อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 13 กรกฎาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 13 กรกฎาคม 2563

จีนตัดสินใจอย่างไร กลับมาเปิดเทอมเลยหรือ

ท่ามกลางการระบาดของโควิด -19 ไปยังหลายๆ ประเทศทั่วโลก ในขณะที่จีนเองก็สามารถคุมสถานการณ์ไม่ให้กลับมาเกิดของการระบาดรอบสองได้อย่างค่อนข้างดี ขณะนี้ได้มีบางโรงเรียนในหลายมณฑลเริ่มกลับมาเปิดเรียน โดยมาตรการเหล่านี้ก็ให้ขึ้นกับความพร้อมของแต่ละโรงเรียน และสภาพการณ์ของแต่ละมณฑล อาทิตย์ที่ 10 พฤษภาคม 2563 เวลา 10.00 น.

 
ท่ามกลางการระบาดของโควิด -19 ไปยังหลายๆ ประเทศทั่วโลก ในขณะที่จีนเองก็สามารถคุมสถานการณ์ไม่ให้กลับมาเกิดของการระบาดรอบสองได้อย่างค่อนข้างดี ไม่ว่าจะเป็นการขอร้องให้คนจีนในต่างประเทศอย่าเพิ่งกลับมา หรือค่อยๆ ทยอยกลับมา เพื่อให้สามารถจัดการการตั้งรับได้อย่างดี
 
ขณะนี้ได้มีบางโรงเรียนในหลายมณฑลเริ่มกลับมาเปิดเรียน โดยมาตรการเหล่านี้ก็ให้ขึ้นกับความพร้อมของแต่ละโรงเรียน และสภาพการณ์ของแต่ละมณฑล และทยอยเปิดในระดับที่มีความจำเป็นก่อน โดยหลายโรงเรียนจัดให้มีการเรียนการสอนเพียงชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 และมัธยมศึกษาปีที่  3 โดยทุกโรงเรียนจะยึดมาตรการในการรักษาระยะห่างของทั้งนักเรียน และครูอาจารย์ ตั้งแต่การใส่หมวกที่ติดอุปกรณ์ยื่นออกมาบังคับให้เด็กต้องห่างออกจากกัน บางโรงเรียนจะมีอาจารย์คอยดูและประกาศเตือนเมื่อนักเรียนเข้าใกล้กันเกินไปโดยให้มีระยะห่างกันที่ 1 เมตร


 
ทั้งนี้ ชั่วโมงแรกหรือบทเรียนแรกของการกลับมาเรียนคือ การเรียนรู้การอยู่ร่วมกันภายใต้สถานการณ์การระบาดของเชื้อโควิด – 19 ตั้งแต่ทำเป็นตำราง่ายๆ PPT คลิปหนังสั้นๆ และกฎระเบียบที่จะต้องปฏิบัติร่วมกัน
 
อย่างไรก็ตาม ในหลายโรงเรียนก็ได้เริ่มเปิดเรียนออนไลน์ไปแล้วตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ มีนาคม โดยบางโรงเรียนได้เรียนออนไลน์กันไปกว่า 2 เดือนแล้ว เช่นในมณฑลซันซีที่มีโรงเรียนกว่า 367,000โรงเรียนที่อนุญาตให้นักเรียนระดับมัธยมศึกษาปีที่ 3 กลับมาเรียนกันก่อน และได้พบปัญหาจำนวนหนึ่ง เป็นต้นว่าการเรียนก่อนสอนที่ดำเนินไปช้ากว่าที่ควรเป็น ประสิทธิภาพในการเรียนไม่ดีเท่าที่ควร หรือแม้แต่วินัยในการเรียนของนักเรียนที่ผ่านมากับการเรียนออนไลน์จะไม่ดี ซึ่งโรงเรียนจะได้จัดมาตรการที่เหมาะสม เช่นการเปิดห้องเรียนพิเศษ และระบบที่ดีและเหมาะสมกับนักเรียนในสถานการณ์ที่ยังไม่ปกติ
 


ทั้งนี้บางโรงเรียนได้แบ่งนักเรียนให้เข้าเรียนเป็นรอบ รอบแรกเข้าเรียนเวลา 7.20 และอีกรอบเข้าเรียนสายกว่า 10 นาที นักเรียนที่ต้องรับประทานอาหารเที่ยงที่โรงเรียนจะมีสถานที่หรือโต๊ะนั่งประจำ โต๊ะละ 1 คน ในเมืองปักกิ่งนั้น แม้ว่าจะเพิ่งให้เด็กนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 กลับมาเรียนเช่นกัน ก็จะมีมาตรการตั้งแต่มาถึงโรงเรียนต้องวัดไข้วันละ 2 ครั้งจึงจะเข้าเรียนได้โดยในครั้งแรกจะเป็นการวัดด้วยเครื่องวัดอินฟราเรด

ส่วนครั้งที่ 2 จะเป็นการวัดด้วยเทอร์โมมิเตอร์แบบปรอทซึ่งจัดเตรียมให้กับนักเรียนทุกคนคนละ 1 อันเมื่อใช้เสร็จจะทำความฆ่าเชื้อทำความสะอาด เพื่อให้ได้อุณภูมิที่ถูกต้องแม่นยำ เพราะบางครั้งการใช้เครื่องวัดอุณหภูมิแบบอินฟราเรดอาจมีการผิดพลาดได้ ดังที่เรามักเจอตอนเข้าร้านค้าในบางครั้ง เพราะแจ้งว่าอุณหภูมิ 34 องศา (สงสัยว่าเราคงเป็นพวกสัตว์เลือดเย็น เพราะอุณหภูมิต่ำเกินไป) แล้วก็อนุญาตให้เข้าไปโดยไม่แปลกใจอะไร  

