อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 16 กรกฎาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 16 กรกฎาคม 2563

"ปิยบุตร"พาดพิง"องคมนตรี" หรือจะเข้าข่าย"ทฤษฎีสมคบคิด"

ใครอ่านความเห็น “นายปิยบุตร แสงกนกกุล “ อดีตเลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) ซึ่งเปลี่ยนมารับบทเป็น “คณะก้าวหน้า“ ได้ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ “นายนุรักษ์ มาประณีต” หลังได้รับการโปรดเกล้าฯแต่งตั้งเป็น”องคมนตรี” ก็คงนึกไม่ถึงว่า นักวิชาการคนดังจะกล้าให้ความเห็นในเรื่องละเอียดอ่อน และกระทบกับสถาบันเช่นนี้ อังคารที่ 12 พฤษภาคม 2563 เวลา 09.00 น.


แม้ว่านักวิชาการคนดังที่เคยเป็นแกนนำกลุ่มนิติราษฎร์ จะออกมาชี้แจงทำนองว่า “ข้ออ้างที่ว่านายนุรักษ์ได้เป็นองคมนตรีแล้ว จึงไม่สมควรอภิปรายถึงการทำงาน ที่ผ่านมาฟังไม่ขึ้น

หากเรายึดถือตามนี้ ก็กลายเป็นว่าบุคคลใดได้ดำรงตำแหน่งองคมนตรีแล้ว บุคคลนั้นจะหลุดพ้นจากการตรวจสอบ ศึกษา หรืออภิปรายใดๆ ถึงการกระทำหรือผลงานต่างๆ ก่อนที่เขาจะดำรงตำแหน่งองคมนตรีอย่างนั้นหรือ”



ก่อนหน้านี้ "นายปิยบุตร" ได้ระบุในเฟซบุ๊กของตัวเอง ไล่ย้อนเส้นทางของนุรักษ์ โดยเฉพาะการตัดสินคดีต่างๆ สมัยเป็นตุลาการรัฐธรรมนูญและตุลาการศาลรัฐธรรมนูญรัฐธรรมนูญร่วม 12 ปี ว่าเคยตัดสินคดีสำคัญๆ อะไรมาบ้าง



จริงๆใครที่ติดตามบทบาทนักวิชาการ ซึ่งเคยเป็นแกนนำกลุ่มนิติราษฎร์ ต่างก็รับรู้มาตลอดว่า นายปิยบุตรมักพูดจา พาดพิงสถาบันเป็นประจำ เคยพยายามผลักดันให้แก้ไขกฎหมายอาญามาตรา 112 นั่งจัดรายการร่วมกับ นายสมศักดิ์ เจียมธีรสกุล“ ผู้ต้องหาหลบหนีคดีล่วงละเมิดสถาบัน โดยบุคคลทั้งสอง ต่างออกมาตั้งคำถามว่า “หลังจากรัชกาลที่ 9 สวรรคตแล้ว กฎหมายอาญามาตรา 112 ยังมีผลบังคับใช้อยู่อีกหรือไม่

จนนำมาสู่เสียงวิจารณ์อย่างกว้างขวาง เพราะทุกวันนี้กฎหมายอาญามาตรา 112  ก็ยังมีผลบังคับใช้ และกลายเป็นคำถามตามมาว่า บุคคลที่มีความสามารถด้านกฎหมาย จะพลาดเรื่องง่ายได้อย่างไร  นอกจากนี้นายปิยบุตรยังก็เคยเสนอว่า พระมหากษัตริย์ต้องสาบานตนก่อนรับตำแหน่ง ห้ามมีพระราชดำรัสกับประชาชน

อย่างไรก็ตามความเห็นนายปิยบุตร ที่พาดพิง องคมนตรี คนล่าสุด ก็ถูกหลายฝ่ายตอบโต้อย่างรุนแรง แม้กระทั่งสมาชิกพรรคเพื่อไทย (พท.) ซึ่งเป็นพันธมิตรของ “คณะก้าวหน้า “ และ “พรรคก้าวไกล“



นางกุสุมาลวตี ศิริโกมุท” อดีต ส.ส.มหาสารคาม พท.  ให้ความเห็นว่า นายปิยบุตรไม่สมควรกระทำ ไม่รู้กาละเทศะ ไม่เข้าใจบริบทของสังคมไทย พอคิดว่าตัวเองแน่ ตัวเองเก่ง เป็นฮีโร่ทางสังคมนั้น ต้องเข้าใจทุกคนมีต้นทุนทางสังคม

