อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 5 มิถุนายน 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 5 มิถุนายน 2563

เศรษฐกิจไตรมาส2สาหัส!! ปั้นกองทุน5หมื่นล.อุ้มได้แค่ไหน?

เศรษฐกิจไทยในปีนี้ จะผงกหัวขึ้นมาหายใจกันได้บ้าง แต่สุดท้าย สำนักวิจัยต่างให้มุมมองในทางตรงกันข้าม !!! คือกลายเป็นว่ายิ่งดิ่งเหว จันทร์ที่ 11 พฤษภาคม 2563 เวลา 08.00 น.


อ้าวววว… เผลอแป๊ปเดียว ผ่านไป 5 เดือนกว่า ซะแล้ว หลาย ๆ คน ยังมะงุมมะงาหรา หลาย ๆ คนยังหาทางออก ทางก้าวข้าม หลาย ๆ คน ยังต่อสู้กับเจ้าไวรัสโควิด-19 อยู่เลย

แถมบรรดานักวิชาการ ผู้เชี่ยวชาญ ต่างพากันออกมาบอกว่าประเทศไทยยังต้องเผชิญกับไวรัสร้ายชนิดนี้อยู่ไปอย่างน้อยอีก 1 ปี บางคนก็บอกว่าอยู่กันไปตลอดๆ แบบนี้ล่ะ จะอย่างไรก็ไม่หมดไป ก็เหมือนกับสารพัดโรคที่มีอยู่บนโลกใบนี้นั่นแหล่ะ
 
แต่ด้วยวิวัฒนาการสารพัดรูปแบบ ก็จะทำให้เราสามารถรักษา สามารถป้องกัน สามารถรับมือ สามารถรักษา สามารถต่อสู้กับโรคร้ายชนิดนี้ได้ ก็เท่านั้น!!!
เอาเป็นว่า…ชีวิต ก็ต้องเดินหน้า ก็ต้องต่อสู้กันไปตามวิถีของแต่ละคน ใครปรับตัวได้เร็ว ก็อยู่รอดต่อไปได้อย่างปลอดภัย ใครปรับตัวได้ช้า หรือปรับตัวไม่ทัน ก็อาจต้องล้มหายตายจากกันไป


 
เพราะอย่าลืมว่า ก่อนที่โลกใบนี้…จะต้องวิกฤติจากพิษของไวรัสชนิดนี้ ก็ได้เผชิญสารพัดสารพันปัญหา จนส่งให้ระบบเศรษฐกิจต้องสะดุด เมื่อมาเจอกับพิษร้ายที่อุบัติขึ้นใหม่ถาโถมเข้าให้อีก ก็ยิ่งทำให้เศรษฐกิจดิ่งลงๆ
 
จากที่เคยคาดการณ์ จากที่เคยมีมุมมองว่า เศรษฐกิจไทยในปีนี้ จะผงกหัวขึ้นมาหายใจกันได้บ้าง แต่สุดท้าย สำนักวิจัยต่างให้มุมมองในทางตรงกันข้าม !! คือกลายเป็นว่ายิ่งดิ่งเหว

หากจำกันได้ มีหลายคน หลายฝ่ายต่างออกมาทำนายทายทักกันว่า ปี 63 นี้ จะกลายเป็นปี “เผาจริง” เพราะด้วยสารพัดพายุที่เข้ามาถาโถม แต่ในเวลานั้นใครต่อใครก็ยังไม่มีใครรู้ หรือคาดไม่ถึงว่าจะมีพิษร้ายจากไวรัสโควิด-19 เข้ามาผสมโรงด้วย
 
จึงไม่ใช่เรื่องแปลกเรื่องแหวกแนวอะไร ที่คุณ ๆ ท่าน ๆ จะได้เห็นเศรษฐกิจไทยในปีนี้ติดลบ หรือไม่ขยายตัวมาแต่หัววัน โดยเฉพาะ การแถลงตัวเลขเศรษฐกิจไทยในอีกไม่กี่วันนี้จากสภาพัฒน์


 
ส่วนจะเป็นตัวเลขเท่าไหร่ ยังไง แบบไหน ก็ต้องรอการประกาศที่ชัดเจนต่อไป เพราะก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 17 ก.พ.ที่ผ่านมา สภาพัฒน์ เองก็เปรยๆไว้ก่อนแล้วว่าอาจจะได้เห็นจีดีพีไทยในไตรมาสแรกนี้ติดลบ หลังจากที่จีดีพีในไตรมาสที่สี่ ของปี 62นั้น ต่ำที่สุดในรอบ 21 ไตรมาส นับจากไตรมาสสุดท้าย ของปี 57
 
