อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 7 กรกฎาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 7 กรกฎาคม 2563

ชะตาชีวิต'แม่พิการ-ลูกชายแฝด' เหมือนนอนกับผี-บ้านติดเมรุเผา

3 แม่ลูกชีวิตรันทด ความรู้สึกเหมือน "นอนกับผี" เพราะบ้านห่างจากเมรุเผาศพแค่ 30 เมตร แถมผู้เป็นแม่ยังพิการทางสติปัญญา สร้างความสับสนในชีวิตและอนาคตให้กับลูกชายฝาแฝด อาทิตย์ที่ 17 พฤษภาคม 2563 เวลา 08.00 น.


“เวลาเพียงแค่ 1 นาทีที่คุณโกรธ เท่ากับคุณได้สูญเสีย 60 วินาทีแห่งความสงบในจิตใจไปแล้ว จงจำเอาไว้ว่า ความอดทนคือเพื่อนสนิทของสติปัญญา” ปรัชญาชีวิตตามหลักขงจื้อ ว่าเอาไว้ ฉะนั้นแล้วถ้าเมื่อใดที่คุณโกรธจงดึงสติกลับมาให้เร็วที่สุด

ใครจะรู้บ้างหรือไม่ว่ามีครอบครัวเด็กฝาแฝดอยู่ครอบครัวหนึ่งที่นอกจากจะยากจนแล้ว ยังถึงขนาดต้องนอนอยู่หลังเมรุเผาผีอีกต่างหาก ซึ่งคำบอกเล่านี้ไม่ได้เกินจริงไปเพราะมันเกิดขึ้นที่บริเวณด้านหลังเมรุสถานโนนบ้านเก่า หรือเมรุเผาศพคนตายป่าช้าบ้านตูม



บ้านหลังนี้คือบ้านเลขที่ 40 หมู่ 4 บ้านตูม ต.บัวบาน อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ เป็นบ้านปูนหลังเล็กๆ ก่อแบบหยาบๆ สภาพเก่าทรุดโทรม ฝาผนังและสังกะสีเต็มไปด้วยรูโหว่จนแทบไม่เหลือสภาพความเป็นบ้านของ น.ส.บุญรบ ขันอาสา อายุ 50 ปี หญิงที่มีสถานะทีเดียวถึง 3 สถานะนั่นคือ เป็นเจ้าของบ้าน เป็นผู้พิการทางสติปัญญา และยังเป็นมารดาของลูกชายฝาแฝดวัย 14 ปีด้วยคือ ด.ช.ธนพล และด.ช.ภัทรพล ภูนาชัย

น.ส.บุญรบ หญิงม่ายลูก 2 ที่พิการทางสติปัญญา มีชีวิตที่รันทดตามประสาคนยากจน สามีที่เคยเป็นเสาหลักหาเลี้ยงครอบครัวก็มาเสียชีวิตไปเมื่อไม่กี่เดือนก่อน จากสาเหตุถูกคู่อริใช้ขวดเบียร์ตีศีรษะจนมีเลือดออกในเยื่อบุสมอง วันเวลาล่วงเลยมานาน เงินเยียวยาไม่เคยได้ถึงมือเลยแม้แต่หน่วยงานเดียว เหลือไว้แค่ 3 แม่ลูกที่ต้องผจญชีวิตที่เหลืออยู่กันเองเท่านั้น