การเหยียดหยามผู้อื่นว่าทำผลงานเพื่อจะได้มีสิ่งตอบแทน คือการเป็นองคมนตรีนั้น ฟังดูรุนแรง และก้าวล่วงถึงสถาบันหลักของชาติ มันสะท้อนตัวตนของผู้พูดว่าคิดอะไรอยู่ แต่ก็เข้าใจว่าทำไมถึงได้โหวตสวนร่าง พ.ร.ก.ในสภา ที่ท้าทายสถาบัน ก็ทำมาแล้ว แต่การเหยียดหยามบุคคลอย่าง นายนุรักษ์นั้น อยากบอกว่าช่วยทบทวนแนวคิดด้วย

การออกมาให้ความเห็นของ นางกุสุมาลวตี“ ถูกมองว่า ได้รับใบสั่งจากแกนนำพท. ด้วยต้องการส่งสัญญาณให้สังคมรับรู้ว่า  ไม่ได้เห็นด้วยกับ “นายปิยบุตร” หลังเคยทำความผิดพลาดอย่างใหญ่หลวง กรณีดึง “ บุคคลชั้นสูง“ มาเป็นหัวหน้าพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) จนพรรคต้องถูกยุบ กลายเป็นบาดแผล ที่ยากจะทำให้สังคมลืมเลือนได้



ส่วน ”นายวัชระ เพชรทอง “ อดีตส.ส.พรรคประชาธิปัตย์  ก็ระบุว่า การวิพากษ์วิจารณ์บุคคลที่ได้รับการแต่งตั้งเป็นองคมนตรี ทำให้เกิดคำถามถึงจรรยาบรรณของความเป็นครูอาจารย์ และจรรยาบรรณของนักการเมืองผู้ที่อ้างว่ามีความคิดก้าวหน้าเลิศเลอ และต้องถามถึงเจตนาของนายปิยบุตรว่าต้องการอะไร มีเจตนาพิเศษอะไรหรือไม่ 

"ต้องการให้บุคคลที่ชื่นชอบศรัทธาตามแนวทางการเมืองของตนให้เข้าใจในกรณีการแต่งตั้งองคมนตรีนี้ไปในทิศทางใด เป็นบวกหรือเป็นลบกับประเทศชาติ เป็นการสร้างสรรค์สังคมหรือกัดเซาะสถาบันใดหรือไม่ รวมทั้งมีเจตนาซ่อนเร้นเป็นนัยยะทางการเมืองประการใด ทั้งที่จริงๆแล้วนายปิยบุตรควรมีจรรยาบรรณและมารยาททั้งทางวิชาการและการเมือง

กอปรกับรัฐธรรมนูญแทบทุกฉบับก็เขียนไว้ชัดเจนแล้วว่าการแต่งตั้งหรือให้พ้นจากตำแหน่งองคมนตรี เป็นไปตามพระราชอัธยาศัยขององค์พระมหากษัตริย์ เมื่อรัฐธรรมนูญบัญญัติเช่นนี้มาแต่โบราณ

การที่นายปิยบุตรเขียนเฟซบุ๊กเหน็บแนมบุคคล ที่ได้รับการแต่งตั้งตามรัฐธรรมนูญ เพื่อชักจูงจิตใจผู้หลงศรัทธาตนให้เกิดความคล้อยตามในจิตอคติเฉพาะตน จึงเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสม อย่างยิ่งที่บุคคลผู้เป็นอาจารย์และผู้นำทางการเมืองจะกระทำเยี่ยงนี้"



ขณะที่ “นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์“ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี ระบุว่า นายปิยบุตร เหมือนคนสิ้นคิด ไร้สติ ไร้จิตสำนึก มิบังควรอย่างยิ่ง เป็นการก้าวล่วงพระราชอำนาจ ทำให้คนไทยเห็นชัดเจนว่านายปิยบุตร มีความจงรักภักดีต่อสถาบันเบื้องสูงหรือไม่ พฤติกรรมเช่นนี้สังคมไทยมิควรให้อภัยได้กับคนที่ไม่รู้จักคำว่า"ฟ้าสูงแผ่นดินต่ำ"ไม่สมควรที่ลูกศิษย์ลูกหาจะนับถือเป็นครูบาอาจารย์ ไม่มีวุฒิภาวะผู้นำที่ดีต่อเยาวชนเลยสักนิด