ที่สำคัญการแถลงตัวเลขในครั้งนั้น ยังไม่มีปัจจัยเรื่องผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 มาคำนวณรวมกันไปด้วย แต่ในรอบนี้ ก็จะได้เห็นความเสียต่อระบบเศรษฐกิจที่เกิดขึ้น แม้ยังไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วยในไตรมาสแรก ของปีนี้ ก็ตาม
 
แต่ไม่เพียงเท่านั้น ที่ยิ่งน่าจับตามองแบบห้ามกระพริบตา ก็คือ ผลกระทบที่มาอย่างเต็มเปาในไตรมาสที่สอง ที่อาจได้เห็นตัวเลขจีดีพีติดลบ เป็นเลขสองหลักกันทีเดียว


 
ก่อนหน้านี้ “อ.ดำ-ธนวรรธน์ พลวิชัย” อธิการบดี มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ออกมาระบุว่า พิษภัยของไวรัสโควิด-19 ได้แผลงฤทธิ์ทำร้ายเศรษฐกิจไทยในปี 63 นี้ไม่น้อยกว่า 1 ล้านล้านบาทกันทีเดียว โดยในไตรมาสแรกกแม้จะยังไม่เต็ม 100% แต่ก็ทำให้เงินในระบบเศรษฐกิจหายไปไม่น้อยกว่า 3-4 แสนล้านบาทแล้ว
 
ส่วนธนาคารแห่งประเทศไทย หรือแบงก์ชาติ ก็เชื่อว่า ผลของไวรัส จะฉุดให้เศรษฐกิจไทยในไตรมาสสองนี้ หดตัวหนักที่สุด ลงลึกมากที่สุด ขนาดที่ว่าไตรมาสแรกก็แย่แล้ว แต่ไตรมาสสอง จะยิ่งหนักหนาสาหัสกว่าแน่
 
เมื่อหนักที่สุด ลึกที่สุด ก็ย่อมต้องผงกหัวขึ้นในไตรมาสที่ 3 และ 4 ที่จะดีขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ถ้าควบคุมสถานการณ์ได้ แบบไม่ประมาท การ์ดอย่าตก 
 
แต่อย่างไรก็ตามคนไทยทุกคน ก็หนีพิษโควิด ไม่พ้น สุดท้ายแล้วเชื่อว่าเศรษฐกิจไทยปี 63 ก็หนักหนาสาหัส เพราะเศรษฐกิจไทยจะหดตัวมากถึง 5.3% ตามที่แบงก์ชาติเค้าประมวลรวมเอาไว้


 
ในแง่รัฐบาลเองที่ต้องรับผิดชอบดูแลปากท้องของคนไทยตาดำ ๆ ทั้งประเทศ แม้จะอัดเงินใส่เข้าระบบสารพัดทุกรูปแบบไปแล้ว แต่ก็ใช่ว่าจะเพียงพอ เพราะรู้อยู่แก่ใจอยู่แล้วว่าหนักหนาสาหัส
 
โดยเฉพาะในไตรมาสที่สองนี้ ที่บางส่วนอาจไม่มีงาน ไม่มีเงินพอเลี้ยงชีพได้ จึงต้องทำแผนเตรียมการล่วงหน้า โดยเฉพาะเมื่อเกิดปรากฎการณ์ นิว นอร์มอล  หรือความปกติที่เกิดขึ้นใหม่ ยิ่งต้องหาทางรับมือ
 
ที่เห็นได้ชัด ๆ คือเรื่องของการกลับไปทำงานที่บ้าน กลับภูมิลำเนา ไปใช้ชีวิตในบ้านเกิดของตัวเอง ซึ่งชุมชน หรือหมู่บ้านของตัวเองต้องแข็งแกร่ง จึงต้องนำเอาหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาเป็นแผนที่ในการนำทางชีวิต
 
ที่สำคัญต้องตั้งกองทุนพื้นฟูเศรษฐกิจฐานรากตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและธุรกิจชุมชนสร้างไทย โดยขอจัดสรรเงินมาจากพ.ร.ก.กู้เงิน 1 ล้านล้านบาท เข้ามาช่วยธุรกิจ เอสเอ็มอีเกษตร ให้ลงทุนขยายการผลิต และจ้างงานในท้องถิ่นเพิ่มเติม ซึ่งทั้งหลายทั้งปวง หากครม.ลุงตู่ไฟเขียว ก็เดินหน้าต่อเนื่องทันที
 
ทั้งหลายทั้งปวง… คงต้องจับตาดูกันต่อไปว่าแผนรับมือ นิว นอร์มอล ครั้งนี้จะลุล่วงได้มากน้อยแค่ไหน?
.....................................
คอลัมน์ : เศรษฐกิจจานร้อน
โดย “ช่อชมพู”


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    50%
  • ไม่เห็นด้วย
    50%

บอกต่อ : 84