นอกจากนี้แล้ว ในโรงเรียนส่วนมากก็จะมีการติดตั้งอ่างล้างมือแบบอัตโนมัติกลางแจ้งและน้ำยาล้างมือ โดยการล้างมือก็จะดำเนินโดยไม่ให้สัมผัสกับคนอื่นและอุปกรณ์ใดๆ  
 
ในด้านการเรียนการสอนก็จัดให้มีการกระจายเพื่อความแออัดของชั้นเรียน และแยกโต๊ะเรียนนั่งเดี่ยวทุกคน โดยเว้นระยะห่าง และกำหนดเวลาเรียนแต่ละวิชาตามความเหมาะสม และในทุกวันเมื่อกลับบ้านแล้ว ตอนกลางคืนจะมีการเรียนออนไลน์ 1 คาบทุกวัน อีกทั้งยังกำนดการสั่งการบ้านไม่ให้เกิน 30 นาทีในแต่ละหมวด นอกจากนี้นักเรียนจะต้องเรียนพลศึกษาอาทิตย์ละ 3 ครั้งให้เด็กๆ ได้ออกกำลังกาย และหากเป็นการวิ่งเยาะๆ จะอนุญาตให้ไม่ต้องใส่หน้ากากได้ แต่ต้องเว้นระยะห่าง
 
ในการรับประทานอาหารก็พยายามจัดให้มีระยะห่าง และในหลายโรงเรียนก็จัดให้เป็นโรงอาหารปลอดเสียง โดยไม่อนุญาตให้คุย และหากต้องการเติมอาหารก็ให้ใช้สัญลักษณ์บอกครู เช่น ยกมือชูกำปั้นหมายถึง ขอเติมข้าว ยกมือชู 1 นิ้วหมายถึง ขอเติมน้ำซุป และยกมือชู 5 นิ้วหมายถึงขอเติมกับข้าว เพื่อหลีกเลี่ยงการกระจายของฝอยละอองน้ำลายในอากาศ


 
ท่ามกลางความรู้สึกกังวลใจอย่างลึกๆ ของพ่อแม่ผู้ปกครองจำนวนมาก แต่ก็มีบางครอบครัวที่เฝ้ารอวันที่จะได้ส่งมอบนักเรียนกลับคืนสู่การเรียนการสอนของโรงเรียนเสียที เพราะครั้งนี้นับเป็นการปิดเทอมครั้งแรกเลยก็ว่าได้ที่เด็กๆ ต้องอยู่บ้านกับพ่อแม่ผู้ปกครองตลอดเวลา ซึ่งมีความวุ่นวาย ดื้อดึงกันไปตามแต่ละบ้าน จนทำให้บางครอบครัวเริ่มรู้สึกว่าทนไม่ไหวแล้ว เพราะคุมกันไม่ได้ อยากจะรีบๆ ให้โรงเรียนกลับมาเปิดเรียนตามปกติเสียที เมื่อต้องอยู่บ้านด้วยกันนานๆ ก็เกิดความเครียดขึ้น ในใจของพ่อแม่หลายท่าน จึงค่อนข้างขัดแย้งกันเอง ใจหนึ่งก็อยากจะส่งไปโรงเรียนเร็วๆ อีกใจหนึ่งก็กังวลใจในความปลอดภัย
 
อย่างไรก็ตาม โรงเรียนทั่วประเทศในจีนจะให้ความสำคัญกับสุขภาพและความปลอดภัยของนักเรียนเป็นเรื่องสำคัญที่สุด  และจะต้องยึดปฏิบัติตามนโยบายและกฎเกณฑ์เป็นข้อๆ อย่างเป็นรูปธรรมชัดเจนอย่างเคร่งครัดตามนโยบายของกระทรวงศึกษาของจีน
 
ประเทศไทยล่ะ เตรียมความพร้อมไปถึงไหน น่าจะเปิดโอกาสให้แต่ละโรงเรียนปฏิบัติตามความเหมาะสม โดยยึดเอาพื้นฐานของแต่ละโรงเรียนเป็นที่ตั้ง เด็กๆ และผู้ปกครองมีความพร้อมเพียงใด เพราะแต่ละโรงเรียนคงมีความพร้อมต่างกันไป ไม่ควรบังคับให้เด็กๆ ต้องทำเหมือนกันหรือทุกโรงเรียนต้องปฏิบัติเหมือนกัน ถ้ายังไม่สะดวกในการกลับมาเรียนก็น่าจะอนุโลมไปก่อน

โดยให้มีมาตรการที่ระมัดระวังและดำเนินการโดยยึดเอาความสำคัญของสุขภาพและความปลอดภัยเป็นที่ตั้งก่อน เรียนเร็วเรียนช้านั้นค่อยเป็นค่อยไป หรือจะเปิดให้มีการเรียนที่บ้าน และเปิดโอกาสในการสอบเทียบระดับก็ดี กระทรวงศึกษาน่าจะเริ่มนำร่องการเปิดสอบเทียบให้กับนักเรียนในรุ่นนี้ไปด้วย จนกว่าเราจะสามารถมีความปลอดภัยอย่างชัดเจนดีกว่าหรือไม่

………………….
คอลัมน์ : ฝ่ากำแพงเมืองจีน
โดย “อ.ดร.ศิริเพ็ชร ทฤษณาวดี”
คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 99