ประเทศนี้คือประเทศไทย จำให้ขึ้นสมองที่นี่คือประเทศไทย ไม่ใช่ประเทศในอวกาศตามจินตนาการของคุณปิยบุตร ที่นี่เราคนไทยทุกคนมีความจงรักภักดีเทิดทูนต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ผืนแผ่นดินนี้ราชวงศ์ทุกรัชสมัยทุ่มเทปกป้องแลกมาด้วยเลือดเนื้อ

ด้วยชีวิตจนทำให้พวกเรามีที่อยู่ที่กินที่อาศัยจนมาถึงลูกหลานเหลนโหลนตราบเท่าทุกวันนี้ นายปิยบุตร ไม่เคยศึกษาประวัติศาสตร์ชาติไทยหรืออย่างไร จึงไม่รู้ว่าอะไรควรหรือไม่ควรวิจารณ์ ไม่รู้หรือว่าคนไทยพร้อมพลีชีพเพื่อปกป้องสถาบันเบื้องสูง เพราะคนไทยมีความจงรักภักดีเป็นที่สุด



เช่นเดียวกับ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม” สมาชิกพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) เจ้าของแคมเปญต่อต้าน “คนชังชาติ “ได้โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก เนื้อหาระบุถึง เรื่อง ทฤษฎีสมคบคิด (conspiracy theory)” ระบุว่า แทนที่จะช่วยกันผลักดันประเทศ เพื่อฟันฝ่าวิกฤตโควิด ให้ประชาชนปรับตัวได้กับวิถีปกติใหม่ (new normal) “ปิยบุตร” กลับทำตรงกันข้าม อย่าคิดว่าคนไทยรู้ไม่ทันกับสิ่งที่คุณทำนะ อย่างน้อยสองเหตุการณ์ล่าสุด คือ การกระทบไปที่ “ท่านนุรักษ์” หลังจากที่ได้รับโปรดเกล้าฯ เป็นองคมนตรี และล่าสุด รายการ Interregnum เรื่อง “ชาติตกอยู่ในอันตราย!”

คนไทยส่วนใหญ่รู้นะว่า มี “ทฤษฎีสมคบคิด” กับพวกฝรั่ง ในช่วงเวลาที่ขานรับกัน มีฝรั่งคนหนึ่งจัดฉากทำบางอย่าง และ ฝรั่งอีกคนปั่นข่าวบิดเบือนร่วมกับคนไทยชังชาติ ส่วนในประเทศก็สร้างกระแสทำนองเดียวกัน “ปิยบุตร” อาจจะมีภรรยาเป็นฝรั่ง และมีแนวโน้มจาบจ้วงสถาบันฯ ด้วย คุณจึงไม่เข้าใจอารมณ์คนไทย สิ่งที่คนไทยไม่ชอบมากคือ “การชักศึกเข้าบ้าน ยิ่งดึงฝรั่งเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ภายใต้ทฤษฎีสมคบคิด เพื่อให้ประเทศเป็นแบบฝรั่ง คุณน่าจะรู้นะว่า สุดท้าย ทั้ง “รอแบ็สปีแยร์ และ หลุยส์ อ็องตวน เดอ แซ็ง-ฌุสต์” 2 คนนี้ มีจุดจบอย่างไร...

ไม่รู้ “นายปิยบุตร” ได้ประเมินหรือไม่ว่า การออกมาให้ความเห็น ถึงบุคคลมีสถานะที่มีความสำคัญ เป็นถึง”ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์” มีความเหมาะสม สมควรหรือไม่ เพราะนอกจากจะกลายเป็น ”หมู่บ้านกระสุนตก“ ยังถูกเปิดโปงด้วยเรื่องละเอียดอ่อน และถูกตั้งคำถามว่า “มีเป้าหมายซ่อนเร้น“ ซึ่งใครก็พอจะคาดเดาได้ว่า สิ่งนั้นคืออะไร
.....................................
คอลัมน์ สืบเสาะเจาะข่าว
โดย "ระฆังแก้ว" 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    52%
  • ไม่เห็นด้วย
    48%