นางวชิราภรณ์ นันรัศมี อายุ 46 ปี น้องสามีของ น.ส.บุญรบ ได้ถ่ายทอดเรื่องราวน่าเวทนาให้ฟังว่า แม่เด็กแฝดเป็นบุคคลพิการสติปัญญา ทุกวันนี้ยังต้องกินยาจิตเวช ไม่มีรายได้ การกินการอยู่ของ 3 แม่ลูก จึงตกมาเป็นหน้าที่ของตน ต้องเป็นเหมือนเสาหลักที่มาทดแทน สิ่งที่น่าห่วงและกังวลเหลือเกินก็คืออนาคตของหลายชายฝาแฝดคู่นี้ พวกเขาเหมือนจะสับสนว่าไม่รู้จะดำเนินชีวิตต่อไปอย่างไรดี ได้แค่เอาให้ผ่านพ้นไปทีละวันๆ การที่ต้องมาอาศัยอยู่ในบ้านหลังเมรุเผาศพคนตายมันก็เข้าข่ายกลุ่มเสี่ยงหลายอย่าง โดยเฉพาะเรื่องสุขาภิบาลที่ไม่ดีแน่นอน แม่ก็มาเป็นแบบนี้อีก





“ต้องย้อนว่าที่ 3 แม่ลูกมาอาศัยที่บ้านหลังเมรุเผาศพนั้นเพราะฐานะยากจน ไม่มีบ้านอยู่ แต่เดิมตรงนี้เป็นเถียงนาเล็กๆอยู่ติดกับป่าช้า ห่างกันแค่ 30 เมตร เท่านั้นเอง ด้วยความเป็นอาที่ห่วงหลานแฝด จึงมีความหวังว่าสักวันอนาคตของหลานชายจะดีขึ้น หากหน่วยงานไหนยื่นมือเข้ามาปลดปล่อยทุกข์ลงได้บ้างชีวิตเด็กแฝดคงจะดีขึ้นกว่านี้ ส่วนชีวิตของพี่สะใภ้นั้น เราขอประคับประคองดูแลต่อไปให้เองตามอัตภาพ”

ในที่สุดก็เหมือนฟ้ามีตาก้อนดินมีหูเมื่อ นางวันเพ็ญ เศรษฐรักษา ที่ปรึกษาของ รมช.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ลงพื้นที่มากับทีมอาสาเพื่อฉีดพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อโควิดและมาพบเจอกับครอบครัวรันทดนี้เข้าอย่างบังเอิญ แล้วต้องใจหายเมื่อได้รับรู้ถึงเรื่องราวน่าเวทนาทั้งหมด ดังนั้นจึงไม่อาจรอช้าได้ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือเท่าที่จะทำได้เป็นการเบื้องต้น





นางวันเพ็ญ เปิดใจว่า นี่คือชีวิตจริงๆที่ได้มาพบเห็น ไม่อยากเชื่อว่าสภาพความเป็นอยู่จะขาดแคลนเช่นนี้ ลองถามพวกเขาก็บอกว่าเหมือนนอนกับผี ยังไงเสียก็ได้มอบเครื่องอุปโภคบริโภคให้ไปเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนไปก่อน ส่วนเด็กแฝดคู่นี้ยินดีที่ให้ความอุปการะดูแล โดยเฉพาะเรื่องการศึกษา ซึ่งจะพูดคุยกับญาติๆและผุ้นำชุมชนอีกครั้ง เพื่อสร้างโอกาสดีๆให้กับอนาคตของชาติเรา



“อันว่าเวลานั้น บอกความจริงกับเราเสมอ เพราะเวลาอาจ ยังไม่มีคำตอบกับหลายๆสิ่ง แต่อีกไม่นาน เวลาจะนำพาเราไปพบกับความจริงหลายๆอย่าง ไม่มีใครทุกข์ได้ตลอดเวลา และไม่มีใครสุขได้ตลอดไป ใช้ชีวิตให้มีความสุข เพราะปัจจุบันนั้นสำคัญกว่าวันวาน”.

************************************
คอลัมน์  :     นิยายชีวิต
โดย      :     คุณสลีป
เรื่องและภาพโดย : นายยุทธนา เกียรติดำเนินงาม ผู้สื่อข่าวเดลินิวส์ออนไลน์ จ.กาฬสินธุ์
อ่านนิยายชีวิตทุกตอน..ได้ที่นี่

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 223