีส์ฮิตที่ถูกแนะนำให้ดูตามมากที่สุด ซึ่งมันก็มีพลังมากพอที่จะส่งให้คั่นกูติดเทรนด์ทวิตเตอร์ทุกครั้งที่ออนแอร์แถมดังไกลไปติดเทรนด์โลกอีกด้วย ไม่เพียงเท่านี้ ยอดวิวการดูคั่นกูบน LINE TV และยูทูปยังมียอดรวมทะลุ 300 ล้านวิวแล้วด้วย ไหนจะเพลงประกอบซีรีส์ที่ได้เสียงร้องของหนุ่มไบร์ทมาเพิ่มเติมความฮอต ยังเพิ่งก้าวทะลุ 16 ล้านวิว ++ ไปแล้ว


           
นี่ยังไม่รวมยอดฟอลโลว์ที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วของหนุ่มไบร์ทที่มีคนติดตามกว่า 3.5 ล้านคน รวมถึงหนุ่มวินที่ตามมาติดๆกับ 2.5 ล้านคนแล้ว และทวิตเตอร์ของหนุ่มไบร์ทเองก็เพิ่งฉลอง 1 ล้านฟอลโลว์++ไปเมื่อไม่นานมานี้ และคิดว่ายอดติดตามในโซเชียลจนกว่าจะถึงวันสุดท้ายที่คั่นกูออนแอร์จะส่งผลให้หนุ่มไบร์ทและหนุ่มวินมียอดคนติดตามมากขึ้นอีกแน่นอน นี่ยังไม่รวมทุกครั้งที่หนุ่มไบร์ทหรือหนุ่มวินมาพูดคุยกับแฟนๆผ่านทวิตเตอร์หรือโซเชียลนะ เพราะถ้ารวมที่สองหนุ่มออกมาพูดคุยจะมีการติดแฮชแท็กของเจ้าตัวจนขึ้นอันดับ 1 แทบทุกครั้ง


           
จริงๆต้องบอกเลยว่า “ปรากฎการณ์” แบบนี้ไม่ได้มีให้เห็นกันบ่อยๆ มันอาจจะไม่ใช่ความ “บังเอิญ” ที่ทำให้คั่นกูโด่งดังเป็นพลุแตกและได้รับความสนใจมากขนาดนี้ แต่มันน่าจะมาจากเหตุผลง่ายๆที่รวมทุกอย่างไว้ด้วยกันจนกลายเป็นคำว่า “ลงตัว”มากกว่าและยิ่งใครที่เป็นแฟนคลับของ “สารวัตร-ไทน์” อยู่แล้ว คุณจะได้เห็นเลยว่าการที่เขากระโดดออกมาจากนิยายแล้วมาอยู่ในโลกของความเป็นจริงมันเป็นยังไง ไม่เชื่อลองพิสูจน์ดูสัก EP สิแล้วคุณจะเข้าใจ

-----------
คอลัมน์
“1 Day With ซุปตาร์”
โดย “yimyim”
ขอขอบคุณภาพประกอบจากอินสตาแกรม @bbrightvc , @winmetawin , @gmmtv และ LINE TV



คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 191